วันอังคารที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2567

ทุเรียนทำให้กาแฟแพง

20 ก.ย. 67
ทุเรียน ทำไมถึงทำให้ กาแฟ แพงขึ้น จากผลไม้กลิ่นแรง สู่วิกฤตราคากาแฟโลก

ทุเรียน ทำไมถึงทำให้ กาแฟ แพงขึ้น จากผลไม้กลิ่นแรง สู่วิกฤตราคากาแฟโลก

ทุเรียน ทำไมถึงทำให้ กาแฟ แพงขึ้น จากผลไม้กลิ่นแรง สู่วิกฤตราคากาแฟโลก

 

จากรายงานของทาง BBC ระบุว่า เคยสงสัยไหมว่า กาแฟแก้วนึงจะแพงได้ถึงขนาดไหน? ในลอนดอนราคาพุ่งไปถึงแก้วละ 5 ปอนด์ (ราว 218 บาท) หรือในนิวยอร์กก็ปาเข้าไป 7 ดอลลาร์แล้ว (ราว 232 บาท) ซึ่งราคานี้หลายคนก็คงส่ายหัว บอกว่าเกินจะจ่ายไหว แต่รู้ไหมว่า เรากำลังจะเจอกับสถานการณ์แบบนี้จริงๆ ไม่ใช่แค่ฝันร้าย เพราะตอนนี้หลายปัจจัยทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมในประเทศผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ของโลก กำลังก่อตัวเป็น "พายุลูกใหญ่" ที่พร้อมจะซัดราคาให้กระฉูดขึ้นไปอีก

นักวิเคราะห์ จูดี เกนส์ บอกว่า ตอนนี้ราคาเมล็ดกาแฟดิบที่ขายกันในตลาดโลกพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นเพราะหลายสาเหตุ ทั้งปัญหาเรื่องผลผลิต ตลาดผันผวน สต็อกกาแฟร่อยหรอ และที่พีคสุดคือ "ผลไม้กลิ่นแรงที่สุดในโลก"


พอเมล็ดกาแฟขาดตลาด คนก็แห่ไปซื้อจากเวียดนามแทน ซึ่งเป็นผู้ผลิตเมล็ดกาแฟโรบัสต้าเจ้าใหญ่ ที่ปกติจะเอาไปทำกาแฟสำเร็จรูป แต่ปรากฏว่า เกษตรกรที่เวียดนามก็เจอภัยแล้งหนักสุดในรอบเกือบ 10 ปี

วิล ฟริธ ที่ปรึกษาด้านกาแฟในโฮจิมินห์ซิตี้ บอกว่า สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของต้นกาแฟ ทำให้ผลผลิตเมล็ดกาแฟลดลง เกษตรกรเวียดนามเลยตัดสินใจหันไปปลูกทุเรียน ผลไม้สีเหลืองกลิ่นแรงสุดๆ แทน


ทุเรียน ทำไมถึงทำให้ กาแฟ แพงขึ้น จากผลไม้กลิ่นแรง สู่วิกฤตราคากาแฟโลก

ทุเรียน ผลไม้ต้องห้ามที่ขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นฉุนรุนแรง จนถูกห้ามนำขึ้นระบบขนส่งสาธารณะในหลายประเทศ ทั้งไทย ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และฮ่องกง กลับกลายเป็นที่นิยมอย่างสูงในจีน เกษตรกรเวียดนามจึงฉวยโอกาสนี้โค่นต้นกาแฟทิ้ง แล้วหันมาปลูกทุเรียนกันอย่างแพร่หลาย เพื่อแสวงหาผลกำไรจากตลาดใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

ส่วนแบ่งตลาดทุเรียนเวียดนามในจีนเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวระหว่างปี 2023 ถึง 2024 มีการประเมินว่าทุเรียนสร้างผลกำไรได้มากกว่ากาแฟถึง 5 เท่า! คุณ Frith กล่าวว่า "เกษตรกรเวียดนามมีประวัติการปรับตัวตามราคาตลาดอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าสินค้าใดขายดีก็จะหันไปปลูกพืชชนิดนั้นจำนวนมาก จนท้ายที่สุดก็ผลิตออกมาล้นตลาด"

เมื่อทุเรียนจากเวียดนามทะลักเข้าสู่ตลาดจีน การส่งออกกาแฟโรบัสต้าในเดือนมิถุนายนลดลงถึง 50% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ปริมาณสต็อกกาแฟก็เหลือน้อยลงอย่างมาก ตามรายงานขององค์กรกาแฟระหว่างประเทศ

แม้จะมีผู้ส่งออกจากโคลอมเบีย เอธิโอเปีย เปรู และยูกันดา เข้ามาช่วยเติมเต็ม แต่ก็ยังไม่สามารถผลิตได้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด คุณ Ganes อธิบายว่า "ในช่วงเวลาที่ความต้องการกาแฟโรบัสต้ากำลังเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก กลับเป็นช่วงที่ปริมาณกาแฟในตลาดกำลังลดลงอย่างมาก"

advertisement

ผลที่ตามมาคือ ขณะนี้ราคาเมล็ดกาแฟโรบัสต้าและอาราบิก้าในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งสูงขึ้นเกือบจะทำลายสถิติเดิม

วิกฤตราคาในถ้วยกาแฟ เศรษฐกิจโลกกำลังชงกาแฟของคุณให้แพงขึ้นหรือไม่?

ราคาเมล็ดกาแฟในตลาดโลกกำลังผันผวนอย่างมาก และคำถามที่ผู้บริโภคกาแฟทั่วโลกกำลังตั้งคำถามคือ ภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้จะส่งผลให้ราคาเครื่องดื่มแก้วโปรดของพวกเขาพุ่งสูงขึ้นหรือไม่? แม้ว่าคำตอบจะยังไม่ชัดเจน แต่ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมกาแฟหลายท่านได้เริ่มส่งสัญญาณเตือนถึงความเป็นไปได้นี้

พอล อาร์มสตรอง เจ้าของโรงคั่วกาแฟ Carrara Coffee Roasters ในสหราชอาณาจักร คาดการณ์ว่าราคาอาจสูงถึง 5 ปอนด์ต่อแก้ว "สถานการณ์ปัจจุบันเปรียบเสมือนพายุลูกใหญ่ที่อุตสาหกรรมกาแฟต้องเผชิญ" เขากล่าว อาร์มสตรองเพิ่งปรับขึ้นราคาเมล็ดกาแฟคั่ว แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

วิล ฟริธ ที่ปรึกษาด้านกาแฟในเวียดนาม ชี้ให้เห็นว่า กาแฟที่จำหน่ายในปริมาณมาก เช่น กาแฟสำเร็จรูปและกาแฟในซูเปอร์มาร์เก็ต จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์นี้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ราคาเมล็ดกาแฟที่สูงขึ้นไม่ได้แปลว่าราคาขายปลีกจะต้องสูงขึ้นเสมอไป

