วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

สมุนไพรเป็นตัวฟื้นฟู

สวัสดีครับ ขออีกสักบทความหนึ่ง เพื่อแก้ง่วง กำลังขับรถมองหา ร้านกาแฟ ปาท่องโก๋ ข้างทาง ขอคุยอะไรเล่นๆไปเรื่อยๆนิดนึงนะครับ เป็นความ เห็นส่วนตัว ในมุมมองของตัวเอง
   Non-Communicable diseases

วันพุธที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

ขมิ้ขชัน ดร.ออยล์

dG ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ดร.ออยสมุนไพรขมิ้นชันละลายน้ำ 40,000 เท่า
งานวิจัยรางวัลเหรียญทองจากยุโรป ปี2020
dG เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคุณภาพ แบบผง บรรจุแคปซูล เพื่อสะดวกแก่การรับประทาน
🍀 👉ขมิ้นชัน มีประโยชน์และสรรพคุณหลายประการ ดังนี้👇👇
ขมิ้นชัน มีวิตามินA ,Cและ E ที่เข้าสู่ร่างกายแล้วทำงานพร้อมกันทั้ง 3 ตัว จึงมีผลทำให้ช่วย 
✅ลดไขมันในตับ
✅สมานแผลภายในกระเพาะอาหาร 
✅ช่วยย่อยอาหารทำความสะอาดให้ลำไส้ 
✅เปลี่ยนไขมันให้เป็นกล้ามเนื้อ
✅ต้านอนุมูลอิสระ 
✅ป้องกันการเกิดมะเร็งในตับ
✅เสริมภูมิคุ้มกันให้กับผิวหนัง
✅กำจัดเชื้อราที่ปนเปื้อนในอาหาร ที่รับประทานเข้าไปแล้วสะสมในร่างกายเตรียมก่อตัวเป็นมะเร็ง
✅ช่วยขับน้ำนมสำหรับสตรีหลังการคลอดบุตรได้ดีรองมาจากการกินปลีกล้วย
dG ขมิ้นชัน ละลายน้ำ 40,000 เท่า
👉 หากเรารับประทานให้ตรงเวลาที่อวัยวะส่วนต่างๆของร่างกายเปิดการทำงาน จะทำให้ได้ผลตรงกับประเด็นที่ต้องการจะบำรุง หรือแก้ไขฟื้นฟูของระบบอวัยวะส่วนนั้นๆได้เป็นอย่างดี
รับประทานขมิ้นชันตามเวลาจะได้ผลโดยตรงกับอวัยวะส่วนนั้นๆ 
#ช่วยบำรุงปอด #ป้องกันมะเร็ง #ช่วยให้ปอดแข็งแรง #ช่วยเรื่องภูมิแพ้ของจมูกที่หายใจไม่สะดวก #ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันที่ผิวหนัง #ช่วยแก้ปัญหาลำไส้ใหญ่
👉 กรณีที่เคยรับประทานยาถ่ายมาเป็นเวลานาน 
👉 ขมิ้นชัน จะช่วยฟื้นฟูปลายประสาทของลำไส้ใหญ่ แต่ต้องรับประทานประจำถึงจะทำให้ลำไส้ใหญ่บีบรัดตัวเพื่อขับถ่ายอย่างปกติ แก้ปัญหาลำไส้ใหญ่กลืนลำไส้เล็ก หรือลำไส้ใหญ่มีปัญหาถ่ายมากเกินไป หรือถ่ายน้อยเกินไป
👉 ถ้าลำไส้ใหญ่ไม่มีปัญหา ให้รับประทานนขมิ้นชันพร้อมกับสูตรโยเกิร์ตนมสดน้ำผึ้งมะนาว หรือน้ำอุ่นก็ได้จะไปช่วยล้างผนังลำไส้ที่เป็นหนวดเป็นขดเล็กๆอยู่เป็นล้านๆเส้น ซึ่งขดเหล่านี้จะมีหน้าที่ดูดซึมสารอาหารเพื่อไปสร้างเม็ดเลือด ขมิ้นชันจะช่วยล้างให้สะอาดได้ ก็จะไม่ค่อยมีขยะตกค้าง จะไม่เกิดแก๊สพิษที่ทำให้เกิดกลิ่นตัว และจะไม่ค่อยเป็นริดสีดวงทวาร ไม่เป็นมะเร็งลำไส้
⏰ 👉รับประทานเวลา 7:00 น ถึง 9:00 น 
👉 ช่วยแก้ปัญหาเรื่องกระเพาะอาหาร ที่เกิดจากการกินข้าวไม่เป็นเวลา ท้องอืด จุกแน่น ปวดขาปวดเข่า ขาตึง ช่วยบำรุงสมอง ป้องกันความจำเสื่อม
👉 ช่วยแก้ปัญหาเรื่องน้ำเหลืองเสีย มีแผลที่ปาก อ้วนเกินไป ผอมเกินไปที่เกี่ยวข้องกับน้ำ ลดอาการของโรคเก๊าท์ ลดอาการเบาหวาน
⏰ เวลา 11:00 น ถึง 13:00 น 
👉 สำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจ หากรับประทานขมิ้นชันเวลานี้จะช่วยบำรุงหัวใจให้แข็งแรง 
👉 หากเลยเวลา 11:00 น ไปแล้วขมิ้นชันจะไปทำงานที่ตับแล้วตับจะส่งมาที่ปอด ปอดจะส่งไปยังผิวหนังแต่ส่วนมากมาไม่ถึงเพราะรับประทานขมิ้นชันน้อยเกินไป
⏰ รับประทานเวลา 13.00 ถึง 15:00 น.
👉 ช่วยแก้ปัญหาเรื่องปวดท้องบ่อย เพราะมีไขมันเกาะลำไส้ 
👉 ช่วยดูแลหูรูดกระเพาะปัสสาวะให้แข็งแรง แก้ปัญหาเรื่องตกขาวของสตรี 
⏰ รับประทานตอนตื่นนอน 
👉 จะช่วยเรื่องความจำได้ดี และไม่ค่อยอ่อนเพลีย 
👉 ช่วยการขับถ่ายดีขึ้น 
👉 รับประทานขมิ้นชันมากๆ จะช่วยไล่ไรฝุ่นที่ผิวหนังไม่ให้เป็นผดผื่นคันง่ายๆ และช่วยขับไขมันในตับถ้ากินในปริมาณมากๆ
👉 เลือกขมิ้นชันอย่างปลอดภัยและสบายใจ..เลือกขมิ้นชันละลายน้ำ 40,000 เท่า เลือก dG ของดร.ออย 
👉ขมิ้นละลายน้ำ 40,000 เท่า ที่ได้รับรางวัลเหรียญทองจากยุโรป ปี2020
🏆👉 DG สารสกัดขมิ้นชัน นวัตกรรมนาโนเทคโนโลยี สามารถละลายน้ำได้ 40,000 เท่า
👉 ป้องกันโรค NCD
👉 บรรเทาโรคกระเพาะอาหารและ กรดไหลย้อน
👉 ลดไขมันในเส้นเลือด
👉 ลดความเสี่ยงเส้นเลือดตีบตัน
👉 ลดอาการข้อเสื่อม อาการอักเสบ
👉 ลดภาวะเสี่ยงโรคตับ ไต หัวใจ และระบบประสาท
😊😊 หากรับประทานขมิ้นชันจำนวนมาก ส่วนที่เหลือจะทำหน้าที่ขับไขมันในตับ
✅ #วิธีใช้ รับประทานวันละ 2 แคปซูล
✅ #อย.เลขที่ 50-1-18363-5-0020
✅ #ขนาดบรรจุ 30 แคปซูล
✅ #ราคา กล่องละ 950 
#ขมิ้นชันละลาย40000เท่า
#ขมิ้นชันงานวิจัยเหรียญทอง
#โรคกระเพาะ
#กรดไหลย้อน
#งานวิจัยเหรียญทอง

วันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

ภูพารเฮ

  สวัสดีครับ ท่านผู้มีเกียรติที่เข้ามาร่วมฟังเนื้อหาดีๆ ของพวกเราวันนี้ ทางเราหวังมากๆนะครับว่า ทุกๆท่านที่มานั่งฟังกันวันนี้ จะได้สิ่งดีๆมีประโยชน์กลับไปกันเยอะๆนะครับ 
  ก่อนอื่นต้องถามพวกเราทุกคนกันก่อนว่า เราคิดว่า ความมั่นคงของชีวิตคืออะไร   หลายคนคงติบว่า เงิน  อากาศ น้ำ ยารักษาโรค  ก็เลยต้องมาคุยกันเพิ่มเติมอีกหน่อยว่า ความมั่นคงหมายถึง ." ความไว้ใจได้ว่า เมื่อบนโลกใบนี้เกิดเหตุการณ์อะไรสักอย่างที่ จะทำให้ชีวิตเราอยู่ต่อไปไม่ได้ และอะไรที่จะทำให้เรามีชีวิตอยู่ต่อนานกว่าคนอื่น.."" ความหมายของมันมีเท่านี้เอง ถ้าคำตอบนั้นเป็น อากาศ น้ำ นั่นคือตายพร้อมกันหมด ไม่มีใครอยู่นานกว่าอันนี้ไม่น่าจะใช่  ยารักษาโรคก็เชื่อว่าถ้าถึงเวลานั้นจริงๆ คนป่วยที่ยังไม่ตายก็คงคิดเหมือนๆกันว่าอยู่ต่อไปก็ตายอยู่ดีอาจจะตายก่อนใครเพราะตัวเองป่วยอยู่ ขนาดคนปรกติยังต้องหาทางมีชีวิตอยู่ต่อ ยารักษาโรคก็คงไม่จำเป็น  เงินละ?  เงินจำเป็นและมั่นคงในยามที่มีอะไรปรกติเหลือเฟือสามารถใช้เงินซื้ออะไรได้หมด แม้แต่ชีวิตคน แต่ในยามที่ทุกอย่างที่จำเป็นต่อชีวิตทุกอย่างต้องแย่งกัน ถึงเวลานั้นเงินจะเป็นสิ่งแรกที่ทุกคนโยนทิ้งก่อนเลย เพราะเอาไปซื้ออะไรใครเขาก็ไม่ขาย 
  คำตอบของคำถามนี้ที่ว่า "" อะไรคือความมั่นคงที่สุดของชีวิต "" หรือ "" อะไรคือสิ่งสุดท้ายของทุกชีวิตที่จะต้องเก็บไว้เพื่อให้ชีวิตอยู่ต่อไปได้ นานที่สุดกว่าคนอื่น."" ใบ้ให้นิดนึงว่าคำตอบนั้นอยู่ในปัจจัย 4  อาหารเครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค  นั่นแหละ แล้วอะไรละที่จะต้องถูกเลือกให้สำคัญที่สุดในนี้ คำตอบก็คือ .""อาหาร""  ดังนั้นธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร จะไม่มีวันตาย และจะยั่งยืนยาวนานกว่าธุรกิจอื่น เพราะเมื่อถึงเวลานั้น ทุกคนยอมแลกทุกอย่างที่มีเพื่อแลกอาหารมาประทังชีวิตตน  
คำถามต่อไปคือ อาหารนั้นควรเป็นอาหารประเภทไหน? สัตว์ หรือ พืช 
ถ้าเป็นสัตว์ สิ่งที่เรารู้คือ สัตว์กินพืชหรือสัตว์ด้วยกันเป็นอาหาร กว่าจะผ่านมาเป็นอาหารของเรา ต้องผ่านขบวนการมากมาย มีโรคติดมาฝากเรา มีพญาธิ  มีความเครียด มีพิษของสัตว์อื่นหรือจากพืชที่มันกินเข้าไปสะสมในตัว นี่คือสิ่งร้ายๆที่สะสมในตัวขณะที่มันดำเนินชีวิต แล้วเมื่อมันถูกฆ่าเพื่อมาเป็นอาหาร ก็ยังมีขบวนการเติมพิษมาให้เราอีก เช่น สารบอเร็กนักษาสีให้น่าซื้อ , ฟอมารีน เพื่อกันบูดเน่า , สารฟอกขาวกับเนื้อสัตว์บางชนิด ,เชื้อราอันตรายจากการเก็บรักษา และ และเชื้ออีโคไลน์จากการเน่าเสีย นี่ยังไม่รวมเรื่องบาปบุญอีกนะครับ และก็อีกเรื่องคือ อาหารของสัตว์ก็มีสิทธิ์จะหมดไปอีกด้วย 