ด้าน เฟลิเป้ บาร์เร็ตโต โครเช่ ซีอีโอของ FAF Coffees ในบราซิล กล่าวว่า ผู้บริโภคกำลังรู้สึกถึงผลกระทบจากราคาที่สูงขึ้น แต่ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากภาวะเงินเฟ้อ ไม่ใช่ราคาเมล็ดกาแฟโดยตรง ฝั่ง เจฟฟ์ สมิธ จากบริษัทที่ปรึกษา Allegra Strategies ยืนยันว่า ต้นทุนเมล็ดกาแฟคิดเป็นเพียง 10% ของราคาขายปลีก "กาแฟยังคงมีราคาที่เข้าถึงได้เมื่อเทียบกับสินค้าฟุ่มเฟือยอื่นๆ หากคุณชงดื่มเองที่บ้าน" ข่าวดีคือ ยังมีความหวังว่าราคาจะปรับตัวลดลงในอนาคต

อนาคตที่ไม่แน่นอนของกาแฟ ภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ทุเรียน ทำไมถึงทำให้ กาแฟ แพงขึ้น จากผลไม้กลิ่นแรง สู่วิกฤตราคากาแฟโลก

แม้ว่าราคาทุเรียนที่พุ่งสูงขึ้นจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาตลาดกาแฟในปัจจุบัน แต่ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมกาแฟกำลังให้ความสำคัญกับภัยคุกคามที่รุนแรงและมีผลกระทบในระยะยาวมากกว่า นั่นคือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นายเฟลิเป้ บาร์เร็ตโต โครเช่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ FAF Coffees ในประเทศบราซิล ซึ่งเป็นผู้ผลิตกาแฟในปริมาณการปลูก 1 ใน 3 ของกาแฟทั่วโลก ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของฤดูเก็บเกี่ยวที่จะมาถึงในฤดูใบไม้ผลินี้ หากปริมาณน้ำฝนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ผลผลิตกาแฟอาจลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาตลาดกาแฟทั่วโลกผันผวนอย่างรุนแรง

ผลการวิจัยในปี 2022 ชี้ให้เห็นว่า แม้จะมีการดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเข้มงวด พื้นที่เพาะปลูกกาแฟที่เหมาะสมทั่วโลกอาจลดลงถึง 50% ภายในปี 2050 ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่น่ากังวลอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมกาแฟ

เพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์นี้ นายโครเช่เสนอให้มีการจัดเก็บ "พรีเมียมสีเขียว" ซึ่งเป็นภาษีเพิ่มเติมเล็กน้อยจากราคาขายกาแฟ เพื่อนำเงินที่ได้ไปสนับสนุนเกษตรกรในการลงทุนด้านการเกษตรที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ทุเรียนฟีเวอร์ ผลกระทบที่ไม่คาดคิดต่อตลาดกาแฟโลก

จากเรื่องราวทั้งหมดนี้ เราได้เห็นว่าราคาของกาแฟแก้วโปรดของเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่เมล็ดกาแฟเพียงอย่างเดียว แต่ยังเชื่อมโยงกับปัจจัยต่างๆ ทั้งสภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ เศรษฐกิจโลก และแม้กระทั่งความนิยมของผลไม้ชนิดอื่นอย่างทุเรียน

วิกฤตการณ์ราคาเมล็ดกาแฟที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นเครื่องเตือนใจว่า เราไม่ควรมองข้ามความเชื่อมโยงอันซับซ้อนของระบบอาหารโลก และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในส่วนใดส่วนหนึ่งของระบบ

ในขณะที่เรากำลังเพลิดเพลินกับกาแฟรสชาติเยี่ยมในวันนี้ อย่าลืมนึกถึงความท้าทายที่อุตสาหกรรมกาแฟกำลังเผชิญ และร่วมกันสนับสนุนแนวทางการผลิตที่ยั่งยืน เพื่อให้เรายังคงมีกาแฟอร่อยๆ ดื่มกันต่อไปในอนาคต