มาลองดูอาหารจากพืช เป็นอาหารสะอาด ไม่เป็นอาหารของมะเร็ง ไม่บาป ไม่มีโรคอันตรายมาฝากเรา ที่สำคัญ อาหารหลักของพืช ต้นทุนจะต่ำและไม่มีวันหมด หลักๆก็คืออากาศ และน้ำ  สรุปว่า ถ้ามีสารอาหารเหมือนกัน เรากินพืชเป็นอาหารดีกว่า เพราะมนูษย์ถูกออกแบบมาให้กินพืชเป็นอาหาร  ลำใส้ใหญ่ของมนุษย์จะยาวมากๆเพื่อเอาไว้ดูดซับสารอาหารที่เป็นประโยชน์จากอาหารพืชที่ย่อยไม่หมด ซึ่งถ้าลำใส้ยาวขนาดนี้ เป็นอาหารจากสัตว์ที่กระเพาะย่อยไม่หมดจะเน่าเสียเร็วกว่าอาหารพืชมาก ถ้า อยู่ในลำใส้ใหญ่ที่ยาวขนาดนั้น ไม่ถึงปลายทางสักที  จะเน่าเสียเร็วมาก ก่อให้เกิดโรคที่ลำใส้ใหญ่ตามมา  อย่างเช่น มะเร็งที่ลำใส้ใหญ่  อีกอย่างหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่า มนุษย์ถูกสร้างให้เป็นสัตว์กินพืชคือ ไม่มีเขี้ยวไว้ฉีกเนื้อสัตว์ 
  เมื่อเราเลือกพืชเป็นอาหารแล้ว ถ้าเราจะทำธุรกิจจากพืชอาหาร เราก็ต้องมาดูว่า พืชอาหารชนิดไหนที่ ร่างกายต้องการมากที่สุด ซึ่งก็คือ คาร์โบไฮเดรต วิตามินและเกลือแร่  และโปรตีน  โดยที่สองตัวแรกมีอยู่ในท้องตลาดมากมาย ที่เป็นแป้ง และผักผลไม้ จะเหลือแต่ประเภทให้โปรตีนที่ได้จากพืชประเภทถั่ว ซึ่งมีอยู่น้อยในท้องตลาด เพราะมีพืชอยู่ไม่กี่ชนิด เป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก  และการบริโภคในครัวเรือน และเพื่อป้อนเข้าโรงงานอุสาหกรรม จนโปรตีนจสกธรนมชาติขาดตลาด ทำให้ภาคครัวเรือนต้องหันไปซื้อโปรตีนจากอุตสาหกรรมมาบริโภค เช่นโปรตีนเวย์ เป็นต้น  โปรตีน ทำหน้าที่สร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และสร้างเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ สร้างเซลกระดูก ซ่อมแซมเนื้อเยื่อ เส้นผม ซึ่งมีความจำเป็นอย่างมากต่อคนอายุเลยกลางคนขึ้นไป ที่ร่างกายต้องการโปรตีนมากขึ้นแต่ต้องการพลังงานน้อยลง และแหล่งโปรตีนจากพืซก็มีให้เลือกน้อย เช่น พืชจำพวกถั่ว บางชนิด ซึ่งก็มักจะเกิดปัญหาเรื่องเชื้อราทั้งชนิดร้ายแรงและไม่ร้ายแรง 
   

วันพุธที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

ความมั่นคงทางอาหาร

 

Food Security (ความมั่นคงทางอาหาร)

 14 ธ.ค. 2564
Food Security (ความมั่นคงทางอาหาร)

Food Security หมายถึง ความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งเป็นคำที่เกิดขึ้นในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ทางอาหารตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1970 โดยองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) กำหนดความหมายว่า “สภาวะที่คนทุกคนและทุกขณะเวลามีความสามารถทั้งทางกายภาพและทางเศรษฐกิจที่สามารถเข้าถึงอาหารที่เพียงพอ ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อตอบสนองความต้องการและความพึงพอใจด้านอาหารเพื่อให้เกิดชีวิตที่มีพลังและมีสุขภาพ” แบ่งความหมายด้านความมั่นคงออกเป็น 4 ด้าน คือ