ที่มา BBC

วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2567

    การหยุดผลิตของ รถ ev ทั่วโลก ไม่ใช่คำตอบว่า รถ ev จะหายไป รถไฟฟ้าคือคำตอบ ที่ถูกที่ถูกเวลาแล้ว ส่วนตัวผมว่า มาช้าไปด้วยซ้ำ คนบนโลกใบนี้ ถูกให้ใช้รถน้ำมัน เผาทรัพยากรทิ้ง และเปลี่ยนสภาพขึ้นไปทำลายอากาศจน โลกใบนี้จะไม่เหลือ อะไรแล้วแม้แต่อากาศก็ยังถูกทำลายไปขนาดนี้ แต่แปลกมากๆที่ ดวงอาทิตย์ส่งพลังงานมาให้เราใช้ฟรีๆ มาเป็นล้านๆปี เรากลับไม่เลือกเอามาใช้ก่อน  
  ถามว่าทำไม?ไปขุดดินเอาน้ำมันมาใช้ก่อน แล้วปล่อยแสงแดด ให้มันทิ้งเปล่าไปเป็นล้านๆปีมันง่ายกว่างัย.!! เพราะความชุ่ย ความมักง่ายของ มนุษย์ งัยครับ  คว้าเอาที่ฟรี และง่ายจากน้ำมัน ก่อน ที่ฟรีแต่ยากกับแสงแดด เราลองย้อนไปถึงอดีต ที่เครื่องยนต์น้ำมันถูกสร้างขึ้นพร้อมๆกับ รถไฟฟ้า แต่รถน้ำมันถูกพัฒนาต่อ เพราะเอาน้ำมันมาใช้ง่ายกว่า แสงแดดที่ต้องมาสร้างแบต ตอนนั้นอ้างกันว่า แบตเก็บไฟได้น้อย น้ำหนักมาก ถ้าเจ้าคนคิดค้นเรื่องนี้ มันมีความรับผิดชอบ และคิดดีๆ ว่ารถไฟฟ้า มันดีกว่ารถน้ำมันแต่ทำยากกว่าก็จริง แต่ให้โทษกับโลกน้อยกว่ารถน้ำมัน ตัดใจไม่ยอมพัฒนารถน้ำมัน แต่อดทนพัฒนารถไฟฟ้าต่อ และคนใช้ก็ใช้รถไฟฟ้าในแบบของมันในตอนนั้น แบบว่า กอดคอกันไปทั้งผู้พัฒนา ผู้ผลิต และผู้ใช้ โดยที่ผู้ใช้ก็ไม่รู้หรอกว่า ถ้ามีรถน้ำมันให้ใช้ มันจะสะดวกกว่า ถูกกว่า เพราะมันไม่มีมาให้เปรียบเทียบนั่นเอง
  ถ้าที่ผมพูดมาเกิดขึ้นจริงในอดีต ทุกวันนี้ อากาศจะถูกทำลายไปขนาดนี้ไหม? น้ำมันดิบที่เก็บเอาไว้ใต้ดินมาเป็นล้านๆปี จะถูกขุดขึ้นมา ทำลายทุกอย่างบนโลกใบนี้ไหม? ทั้งอากาศ และขยะพาสติดที่เต็มไปบนโลกทั้งใบ ..!! อเมริกาจะฉวยโอกาส เอาน้ำมันมาเล่นแร่แปรธาตุ พิมพ์แบ็งดอลล่าให้ตัวเองเอาเปรียบ สกุลเงินอื่นจนตัวเองรวยมหาศาล และเอาความรวยจากการเอาเปรียบนี้ ไปทำลายประเทศอื่นได้ขนาดนี้ไหม? 
  ผมเชื่อ 100%  ว่า ถ้าเมื่อย้อนอดีตไป นักพัฒนาทุกคนยินยอมพร้อมใจกัน พัฒนารถไฟฟ้า และแบตเตอรี่ และยอมทิ้ง ความง่าย แต่ทำลายมากกว่ากับรถน้ำมัน ป่านนี้ ระบบเก็บพลังงานแบตเตอรี่ อาจจะถูกมากๆ และเบามากพอ และเก็บไฟได้มากมาย  และพวกเราเหล่าคนใช้รถไฟฟ้า คงไม่ต้อง เครียดและจ่ายเงินมากมากกับรถน้ำมัน ที่ปัญหาจุกจิก เสียหายง่าย และต้องจ่ายในราคาแพงกับอะไหล่แต่ละชิ้น (รถน้ำมันมีชิ้นส่วนเป็นหมื่นชิ้น ที่ทำงานภายใต้ความร้อนและแรงดันมากแค่ไหน แรงสั่นสะเทือนมากแค่ไหนเวลามันเดินเครื่อง เครื่องมันถึงพังเร็ว เสียง่ายจุกจิกงัย แต่รถไฟฟ้า มีอะไหล่อยู่กี่ชิ้น ? แต่ละชิ้นซ่อมง่ายแค่ไหน? มอเตอร์งี้ (เด็กจบ ป.4 ยังพันมอเตอร์เป็น ส่วนแบตฯ เสียก็เปลี่ยนๆ) อุปกรณ์อื่นๆอีกไม่กี่ตัว แถมเวลาเดินเครื่อง ไม่มีความร้อน ไม่มีแรงดัน นิ่งเงียบไม่สั่นสะเทือน ..มันดีกว่ากันกี่เรื่อง??
    ปัญหาเดียวที่มีกัย รถ ev  คือ..??? เพราะมันพัฒนาช้าแต่เร่งมันมากงัย..!!  ระบบชาร์จ และแบตเตอรี่ มันถึงไม่ทันใจ คนใช้ (ขนาดใช้ทุกทรัพยากรที่มี เร่งพัฒนากันเร็วที่สุดแล้วนะ ก็ยังไม่ทันใจ คนใช้) เขาถึงต้องยอมถอยหลังลงมาด้วยการ หยุด ผลิต ev 100%ไปก่อน แต่ความจริงคือ รถไฟฟ้าจะต้องถูกใช้ต่อไป เพราะรถน้ำมันไม่มีทางที่จะกลับมาผลิตอีก ถ้าใครขืนผลิต โดยย้อนไปผลิตรถน้ำมันให้กลับมาอีก รับรองว่าเจ๊งยิ่งกว่า  ผลิต ev 109%  เสียอีก 
  ดังนั้นสิ่งที่สมเหตุสมผล ดีที่สุด กับยานพนะ ของประเทศยังไม่พัตนา (หัวชาร์จมีน้อย ,ถนนหนทางยังไม่ปลอดภัยกับแบตเตอรี่ใต้รถ ) ก็คงต้องใช้ แบบไฮบริดไปก่อน ช่วยโลกได้  70 % อีก 30% ใช้น้ำมันไปก่อน เพราะความจริงที่เหมาะสมกับยุคนี้ คือ รถไฮบริดครับ จนกว่า ..
1. แบตเตอรี่ ไม่ใช่ระเบิดเวลาที่ติดไว้ใต้รถไฟฟ้าทุกคน อีกต่อไป
2.นน.เบตเตอรี่ที่วิ่งได้สัก 500 กิโล มีนน.เท่ากับ น้ำมันเต็มถังของรถน้ำมันที่วิ่งได้ 500 โลเหมือนกัน
3. ชาร์แบเตอรี่ 500 กิโลในข้อ 2 ใช้เวลาเท่ากับ เติมน้ำมัน เต็มถัง (สัก 5 นาที) 
  คงเห็นปัญหาไหมครับ? ความไม่ชอบรถ ev ก็คือหัวข้อที่คนใช้เอาไปเปรียบเทียบกับ รถน้ำมันที่คุ้นเคย  บอกแล้วงัยว่า ถ้ารถน้ำมันไม่เคยมีมาก่อน ทุกวันนี้ อาจมีหัวชาร์จเต็มไปหมดทั่วประเทศ  , คนใช้รถคงคุ้นกับการรอชาร์จไฟครึ่ง ชม. แบตเต็ม หรือ แบตเตอรี่รถอาจชาร์จแค่ 5 นาที , นน.ก็เบาและไม่ลุกไฟง่าย 
  เพราะรถไฟฟ้ามันเกิดช้าไป จนต้องเร่งพัฒนาจนไม่ทันใจคนใช้ และคนใช้ก็ดันไปคุ้นชินกับรถน้ำมันมาก่อนนี่แหละคือปัญหา ..jpmong

วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

ชาวพุธควรเข้าใจ

ชาวพุทธที่แท้จริง.
   กราบพระพุทธอย่าไปสดุดทองคำ.
   กราบพระธรรมอย่าไปสดุดใบลาน.
  กราบพระสงฆ์อย่าให้ถูกลูกชาวบ้าน
 .พุทธที่แท้คือรู้ตื่นเบิกบาน.
  ธรรมแท้ๆคือสะอาดสว่างสงบ.
  สงฆ์แท้ๆคือว่างโล่งโปร่งเย็นเป็นสภาวะชาวพุทธควรเข้าใจ

วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

ประเทศ ในทำเลที่ดีที่สุด

ไม่ทราบพระคุณเจ้ารูปไหนนะครับ แต่อ่านแล้วน่าสนใจดี โลกปัจจุบัน...
เมื่อวานมีคุณโยมโทรศัพท์มาขอถวายเพลเป็นกรณีพิเศษ โดยบอกว่ามีคำถามจะขอคำปรึกษา

หลังจากที่ถวายเพลเสร็จ เราก็เลยถามว่า..."ที่คุณโยมนัดว่าที่มา ก็เพื่อจะถามคำถาม คงจะสำคัญมากนะ ?"

เราเองก็คิดว่า...คงเป็นคำถามเรื่องธรรมะปฏิบัติ "สติปัฏฐาน-ปฏิสัมภิทามรรค" ซึ่งควรจะเป็นอย่างนั้น เพราะมาหาพระ

... แต่แทบช๊อค...เพราะคำถามคุณโยมมีว่า..." พระอาจารย์...ทำไม Facebook ถึง Block โพสต์ ที่เกี่ยวกับ ร๊อคสตาร์ของลิซ่า และห้ามแชร์อีกด้วย..."