  1. การมีอาหารเพียงพอ (Food Availability) การมีอาหารในปริมาณที่เพียงพอและมีคุณภาพ
  2. การเข้าถึงอาหาร (Food Access) การเข้าถึงทรัพยากรที่เหมาะสมรวมไปถึงสิทธิเพื่อการหาอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสม
  3. การใช้ประโยชน์จากอาหาร (Food Utilization) การใช้ประโยชน์จากอาหารในการบริโภค โดยมีปริมาณอาหารที่เพียงพอ มีน้ำสะอาดในการบริโภค-อุปโภค มีสุขอนามัยและการดูแลสุขภาพที่ดี
  4. การมีเสถียรภาพด้านอาหาร (Food Stability) ประชาชนหรือครัวเรือนหรือบุคคลต้องเข้าถึงอาหารอย่างเพียงพอตลอดเวลา ไม่มีความเสี่ยงในการเข้าถึงอาหารเมื่อเกิดความขาดแคลนขึ้นมาอย่างกะทันหัน

 

ภาพจาก : https://www.nutrishatives.com/what-is-food-security/what-is-food-security-2/
ที่มาข้อมูล : นนทกานต์ จันทร์อ่อน. ความมั่นคงทางอาหารของประเทศไทย. [ออนไลน์]. 2014, แหล่งที่มา: http://library.senate.go.th/document/Ext7091/7091777_0002.PDF [11 เมษายน 2563]

วันอังคารที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2566

โปรตีน

โดย ดร.วินัย ดะห์ลัน


โปรตีนสารอาหารจำเป็น

ความรู้ด้านโภชนาการยุคใหม่ สารอาหารหรือสารที่พบในอาหารซึ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต จัดแบ่งได้เป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน เกลือแร่ น้ำ และกลุ่มพิเศษอีกหนึ่งกลุ่มคือไฟโตนิวเทรียนท์ที่แม้เป็นสารกึ่งจำเป็นแต่ว่าช่วยให้ชีวิตสมบูรณ์ขึ้น

ร่างกายของเรามีการสร้างเซลล์ใหม่เพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์หรือทดแทนเซลล์เก่า เด็กสร้างเซลล์ใหม่ทำให้เติบโตขึ้น ผู้ใหญ่มีเซลล์เฉลี่ย 37.2 ล้านล้านเซลล์ จำนวนนี้ตายลงร้อยละ 0.16 ต่อวันหรือวันละ 60,000 ล้านเซลล์ ดังนั้น ร่างกายจึงจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอเพื่อที่จะสร้างเซลล์ใหม่ในจำนวนเท่ากันทุกวันและทดแทนเซลล์เก่าที่สลายไป นี่คือกลไกหลักที่ช่วยให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง หากชะลอตัวลงเมื่อไร ความแก่ชราย่อมมาเยือน หยุดลงเมื่อไรอายุขัยย่อมสิ้นสุดลง1

ในทางวิทยาศาสตร์ ร่างกายนั้นประกอบขึ้นจากโมเลกุลพื้นฐานที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของชีวิตสองชนิดคือ “กรดนิวคลิอิก” (Nucleic acids) เป็นหน่วยย่อยของดีเอ็นเอที่ทำหน้าที่เสมือนแม่พิมพ์ของชีวิต และ “กรดอะมิโน” (Amino acids) คือหน่วยย่อยของโปรตีน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กรดอะมิโนจำเป็น (indispensable amino acid) ซึ่งร่างกายสังเคราะห์ไม่ได้มีอยู่ 8-9 ชนิด และกรดอะมิโนไม่จำเป็น (dispensable amino acid) ซึ่งร่างกายสังเคราะห์ได้มีอยู่ 11-12 ชนิด ทำหน้าที่เป็นทั้งโครงสร้างทั้งโมเลกุลทำงานในร่างกาย พบทั่วไปในกล้ามเนื้อ กระดูก ผิวหนัง ผม อวัยวะต่างๆ รวมถึงเป็นสารขนส่งสารอาหารและออกซิเจนในเลือด และเป็นเอนไซม์ที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาต่างๆ ในร่างกาย

หากพิจารณาในแง่มุมทางโภชนาการ โปรตีนสำคัญกว่าดีเอ็นเอเนื่องจากร่างกายมีกลไกเปลี่ยนกรดอะมิโนให้เป็นกรดนิวคลีอิก ในขณะที่กรดนิวคลิอิกเปลี่ยนไปเป็นกรดอะมิโนได้ไม่ครบทุกตัว2 โปรตีนแม้สามารถสร้างเป็นพลังงานได้ โดยโปรตีน 1 กรัมสร้างพลังงานได้ 4 กิโลแคลอรี แต่ร่างกายสร้างพลังงานโดยใช้คาร์โบไฮเดรตและไขมันเป็นหลัก ส่วนโปรตีนร่างกายสงวนไว้เพื่อเก็บออมกรดอะมิโนไว้ใช้สร้างภูมิต้านทานซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการอยู่รอดในกรณีป่วยไข้ น่าแปลกในขณะที่กรดไขมันถูกสะสมไว้ได้ในรูปไตรกลีเซอไรด์ คาร์โบไฮเดรตถูกสะสมไว้ในรูปไกลโคเจน ร่างกายกลับสะสมโปรตีนไว้ไม่ได้ จำเป็นต้องกำจัดออกในรูปกรดอะมิโน ร่างกายจึงต้องได้รับโปรตีนทุกวันเพื่อนำกรดอะมิโนไปใช้สร้างโปรตีนชนิดต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงอยู่ของชีวิตรวมทั้งรักษาไว้ในรูปกรดอะมิโนอิสระเพื่อใช้ในบางหน้าที่3

โปรตีน คือ สารอาหารที่ให้พลังงาน มีโครงสร้างขนาดใหญ่ เกิดจากหน่วยย่อยเล็กๆ อย่างกรดอะมิโนเรียงต่อกัน โดยโปรตีนเปรียบเสมือนก้อนอิฐที่ก่อขึ้นเป็นร่างกายของเรา มีส่วนสำคัญช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต

protein_best_detail01.jpg

แต่รู้หรือไม่

• โปรตีนที่เรากินจะไม่เก็บสะสมไว้ใช้ภายหลังได้เหมือนคาร์โบไฮเดรตและไขมัน
• ในแต่ละวันร่างกายมีการสลายและขับโปรตีนในรูปแบบต่างๆ ทุกวัน
ไม่ว่าจะเป็นการหลุดร่วงของเส้นผม, การหลุดลอกของเซลล์ผิวหนัง, การกำจัดฮอร์โมนหรือสารภูมิคุ้มกันที่หมดหน้าที่, การหลุดลอกของเซลล์ในอวัยวะภายใน


โดยทั่วไป ร่างกายต้องการโปรตีน 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แต่ในแต่ละช่วงวัย หรือกิจกรรมประจำที่ต่างกัน ก็จะมีความต้องการโปรตีนที่ต่างกันไปได้ เช่น
• เด็กกำลังโต ต้องการโปรตีน 1.2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
• ผู้ใหญ่ ต้องการโปรตีน 0.8 - 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
• หญิงมีครรภ์/ให้นมบุตร ต้องการโปรตีน +20 กรัม จากปกติ ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
• นักกีฬา ต้องการโปรตีน 1.7 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
• คนคุมน้ำหนัก ต้องการโปรตีน 1.2 - 1.6 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

protein_best_detail03.jpg

แหล่งโปรตีนหาได้จาก

เนื้อสัตว์ ได้แก่ ไข่, เนื้อสัตว์, นม เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดี มีกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายต้องการครบถ้วน แต่มักมีไขมันอิ่มตัวและโคเลสเตอรอลสูง
พืช ได้แก่ ถั่ว, ธัญพืช เป็นแหล่งโปรตีนที่มีกรดอะมิโนจำเป็นครบเช่นกัน แต่อาจมีกรดอะมิโนจำเป็นบางตัวน้อยกว่าปกติจึงต้องเลือกกินอย่างมีคุณภาพ

protein_best_detail04.jpg

PROTEIN B.E.S.T.

ประโยชน์ครบ...จบทั่วร่าง

B-Breakfast
การเสริมโปรตีนในอาหารเช้าเพื่อสร้างความกระปรี้กระเปร่าและทำให้เกิดพลังเพื่อใช้ในการทำงานทั้งวัน เป็นที่ทราบกันดีว่าอาหารเช้าคือมื้อสำคัญที่สุดของวัน เนื่องจากเป็นมื้อแรกหลังจากที่ร่างกายอยู่ในสภาวะขาดอาหารช่วงเวลาสั้นนาน 10-12 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ในภาวะเร่งรีบของผู้คนในเมืองสมัยใหม่ คนจำนวนไม่น้อยประสบปัญหาน้ำหนักตัวจึงเลี่ยงอาหารเช้าเพื่อลดพลังงานที่ได้รับต่อวัน ด้วยความเชื่อว่าเมื่อลดพลังงานจากอาหารได้ย่อมสะดวกต่อการควบคุมน้ำหนักตัว แต่กลับปรากฏว่าการงดอาหารเช้าส่งผลให้การควบคุมน้ำหนักตัวเกิดปัญหา สิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายของผู้งดอาหารเช้าคือการมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น กระทั่งความเชื่อเรื่องการงดอาหารเช้าเริ่มหายไปกลับกลายเป็นว่าอาหารเช้าคือมื้อที่สำคัญที่สุดทั้งด้านการควบคุมน้ำหนักตัวและการดูแลสุขภาพด้านอื่น ในทางโภชนาการยุคใหม่ สารอาหารแต่ละหมู่แม้มีความสำคัญต่อการสร้างสุขภาพทว่าการเรียงลำดับสารอาหารที่เข้าสู่ร่างกายกลับให้ผลแตกต่างกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อการทำงานของสมอง การเริ่มต้นวันด้วยคาร์โบไฮเดรตปริมาณมากเช่นที่คุ้นเคยกันในมื้อเช้า ส่งผลต่อการหลั่งเคมีสมองกลุ่มเซโรโทนิน (Serotonin) ที่สร้างภาวะสงบให้เกิดขึ้น ขณะที่ในทางธรรมชาติ ช่วงเวลาเช้าร่างกายต้องการความกระปรี้กระเปร่ามากกว่า การเริ่มต้นมื้อเช้าด้วยโปรตีนรวมถึงการเสริมปริมาณโปรตีนให้มากขึ้นในมื้อนี้ย่อมส่งผลต่อการหลั่งเคมีในสมองในกลุ่มโดปามีน (Dopamine) ที่ส่งผลให้ร่างกายเกิดความกระฉับกระเฉงพร้อมที่จะเริ่มงานในวันนั้น การเสริมโปรตีนในอาหารมื้อเช้าหรือการเริ่มต้นมื้อเช้าด้วยโปรตีนจึงเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติ4,5