นี่..อ๊ะ..นะ..คำถามที่มาถาม ปีเดือนไม่เคยรู้เรื่องดารา ดนตรีร๊อค กับเขาเลย ...เอ ! จะตอบยังไงดี เพราะคุณโยมก็ตั้งใจมา จึงตอบไปว่า
" คุณโยม... ต้องขอเวลาสักนิดนะ พรุ่งนี้คงมีคำตอบ " คุณโยมก็ลากลับไป

คืนนั้น ไหว้พระสวดมนต์เสร็จก็ "ตั้งลม" แล้วก็พูดดัง ๆ ว่า "...เทวดา..โยมเค้ามีคำถามมา แต่ฉันไม่รู้เรื่องเลย เทวดาช่วยหาคำตอบหน่อยนะ.."
จากนั้นก็จำวัด(นอน) ตามปกติ....

เป็นเรื่อง...ซิ ...ทีนี้ ...ปกติ..นอนจะไม่ฝัน แต่คืนนี้ไม่ใช่ กลายเป็นว่า "....ภาพที่ปรากฏ เป็นเราได้เข้าไปมีส่วนร่วมรับรู้ สาเหตุ  และที่มาของคำตอบทั้งหมดว่าทำไม Facebook ถึง Block โพสต์ ที่เกี่ยวกับ ร๊อคสตาร์ของลิซ่า และห้ามแชร์

... ภาพการประชุมนโยบายยึดครองอินโดแปซิฟิค และการฟื้นฟูเศรษฐกิจของมหาอำนาจ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐาน

เนื่องจากประเทศไทย เป็นประเทศที่มีเนื้อที่ทางอวกาศกว้างที่สุดในโลก ครอบคลุม2 มหาสมุทรคือ มหาสมุทรอินเดีย และ แปซิฟิค ทำให้สามารถขยายอณาเขตทางอวกาศ ปล่อยดาวเทียมได้ไม่จำกัด ซึ่งจะครอบคลุมสัญญาณได้ทุกซีกโลก

... ประเทศไทยตั้งอยู่ในจุดของภูมิยุทธศาสตร์ เพราะมึดินแดนติดกับสาธารณรัฐประชาชนจีน สามารถปิดกั้นการขยายอิทธิพลของจีนได้โดยตรง
เมื่อประกอบรวมกับพื้นที่ทางอวกาศของประเทศไทย ทำให้สามารถใช้ยุทธศาสตร์ปิดกั้นอุปกรณ์สงครามอีเล็คโทรนิคของจีน ได้อย่างเบ็ดเสร็จ

... ประเทศไทยตั้งอยู่ในจุดของภูมิรัฐศาสตร์ และ เศรษฐศาสตร์ ล้อมรอบไปด้วยประเทศที่ดำรงอยู่ด้วยการเกษตร เป็นกระเพาะอาหารของโลก 
ซึ่งสภาพทางการเกษตรของทวีปประเทศมหาอำนาจ ไม่อาจจะประกอบการเกษตรได้โดยสิ้นเชิง เนื่องจากภาวะอากาศแปรปรวน

... แต่ประเทศไทยเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ ไม่มีภัยธรรมชาติ ที่ทำลายทรัพยากรทางเกษตร สภาพของเศรษฐกิจสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องอาศัย
ปัจจัยจากภายนอก โดยเฉพาะ "เงินบาท" จัดเป็นสกุลเงินที่จะกลายเป็นอันดับ1 ของเอเซียในอนาคต หลังจากที่จีนหันไปใช้ Digital Money เต็มรูปแบบ

ดังนั้น ประเทศไทยคือเป้าหมายที่จะต้องเข้ายึดครองให้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ ทั้งทางด้านการปกครอง และ เศรษฐกิจ โดยการทำลายรากฐานความมั่นคง
การเมือง การปกครอง และ เศรษฐกิจของประเทศไทย ให้ไม่สามารถพึ่งตัวเองได้ เพื่อให้เข้าสู่เงื่อนไข "ประเทศล้มเหลว ตามกฏของ UN"

ผลที่ได้ปฏิบัติการไปแล้ว :: 

- ในด้านการเมือง = ทำลายระบบรัฐสภา , การเลือกตั้ง และ คุณสมบัติบุคลากรผู้เข้ามาทำหน้าที่เป็นคณะรัฐบาล

- ในด้านขบวนการยุติธรรม = ทำลายด้านการบังคับใช้กฏหมาย ตั้งแต่ระดับล่าง จนถึงระดับสูงสุด ให้ประชาชนในประเทศขาดความเชื่อมั่นในระบบกฏหมาย และ บุคลลากรที่ปฏิบัติการตามกฏหมายเช่น องค์กรตำรวจ ให้ภาพพจน์ออกมาว่า ไม่สามารถคุ้มครองประชาชนได้

- ในด้านเศรษฐกิจ ทำลายความคล่องตัวของสภาพคล่อง ตั้งแต่ระดับบน ถึง ระดับรากหญ้า สร้างภาวะการตกงานให้มากที่สุด โดยการเลิกว่าจ้างของโรงงานใหญ่ และปรับเปลี่ยนระบบเงินตราไทยเสียใหม่ เพื่อให้สอดคล้องรองรับ เป็นประโยชน์กับสกุลเงินดอลล่าห์ในอนาคต

.... ขณะนี้การปฏิบัติการเพื่อยึดครองประเทศไทย ได้เข้าถึงจุดสุดท้าย คือ การทำลายระบบเศรษฐกิจและการธนาคาร สร้างภาวะการว่างงานให้มากที่สุด เพื่อให้ประชาชนในประเทศเกิดหนี้สิน ก็จะหาทางขายสินทรัพย์ที่ตนมีอยู่โดยเฉพาะที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ สอดคล้องรองรับกับสภาวะการตกต่ำของค่าเงินดอลล่าห์ ที่ด้อยค่าลง กลายเป็นเศษกระดาษ ก็จะถูกปรับเปลี่ยนเป็น Real assets คือที่ดิน หรือ อสังหาริมทรัพย์ จึงมีการพยามแก้กฏหมายให้ต่างชาติเช่าอสังหาริมเสียใหม่ บีบให้ประเทศไทย ไร้ทางออก = ทำให้ยากจนเหมือนหมาข้างถนน โยนกระดูกให้ ก็งับ ...ทำนองนั้น.. 

ปฏิบัติการนี้ต้องแล้วเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ภายในเดือน พฤศจิกายน 2024 นี้

... กรณีที่ ลิซ่า ได้ออกมาโปรโมทเพลง ตอนนี้ ...มันตรงเป็นช่วงสุดท้ายของปฏิบัติการที่กล่าวมาแต่ต้น คือ

ลิซ่า ได้เข้ามาปลุกจิตสำนึกของ "ความภาคภูมิใจ ในความเป็นไทย" ว่า เรามีดีอะไรบ้าง ?