E-Energy
การใช้โปรตีนกระตุ้นร่างกายขณะเกิดอาการอ่อนเพลียหรือล้าจากการทำงานหนักหรือเครียด ในภาวะปกติ ร่างกายขณะออกกำลังกายหรือใช้แรงงาน กล้ามเนื้อใช้น้ำตาลในเลือดและไกลโคเจนในกล้ามเนื้อเพื่อเป็นแหล่งพลังงานหลัก เมื่อไกลโคเจนหรือกลูโคสลดลงมากแล้ว ร่างกายจะปรับกลไกเพื่อสร้างกลูโคสจากจากสารที่มิใช่คาร์โบไฮเดรตที่เรียกว่ากระบวนการกลูโคนีโอเจเนซิส (Gluconeogenesis) หรือกระบวนการสร้างกลูโคส ซึ่งกรดอะมิโนที่ย่อยสลายจากโปรตีนจะเป็นสารตัวหนึ่งที่เข้าร่วมในกลไกดังกล่าว ขณะออกกำลังกายหรือช่วงการทำงานหนักของกล้ามเนื้อ อาจเกิดภาวะบาดเจ็บของกล้ามเนื้อซึ่งจำเป็นต้องได้รับการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วนเพื่อให้กล้ามเนื้อกลับมาทำงานได้อย่างมีคุณภาพ นักโภชนาการการกีฬาบางกลุ่มแนะนำให้เสริมโปรตีนเพื่อสองวัตถุประสงค์นั่นคือการเป็นแหล่งของกรดอะมิโนเพื่อซ่อมแซมกล้ามเนื้อส่วนที่เสียหาย ขณะเดียวกันเพื่อเป็นแหล่งโมเลกุลที่ใช้ในการสร้างกลูโคสโมเลกุลใหม่เพื่อนำไปสร้างพลังงานให้กับการทำงานของกล้ามเนื้อ การเสริมโปรตีนเพื่อเร่งการฟื้นตัวของนักกีฬาจากการออกกำลังกายเป็นเวลานานหรือร่างกายจากสภาวะเหนื่อยล้าในปัจจุบันจึงได้รับความนิยมในเชิงโภชนาการการกีฬามากขึ้น6

S-Skin and Hair
การใช้โปรตีนเพื่อส่งเสริมการสร้างเซลล์ผิวหนังและเส้นผม เป็นที่รับรู้กันว่าในภาวะขาดโภชนาการโปรตีน อาการแสดงอย่างหนึ่งที่เห็นเด่นชัดคือความผิดปกติของกระบวนการสร้างเส้นผม ดังเช่น ผมร่วง ผมขาด เส้นผมเล็กลง ผมมีสีอ่อนเนื่องจากเกิดปัญหาการสร้างเม็ดสี รวมถึงการมีผิวแห้งและลอกง่าย เป็นขุย เล็บนูนเป็นเส้น การเสริมโปรตีนช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่กล่าวถึงทั้งหมด ในกรณีของผู้ที่มีภาวะโภชนาการโปรตีนที่ต่ำหรืออยู่ในภาวะที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้โปรตีนเพิ่มขึ้น เช่น ในภาวะเจ็บป่วย ผ่าตัด เครียด ฯลฯ อีกปัญหาหนึ่งของการขาดโปรตีนในกรณีของวัยสูงอายุคือการลดลงของโปรตีนคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น การเสริมโปรตีนช่วยให้การสร้างผิวหนัง เส้นผม เล็บ มีความสมบูรณ์ขึ้น ผิวพรรณมีน้ำมีนวล สดชื่น เปล่งปลั่ง เกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทั้งหมดนี้เป็นผลจากโปรตีนที่ได้รับจากการเสริมถูกนำไปใช้ในกระบวนการสร้างผิว หรือผม และเล็บที่เป็นปัญหา7

T-Total Cells
การใช้โปรตีนส่งเสริมการทำงานของเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย ดังได้กล่าวแล้วว่าโปรตีนมีความสำคัญต่อการซ่อมแซมและเสริมสร้างเซลล์ในร่างกายทุกเซลล์ ทุกวันมีเซลล์หมดอายุหรือถูกทำลายลงจำเป็นต้องสร้างขึ้นใหม่หรือซ่อมแซมเซลล์ให้เป็นปกติ การเสริมโปรตีนจึงมีผลทำให้เซลล์ที่หมดอายุ ตายลงหรือหลุดลอกออกซึ่งจำเป็นต้องสร้างขึ้นใหม่หรือในกรณีผลัดเซลล์รุ่นเก่าออกเพื่อทดแทนด้วยเซลล์ใหม่ กระบวนการทดแทนนี้จำเป็นที่ร่างกายต้องได้รับโปรตีนเพื่อนำกรดอะมิโนมาใช้เป็นวัตถุดิบคล้ายเป็นอิฐบล็อกที่จำเป็นต้องใช้เพื่อการสร้างบ้าน กรดอะมิโนจากโปรตีนที่นำมาใช้ต้องครบถ้วนด้วยกรดอะมิโนจำเป็นที่มีคุณสมบัติต่างๆ กัน ทั้งกรดอะมิโนที่มีกิ่งและไม่มีกิ่งรวมถึงกรดอะมิโนชนิดอื่นๆ แหล่งของโปรตีนที่นำมาใช้เสริมจึงมีความสำคัญ8