เพราะแม้ว่าจะใช้เวลาเพียง 3 นาทีกว่า ๆ แต่มันคือนาทีทอง ที่เป็น Soft Power ซึ่ง Promote ประเทศไทย ที่กระจายไวยิ่งกว่า Solar Strom ,มันไปขัดกับแผนการ ที่จะไม่ให้ประเทศไทยสามารถพึ่งตัวเองได้ ขัดกับแผนปฏิบัติการให้คนไทยยากจน ทุกครอบครัวถ้วนหน้า

ลิซ่า สร้างภาพพจน์ให้เกิดความสามัคคีของชนในชาติทุกหมู่เหล่า เป็นกระแสที่ไม่เคยเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นนี้มาก่อน
และมันได้เกิดขึ้น ชนิดห้ามไม่หยุด ฉุดไม่อยู่...เป็นอุปสรรคต่อแผนยึดครองประเทศไทยอย่างเบ็ดเสร็จของมหาอำนาจ 

อาวุธสำคัญที่ร้ายแรงยิ่งกว่าระเบิดนิวเคลียส์ คือ ความสามัคคีของชนในชาติ ที่ประเทศมหาอำนาจเกรงกลัวที่สุด ไม่อาจจะให้เกิดขึ้นได้
และนี่คือคำตอบว่า ...ทำไม Facebook ถึง Block โพสต์ ที่เกี่ยวกับ ร๊อคสตาร์ของลิซ่า และห้ามแชร์ โดยอ้างว่า "เป็นสแปมส์ และ ผิดกฏของFacebook"

.... ตื่นขึ้นมา...ก็ได้แต่..งง .. ในข้อมูลที่ได้รับ ยังเรียบเรียงไม่ลงตัว ...มันจริง ...หรือว่า...เป็นแค่ความฝัน ??

ท่านสาธุชนทั้งหลาย มีความเห็นอย่างไร บ้าง ขอเสียงหน่อย ?


Cr. Kuru Rin Po Chae

วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2567

เครื่อง 3d ปลูกบ้าน

Giant robotic arm innovates construction with 3D-printed two-story houses

March 22, 2024
ICON Phoenix Multi-story Robotic Construction
The 27-foot Phoenix House, with its distinctive curves, is now on display in Austin, Texas. Images courtesy ICON
  In an era where technology touches almost every aspect of our lives, the construction industry is witnessing a paradigm shift with the introduction of 3D printing technologies. Leading the charge is Texas-based Icon, a company that has recently unveiled its latest advancement in 3D construction printing technology – the Phoenix printer.

This new technology promises to streamline the construction process, making it faster, more cost-effective, and capable of creating multi-story concrete buildings, a significant leap from its predecessor, the Vulcan printer.

Icon’s journey in the 3D printing construction industry began at the SXSW festival in Austin in 2018, with the introduction of its first 3D-printed house. Since then, the company has become synonymous with innovation in the construction of 3D-printed structures, having built over 130 homes across the United States and Mexico.

     Icon’s ambition doesn’t stop at residential buildings; it’s also part of a visionary NASA project to construct a model habitat on Mars and is developing technologies for Moon-based structures under Project Olympus. These endeavors underscore the company’s commitment to leveraging 3D printing technology for a variety of habitats, both on Earth and beyond.

ICON Phoenix Printer Robotic Construction Nozzle Concrete Mix
The nozzle of the robotic arm precisely extrudes a specialized concrete mix, layer by layer.


Home  Robotics  Giant robotic arm innovates construction with 3D-printed two-story houses

Giant robotic arm innovates construction with 3D-printed two-story houses

ICON Phoenix Multi-story Robotic Construction
The 27-foot Phoenix House, with its distinctive curves, is now on display in Austin, Texas. Images courtesy ICON

In an era where technology touches almost every aspect of our lives, the construction industry is witnessing a paradigm shift with the introduction of 3D printing technologies. Leading the charge is Texas-based Icon, a company that has recently unveiled its latest advancement in 3D construction printing technology – the Phoenix printer.

This new technology promises to streamline the construction process, making it faster, more cost-effective, and capable of creating multi-story concrete buildings, a significant leap from its predecessor, the Vulcan printer.

Icon’s journey in the 3D printing construction industry began at the SXSW festival in Austin in 2018, with the introduction of its first 3D-printed house. Since then, the company has become synonymous with innovation in the construction of 3D-printed structures, having built over 130 homes across the United States and Mexico.

Icon’s ambition doesn’t stop at residential buildings; it’s also part of a visionary NASA project to construct a model habitat on Mars and is developing technologies for Moon-based structures under Project Olympus. These endeavors underscore the company’s commitment to leveraging 3D printing technology for a variety of habitats, both on Earth and beyond.

ICON Phoenix Printer Robotic Construction Nozzle Concrete Mix
The nozzle of the robotic arm precisely extrudes a specialized concrete mix, layer by layer.

The Phoenix printer marks a significant advancement in Icon’s technology portfolio. Unlike its Vulcan counterpart, which is confined to a pillar and cross-beam setup, Phoenix boasts a large, free-moving articulated arm on a rotating base. This innovative design enables it to tackle larger and more complex construction projects, such as the 27-ft-high Phoenix House now on display in Austin, Texas. The printer’s mobility and ease of setup on different sites, combined with a reduction in the required number of operators, signify a considerable improvement in construction efficiency.

ICON Phoenix Printer Giant Robotic Arm
The Phoenix printer’s giant robotic arm effortlessly crafts structures with unparalleled precision.

One of the critical challenges in creating the Phoenix printer was maintaining the precision needed to construct livable, multi-story structures. Icon addressed this by developing a stabilization system that counters the potential sway caused by the printer’s own movements and environmental factors like wind. This system not only enhances the printer’s accuracy but also expands its capability to undertake more ambitious construction projects.

ICON Phoenix Printer Nozzle Stabilization System
The robotic arm’s innovative stabilization system ensures steady, accurate printing despite its own movements or environmental factors like wind.

Cost efficiency is another area where the Phoenix printer shines. According to Icon, this new printer can halve the construction costs achieved by the Vulcan model. Specifically, Icon estimates the cost to be about $25 per square foot for wall systems and $80 per square foot for complete structures, including foundations and roofs. This pricing model could lead to a reduction of approximately $25,000 for the construction of a typical American home, representing a significant saving for homeowners and investors alike.

Beyond the technological innovation of the Phoenix printer, Icon is also exploring the integration of artificial intelligence in construction through the release of Vitruvius, an AI-based system. This system is designed to democratize the home design process, allowing users to generate architecture, plans, and budget estimates swiftly. According to Jason Ballard, ICON’s Co-Founder and CEO, the future of construction will heavily rely on robotics and AI, aiming to reduce costs and construction times by half while simultaneously improving the quality of homes.