โปรตีน

 























โปรตีน 2

โดย ดร.วินัย ดะห์ลัน


โปรตีนสารอาหารจำเป็น

ความรู้ด้านโภชนาการยุคใหม่ สารอาหารหรือสารที่พบในอาหารซึ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต จัดแบ่งได้เป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน เกลือแร่ น้ำ และกลุ่มพิเศษอีกหนึ่งกลุ่มคือไฟโตนิวเทรียนท์ที่แม้เป็นสารกึ่งจำเป็นแต่ว่าช่วยให้ชีวิตสมบูรณ์ขึ้น

ร่างกายของเรามีการสร้างเซลล์ใหม่เพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์หรือทดแทนเซลล์เก่า เด็กสร้างเซลล์ใหม่ทำให้เติบโตขึ้น ผู้ใหญ่มีเซลล์เฉลี่ย 37.2 ล้านล้านเซลล์ จำนวนนี้ตายลงร้อยละ 0.16 ต่อวันหรือวันละ 60,000 ล้านเซลล์ ดังนั้น ร่างกายจึงจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอเพื่อที่จะสร้างเซลล์ใหม่ในจำนวนเท่ากันทุกวันและทดแทนเซลล์เก่าที่สลายไป นี่คือกลไกหลักที่ช่วยให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง หากชะลอตัวลงเมื่อไร ความแก่ชราย่อมมาเยือน หยุดลงเมื่อไรอายุขัยย่อมสิ้นสุดลง1

ในทางวิทยาศาสตร์ ร่างกายนั้นประกอบขึ้นจากโมเลกุลพื้นฐานที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของชีวิตสองชนิดคือ “กรดนิวคลิอิก” (Nucleic acids) เป็นหน่วยย่อยของดีเอ็นเอที่ทำหน้าที่เสมือนแม่พิมพ์ของชีวิต และ “กรดอะมิโน” (Amino acids) คือหน่วยย่อยของโปรตีน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กรดอะมิโนจำเป็น (indispensable amino acid) ซึ่งร่างกายสังเคราะห์ไม่ได้มีอยู่ 8-9 ชนิด และกรดอะมิโนไม่จำเป็น (dispensable amino acid) ซึ่งร่างกายสังเคราะห์ได้มีอยู่ 11-12 ชนิด ทำหน้าที่เป็นทั้งโครงสร้างทั้งโมเลกุลทำงานในร่างกาย พบทั่วไปในกล้ามเนื้อ กระดูก ผิวหนัง ผม อวัยวะต่างๆ รวมถึงเป็นสารขนส่งสารอาหารและออกซิเจนในเลือด และเป็นเอนไซม์ที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาต่างๆ ในร่างกาย

หากพิจารณาในแง่มุมทางโภชนาการ โปรตีนสำคัญกว่าดีเอ็นเอเนื่องจากร่างกายมีกลไกเปลี่ยนกรดอะมิโนให้เป็นกรดนิวคลีอิก ในขณะที่กรดนิวคลิอิกเปลี่ยนไปเป็นกรดอะมิโนได้ไม่ครบทุกตัว2 โปรตีนแม้สามารถสร้างเป็นพลังงานได้ โดยโปรตีน 1 กรัมสร้างพลังงานได้ 4 กิโลแคลอรี แต่ร่างกายสร้างพลังงานโดยใช้คาร์โบไฮเดรตและไขมันเป็นหลัก ส่วนโปรตีนร่างกายสงวนไว้เพื่อเก็บออมกรดอะมิโนไว้ใช้สร้างภูมิต้านทานซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการอยู่รอดในกรณีป่วยไข้ น่าแปลกในขณะที่กรดไขมันถูกสะสมไว้ได้ในรูปไตรกลีเซอไรด์ คาร์โบไฮเดรตถูกสะสมไว้ในรูปไกลโคเจน ร่างกายกลับสะสมโปรตีนไว้ไม่ได้ จำเป็นต้องกำจัดออกในรูปกรดอะมิโน ร่างกายจึงต้องได้รับโปรตีนทุกวันเพื่อนำกรดอะมิโนไปใช้สร้างโปรตีนชนิดต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงอยู่ของชีวิตรวมทั้งรักษาไว้ในรูปกรดอะมิโนอิสระเพื่อใช้ในบางหน้าที่3

โปรตีน คือ สารอาหารที่ให้พลังงาน มีโครงสร้างขนาดใหญ่ เกิดจากหน่วยย่อยเล็กๆ อย่างกรดอะมิโนเรียงต่อกัน โดยโปรตีนเปรียบเสมือนก้อนอิฐที่ก่อขึ้นเป็นร่างกายของเรา มีส่วนสำคัญช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต

protein_best_detail01.jpg

แต่รู้หรือไม่

• โปรตีนที่เรากินจะไม่เก็บสะสมไว้ใช้ภายหลังได้เหมือนคาร์โบไฮเดรตและไขมัน
• ในแต่ละวันร่างกายมีการสลายและขับโปรตีนในรูปแบบต่างๆ ทุกวัน
ไม่ว่าจะเป็นการหลุดร่วงของเส้นผม, การหลุดลอกของเซลล์ผิวหนัง, การกำจัดฮอร์โมนหรือสารภูมิคุ้มกันที่หมดหน้าที่, การหลุดลอกของเซลล์ในอวัยวะภายใน