  

Home  Robotics  Giant robotic arm innovates construction with 3D-printed two-story houses

Giant robotic arm innovates construction with 3D-printed two-story houses

ICON Phoenix Multi-story Robotic Construction
The 27-foot Phoenix House, with its distinctive curves, is now on display in Austin, Texas. Images courtesy ICON

In an era where technology touches almost every aspect of our lives, the construction industry is witnessing a paradigm shift with the introduction of 3D printing technologies. Leading the charge is Texas-based Icon, a company that has recently unveiled its latest advancement in 3D construction printing technology – the Phoenix printer.

This new technology promises to streamline the construction process, making it faster, more cost-effective, and capable of creating multi-story concrete buildings, a significant leap from its predecessor, the Vulcan printer.

Icon’s journey in the 3D printing construction industry began at the SXSW festival in Austin in 2018, with the introduction of its first 3D-printed house. Since then, the company has become synonymous with innovation in the construction of 3D-printed structures, having built over 130 homes across the United States and Mexico.

Icon’s ambition doesn’t stop at residential buildings; it’s also part of a visionary NASA project to construct a model habitat on Mars and is developing technologies for Moon-based structures under Project Olympus. These endeavors underscore the company’s commitment to leveraging 3D printing technology for a variety of habitats, both on Earth and beyond.

ICON Phoenix Printer Robotic Construction Nozzle Concrete Mix
The nozzle of the robotic arm precisely extrudes a specialized concrete mix, layer by layer.

The Phoenix printer marks a significant advancement in Icon’s technology portfolio. Unlike its Vulcan counterpart, which is confined to a pillar and cross-beam setup, Phoenix boasts a large, free-moving articulated arm on a rotating base. This innovative design enables it to tackle larger and more complex construction projects, such as the 27-ft-high Phoenix House now on display in Austin, Texas. The printer’s mobility and ease of setup on different sites, combined with a reduction in the required number of operators, signify a considerable improvement in construction efficiency.

ICON Phoenix Printer Giant Robotic Arm
The Phoenix printer’s giant robotic arm effortlessly crafts structures with unparalleled precision.

One of the critical challenges in creating the Phoenix printer was maintaining the precision needed to construct livable, multi-story structures. Icon addressed this by developing a stabilization system that counters the potential sway caused by the printer’s own movements and environmental factors like wind. This system not only enhances the printer’s accuracy but also expands its capability to undertake more ambitious construction projects.

ICON Phoenix Printer Nozzle Stabilization System
The robotic arm’s innovative stabilization system ensures steady, accurate printing despite its own movements or environmental factors like wind.

Cost efficiency is another area where the Phoenix printer shines. According to Icon, this new printer can halve the construction costs achieved by the Vulcan model. Specifically, Icon estimates the cost to be about $25 per square foot for wall systems and $80 per square foot for complete structures, including foundations and roofs. This pricing model could lead to a reduction of approximately $25,000 for the construction of a typical American home, representing a significant saving for homeowners and investors alike.

Beyond the technological innovation of the Phoenix printer, Icon is also exploring the integration of artificial intelligence in construction through the release of Vitruvius, an AI-based system. This system is designed to democratize the home design process, allowing users to generate architecture, plans, and budget estimates swiftly. According to Jason Ballard, ICON’s Co-Founder and CEO, the future of construction will heavily rely on robotics and AI, aiming to reduce costs and construction times by half while simultaneously improving the quality of homes.

ICON Multi-story Robotic Construction Phoenix House
ICON says that their Phoenix printer dramatically reduces construction costs, promising savings of approximately $25,000 on a typical American home.

Ballard’s vision is for construction to not only be more efficient and affordable but also to create buildings that “more faithfully express the values and hopes of the people who live in them.” With the introduction of the Phoenix printer and Vitruvius system, Icon is paving the way for this future, showcasing the potential of 3D printing and AI in transforming construction into a more adaptive, efficient, and personalized process.

Source: Icon


        สวัสดีครับท่านสมาชิกทุกท่าน บ่ายวันนี้ขออนุญาต พูดคุยอีกเรื่อง เรียกได้ว่า เป็นเรื่องที่ใช้กู้ชาติได้เลย 
     ประเทศรัสเซียเป็นตัวอย่าง ประเทศที่นำเข้า พืชผลทางเกษตรและขายออกน้ำมัน กลายเป็นประเทศที่ส่งออกทั้งน้ำมันและพืชผลการเกษตร ที่ยากจนกลายเป็นร่ำรวย เพียงในเวลาไม่กี่ปี นั่นคือเรื่อง "" ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง""  ซึ่งเรื่องนี้ พระองค์ท่าน เรียกศาสตร์นี้ว่า "" พอเพียง "" เป็นคำที่พื้นๆ แต่เต็มไปด้วยศาสตร์ที่ยากมาก ความยากอยู่ที่ แต่ละคน ไม่สามารถรู้ได้ว่า ความพอเพียงของตนเอง ควรจะอยู่ที่ตรงไหน และไม่มีใครบอกได้ด้วย หมายถึง ต้องซื่อสัตย์ตั้งใจ และไม่เข้าข้างตัวเอง รู้ด้วยตัวเองเท่านั้น และเครื่องมือสำคัญ ที่ต้องนำมาใช้ คือ ""สติ"" และ ต้องเป็น ""สติ"" ขั้นสูงด้วย คือการ ""ยับยั้งชั่งใจ ใช้เหตุผลและใจเย็น บวกลบคูณหารให้ดีก่อนจะซื้อขะหาอะไรมา ว่าซื้อเพื่อวัตถุประสงค์อะไร? ซื้อรถเพื่อเป็นรถ ไม่ใช้ซื้อมาเป็นวัถุอวดคนอื่น หรือซื้อบ้านเพื่อพักอาศัย ไม่ใช่ผซื้อของสวยงานใหญ่โตไว้อวดเขา  ใครที่จะดำเนินชีวิต แบบ ปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงนี้ จะต้องฝึกหัดตัวเอง ให้ใช้เหตุใช้ผลก่อนจะทำสิ่ง หนึ่งสิ่งใดเสมอ คือ ต้องการแค่ไหนถึงพอ ไม่เอาเกิน ใช้มากแค่ไหนจึงพอไม่มากเกิน  จะต้องรู้ว่าตัวเองจะทำอะไร หรือทำอะไรอยู่ และไม่เข้าข้างตัวเองว่าอย่กได้อีก ที่เหลือคือส่วนเกิน ที่เอาไปเป็นภาระหรือทำร้ายตัวเอง  สิ่งใดที่คิดว่าเพียงพอแล้วต้องหยุด 
        ถ้า ทุกคน , ทุกอาชีพ ,ทุกเพศ ,ทุกวัย ในประเทศไทย ทำได้ดังนี้ คนรวยระบบทุนนิยมหรือนิยมวัตถุหรือนิยมคนรวยจะไม่มีความหมายสำหรับคนในชาตินี้อีกต่อไป  คนในชาติจะไม่แสวงหาความรวย แต่แสวงหาความเก่ง ความเป็นฮีโร่ คนอวดรวยจะถูกร้องยี้ใส่  ถ้าเป็นดังนี้แล้วถ้าเป็นดังนี้แล้ว คนไทยก็จะไม่แสวงหาความร่ำรวยเพื่อเป็นคนพิเศษ คอรัปชั่นจะหายไป การเอาเปรียบคนอื่นจะหายไป แต่คนในชาติจะนิยม  คนทำงานเก่ง , คนหาเงินเก่ง และนับถือศรัทธา คนมียศมีตำแหน่งอย่างมีเกียรติแม้ไม่รวย   ประชาชนจะไม่ถูกหลอก เรื่องค่านิยมที่ใช้ของหรู กินของแพง ทรัพยากรไม่ถูกดึงมาใช้ เกินความจำเป็น สภาพสิ่งแวดล้อมจะดีขึ้น

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ พระองค์ท่าน ตรัสว่า ใช้ได้กับทุกอาชีพ ไม่จำเป็นต้องอาชีพเกษตรกรรมเท่านั้น ดารา ลด รองเท้าเหลือ 3 คู่จาก 100 คู่ เสื้อผ้าจาก 2 ห้องเหลือครึ่งห้อง ตามความพอเพียงที่ตัวเองคิดว่า พอใช้และเหมาะสมแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ที่สามารถสร้างชาติให้พัฒนาได้ดีที่สุด อยากให้รัฐบาล สนับสนุนเรื่องนี้อย่างเข้มข้นและจริงจัง 
   ผมขอยืนยันว่า ใครมาลองใช้ชีวิตแบบนี้ คิดแบบนี้ จะเครียดน้อยลง มีเงินเหลือในกระเป๋ามากขึ้น ใช้เหตุผล ซื้อของอย่างพอเพียง ไม่ใช่เพื่อประหยัด ผมใช้ปรัชาญานี้ดำเนินชีวิตมาเป็นสอบิยปี ยืนยันว่าได้ผลดีจริงๆ ไปไหนไม่เครียดไม่อาย ไม่กังวล เราทุ่มเทกับการเป็นคนเก่งมากขึ้น เงินเป็นรางวัลที่ได้ตามหลังมา ซึ่งไม่มาก็ไม่เครียด  เข็มขัด ผมใช้แค่ 3 เส้น กับกางเกงต่างชนิดกัน ใช้มาเป็นสิบๆปี อ้วนผอมเปลี่ยนไปทุกเดือน ไม่เคยต้องเปลี่ยนเข็มขัดใหม่ ลองดูสักเดือนนะครับ ..
                 ขอบคุณครับ
                    นนท์นริฐ กลุ่ม 13 เบอร์ 3

วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2567

งานนวัตกรรม

                                                                     



                                                                      1/2
 
        สวัสดีตอนเช้าครับกับสมาชิกผู้ทรงคุณวุฒิทุกๆท่าน อยากคุยด้วยเพื่อให้บรรยากาศของห้องผ่อนคลายลงบ้างครับ ขอคุยด้วยความรู้สึกเหมือนเพื่อนคุยกันนะครับ  เรื่องที่เราอยู่ใกล้มากกว่าใครคือ เรื่อง""งานนวัตกรรม"" ครับ 
  ""งานนวัตกรรม""(innovation)  เป็นงานยาแรงเพื่อสร้างชาติ ที่ทุกชาติที่เจริญแล้วร่ำรวยแล้ว ทุกประเทศ เริ่มต้นด้วยการให้คนในชาติเข้าใจและร่วมกันช่วยงานคิดผลิตงานนวัตกรรม ขึ้นมาครับ ในอดีตประเทศเกาหลีใต้ มีการจดสิทธิบัตร งานนวัตกรรมมากที่สุดในโลก ปัจจุบันถ้าประเทศจีน ที่ไม่ได้ปกครองด้วยระบบเหมือนสากล ถ้าจีนสามารถจดสิทธิบัตร ในระบบสากลได้ก็น่าจะเป็นประเทศที่มีงานนวัตกรรม มากที่สุดในโลก เพราะนี่คืองานที่คนจีนถนัดและถูกปลูกฝังมาเป็นพันปี กับชาวบ้านทุกๆคน 
 "" งานนวัตกรรม ""  คืองานที่ถูกสรรสร้างขึ้นใหม่โดยไม่เคยมีใครทำมาก่อน ทั้งทำใหม่หรือพัฒนาให้ดีกว่าเดิม มีทั้งที่มองเห็น จับต้องได้ (hardware) เช่นเครื่องมือเครืองจักร ส่วนมากเป็นงานนวัตกรรมวิศวกรรม เคมี ชีวะ ฯลฯ  และงานที่ มองไม่เห็น หรือ จับต้องไม่ได้  (solfware) เช่น program บนคอมฯ  application บนมือถือ, วิธีการจัดการ, งานนิพนธ์, งานศิลปะ  ฯลฯ
 "" งานนวัตกรรม"" มักเกิดจาก ความชำงานในการทำงานนั้นมานานซ้ำๆ จนเกิดความคิดหาทางสร้างเครื่องมือให้ทำงานได้ปลอดภัยขึ้น สะดวกรวดเร็วขึ้น มักเกิดจาก คนทำงานภาคปฎิบัติมานานๆและชำนาญงานด้านนั้นสูง  หรือเกิดจาก คิดการคิดค้นทดลองของผู้ที่ ศึกษาเรื่องนั้นมามากจนสามารถมีคิดค้น สูตรในห้องทดลอง ห้องวิจัย ให้ผลงานออกมาได้ เช่นงานเคมี ชีวะ  
  คนทำงานด้านนี้เราเรียกพวกเขาว่า ""นวัตกร"" (innovator) ครับ ในสมาคมระดับประเทศของเราที่ผมเป็นสมาชิก  สมาชิกหลายคนมีงานนวัตกรรม ที่จดสิทธิบัตร มากมายต่อคน บางท่านมีถึง 80 ผลงาน แต่น่าเสียดายที่รัฐบาลไม่ค่อยเห็นความสำคัญ จึงไม่ได้สนับสนุนให้ประชาชนสนใจงานด้านนี้ นวัตกรส่วนมากพบปัญหาคือต้องใช้ทุนมากในการผลิตต้นแบบออกมา เป็นผลงานเพื่อ เอาออกมาทำเป็นธุรกิจ หลายชิ้นงานต้องลงทุนทำต้นแบบโดยใช้เงินเป็นล้าน กับผู้ชำนาญงานระดับชาวบ้านนั้น มันห่างความจริงมากที่จะเอาผลงานนั้นออกมาให้เป็นธุรกิจ   
                   -----นนท์นริฐ  ----        1/2

                                                       

                                                                        2/2

  ประเทศจีนเริ่มต้นสร้างชาติด้วยการ ตั้งโครงการช่วยเหลือทุกวิธีเพื่อให้ ประชาชนในประเทศ สร้างผลงาน ต้นแบบออกมาให้ได้ ตั้งแต่โครงสร้างหลักจนถึงความสวยงามภายนอกโดยการให้บริการช่วยสร้างให้ฟรี หรือให้เงินช่วยเหลือ เป็นเหตุให้ คนในชาติ ได้ผลงานหลากหลาย ออกมาขายกันเต็ม ไปทั่วโลก ของแถมที่ได้มาที่มีค่ามหาศาลคือ คนต่างชาติที่มีงานดีๆ ก็มาขอใช้บริการ ประเทศจีนคือผู้ผลิตให้ ก็เก็บข้อมูลไว้ สามารถนำมาต่อยอด ให้คนในชาติทำเองได้อีก เป็นร้อยเป็นพันผลงาน
   ตัวอย่างประเทศ ที่ร่ำรวยจนเป็นประเทศพัตนาแล้ว ที่เกิดจากงานนวัตกรรม
       -- สเปน ฮอลันดา จีน ยุคสมเด็จพระนารายณ์ของเรา ค้นหาโลกใหม่ เพื่อทำการค้าและล่าเมืองขึ้น เอาเงินเข้าประเทศ ด้วยเรือที่ใช้เดินทางในทะเลและวิทยาการการค้าใหม่ๆที่เอาไปใช้กับประเทศอื่น เรียกว่า ช่วงนั้นเป็นจุดเริ่มต้นในการ ออกแสวงหาการค้านอกประเทศตัวเอง ด้วยความคิดใหม่ วิธีการใหม่และเรือเดินสมุทรใหม่
       - ต่อมาคืออังกฤษ ได้นวัตกรรมเรื่องเครื่องจักรไอน้ำ เรื่องเดียวแท้ๆ ที่เอามาทำ เรือสินค้าเรือรบ เครื่องจักร อาวุธ สารพัด จนกลายเป็นประเทศที่ตะวันไม่เคยตกดิน คือมีประเทศเมืองขึ้นที่ไปล่าอาณานิคมไว้ทั่วโลก แล้วไปขนเอาทรัพยากร เขามาจากทุกประเทศ จนกินไม่หมดมาทุกวันนี้ 
  --อเมริกา ได้เรื่องเทคโนโลยี่ ทั้ง hardware .solfware ,อาวุธ ,ธุรกิจการค้าเช่นอาหารเครื่องดื่ม ที่แต่ละยี่ห้อออกไปขนเงินเข้าประเทศทั่วโลก ทุกวันนี้ ,หลักการวิธีการ หาทางเอาเงินเข้าประเทศ เช่นเปลี่ยนมาตรฐานการพิมพ์เงินจากทองให้เป็นน้ำมัน สร้างความร่ำรวยจากค่าเงินดอลล่าร์มามากมายมหาศาลหลายสิบปี 
 -- ญี่ปุ่น เกาหลี เยอมัน ไต้หวัน ได้จากงานด้าน วิศวกรรม 
--- สิงค์โปร ฮ่องกง มาเลเซีย ได้เรื่องเกี่ยวกับ นวัตกรรม การค้า การเงิน ธุรกิจนายหน้า จนเป็นผู้ชำนาญการพิเศษด้านนี้ ร่ำรวยๆ
--ฝรั่งเศษ ได้น้ำหอม แฟชั่น เครื่องสำอาง 
--อิตาลี่ได้ ศิลปะ (เช่นฟอนิเจอร์แนวอิตาลี่ นิยมมากไปทั่วโลก), เครื่องจักรอุตสาหกรรม 
---สวิสเซอร์แลน ประเทศเล็กๆ และไม่มีทรัพยากรอะไรเลย ร่วรวยมั่นคง ด้วยนวัตกรรมความคิดในการออกกฎหมายให้เป็นประเทศเป็นกลางของโลก เงินทองจากทั่วโลกก็ไหลมาเทมาฝากที่นี่ และ นวัตกรรมธุรกิจการเงินที่ต้องสอนให้เด็กๆในชาติต้องศึกษากันตั้งแต่เด็กๆ
  แล้วประเทศไทยละ ? เมื่อไหร่ .? ที่รัฐบาลไทยจะหันมาสนับสนุนจริงจัง  คนไทยจะได้ มีเงินเยอะๆเข้ากระเป๋า ปัญหาทางลบทั้งหลาย ที่เกิดจากความจน ความเครียด ก็จะเกิดน้อยลง คนไทยอยู่อย่างไม่เครียดยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่เห็นแก่ตัว ไม่ทะเลาะกัน คนต่างชาติก็เข้ามาเพราะคนไทยยิ้มเก่งเหมือนเดิม ตอนเป็น ""ยิ้มสยาม""แล้ว
  อย่าลืมนะครับ ..ตอบโจทย์ ที่ว่า ..งาน ที่ใช้ทุนน้อยที่สุด ได้เงินเร็วที่สุด และ ได้มากที่สุด ..คืองานอะไร?? คำตอบคืองาน "'นวัตกรรม"" ครับ ที่ผมพูดแบบนี้ได้อย่างมั่นใจ เพราะผมอยู่กับเขา และได้จริงอย่างนั้น ถ้าไม่จริงอย่างนั้น เจ้าของ safe T cut ที่เป็นแค่ช่างไฟฟ้า ธรรมดาๆ คงไม่รวยเป็นเศรษฐี ในข้ามคืนหรอกครับ
   เชิญชวนให้ คนไทยทุกคน รีบขยันทำงานที่ตัวเองถนัด อย่าให้ต่างด้าว อย่างน้อย 5 ประเทศ มาแย่งเงินแย่งงานของเราไป รีบกระโดดออกจากอานมอเตอร์ไซด์รับจ้าง  แล้วให้คนแก่เขาทำงานนี้ไป รีบกระโดดออกจากวงเหล้า หรือราวสะพาน ที่เรามั่วสุมเพราะไม่มีงานทำ เราคนหนุ่มสาว ที่มีแรง มีกำลังสมองิกำลังการเรียนรู้ มาเอางานเราคืนจากคนต่างด้าว  ทำจนชำนาญแล้วคิดค้นงานนวัตกรรม ขึ้นมาแค่คนละชิ้น แค่ชิ้นเดียวเท่านั้นก็ทำเงินเข้ากระเป๋ามากมายได้แล้ว ประเทศจะเจริญ คนในชาติต้องทำงานกันมากที่สุดนะครับ ยิ่งชำนาญงานด้านวิชาชีพยิ่งใช่ และสามารถจ่ายความรู้ให้คนอื่นเอาไปทำได้อีกด้วย พูดง่ายๆคือประเทศใดจะร่ำรวย คนในชาติต้องทำงานกันมากที่สุด และชำนาญงานนั้นๆมากที่สุดในทุกๆคน  จะไม่มีคนว่างงานที่เอาเวลาไป ทำเรื่องลบๆให้ตัวเอง ให้คนอื่น ซึ่งถือว่าเป็นความสูญเสียแบบไร้ประโยชน์ของประเทศเป็นส่วนรวมอีกด้วย  คุยกันสนุกๆแต่มีสาระนะครับ
    ขอบคุณครับ 
    ... นนท์นริฐ จารุติไพบูลย์  ผู้สมัครรับเลือก สว. ระดับจังหวัด จันทบุรี กลุ่ม 13 เบอร์ 3 ...