โดยทั่วไป ร่างกายต้องการโปรตีน 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แต่ในแต่ละช่วงวัย หรือกิจกรรมประจำที่ต่างกัน ก็จะมีความต้องการโปรตีนที่ต่างกันไปได้ เช่น
• เด็กกำลังโต ต้องการโปรตีน 1.2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
• ผู้ใหญ่ ต้องการโปรตีน 0.8 - 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
• หญิงมีครรภ์/ให้นมบุตร ต้องการโปรตีน +20 กรัม จากปกติ ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
• นักกีฬา ต้องการโปรตีน 1.7 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
• คนคุมน้ำหนัก ต้องการโปรตีน 1.2 - 1.6 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

protein_best_detail03.jpg

แหล่งโปรตีนหาได้จาก

เนื้อสัตว์ ได้แก่ ไข่, เนื้อสัตว์, นม เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดี มีกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายต้องการครบถ้วน แต่มักมีไขมันอิ่มตัวและโคเลสเตอรอลสูง
พืช ได้แก่ ถั่ว, ธัญพืช เป็นแหล่งโปรตีนที่มีกรดอะมิโนจำเป็นครบเช่นกัน แต่อาจมีกรดอะมิโนจำเป็นบางตัวน้อยกว่าปกติจึงต้องเลือกกินอย่างมีคุณภาพ

protein_best_detail04.jpg

PROTEIN B.E.S.T.

ประโยชน์ครบ...จบทั่วร่าง

B-Breakfast
การเสริมโปรตีนในอาหารเช้าเพื่อสร้างความกระปรี้กระเปร่าและทำให้เกิดพลังเพื่อใช้ในการทำงานทั้งวัน เป็นที่ทราบกันดีว่าอาหารเช้าคือมื้อสำคัญที่สุดของวัน เนื่องจากเป็นมื้อแรกหลังจากที่ร่างกายอยู่ในสภาวะขาดอาหารช่วงเวลาสั้นนาน 10-12 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ในภาวะเร่งรีบของผู้คนในเมืองสมัยใหม่ คนจำนวนไม่น้อยประสบปัญหาน้ำหนักตัวจึงเลี่ยงอาหารเช้าเพื่อลดพลังงานที่ได้รับต่อวัน ด้วยความเชื่อว่าเมื่อลดพลังงานจากอาหารได้ย่อมสะดวกต่อการควบคุมน้ำหนักตัว แต่กลับปรากฏว่าการงดอาหารเช้าส่งผลให้การควบคุมน้ำหนักตัวเกิดปัญหา สิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายของผู้งดอาหารเช้าคือการมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น กระทั่งความเชื่อเรื่องการงดอาหารเช้าเริ่มหายไปกลับกลายเป็นว่าอาหารเช้าคือมื้อที่สำคัญที่สุดทั้งด้านการควบคุมน้ำหนักตัวและการดูแลสุขภาพด้านอื่น ในทางโภชนาการยุคใหม่ สารอาหารแต่ละหมู่แม้มีความสำคัญต่อการสร้างสุขภาพทว่าการเรียงลำดับสารอาหารที่เข้าสู่ร่างกายกลับให้ผลแตกต่างกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อการทำงานของสมอง การเริ่มต้นวันด้วยคาร์โบไฮเดรตปริมาณมากเช่นที่คุ้นเคยกันในมื้อเช้า ส่งผลต่อการหลั่งเคมีสมองกลุ่มเซโรโทนิน (Serotonin) ที่สร้างภาวะสงบให้เกิดขึ้น ขณะที่ในทางธรรมชาติ ช่วงเวลาเช้าร่างกายต้องการความกระปรี้กระเปร่ามากกว่า การเริ่มต้นมื้อเช้าด้วยโปรตีนรวมถึงการเสริมปริมาณโปรตีนให้มากขึ้นในมื้อนี้ย่อมส่งผลต่อการหลั่งเคมีในสมองในกลุ่มโดปามีน (Dopamine) ที่ส่งผลให้ร่างกายเกิดความกระฉับกระเฉงพร้อมที่จะเริ่มงานในวันนั้น การเสริมโปรตีนในอาหารมื้อเช้าหรือการเริ่มต้นมื้อเช้าด้วยโปรตีนจึงเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติ4,5

E-Energy
การใช้โปรตีนกระตุ้นร่างกายขณะเกิดอาการอ่อนเพลียหรือล้าจากการทำงานหนักหรือเครียด ในภาวะปกติ ร่างกายขณะออกกำลังกายหรือใช้แรงงาน กล้ามเนื้อใช้น้ำตาลในเลือดและไกลโคเจนในกล้ามเนื้อเพื่อเป็นแหล่งพลังงานหลัก เมื่อไกลโคเจนหรือกลูโคสลดลงมากแล้ว ร่างกายจะปรับกลไกเพื่อสร้างกลูโคสจากจากสารที่มิใช่คาร์โบไฮเดรตที่เรียกว่ากระบวนการกลูโคนีโอเจเนซิส (Gluconeogenesis) หรือกระบวนการสร้างกลูโคส ซึ่งกรดอะมิโนที่ย่อยสลายจากโปรตีนจะเป็นสารตัวหนึ่งที่เข้าร่วมในกลไกดังกล่าว ขณะออกกำลังกายหรือช่วงการทำงานหนักของกล้ามเนื้อ อาจเกิดภาวะบาดเจ็บของกล้ามเนื้อซึ่งจำเป็นต้องได้รับการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วนเพื่อให้กล้ามเนื้อกลับมาทำงานได้อย่างมีคุณภาพ นักโภชนาการการกีฬาบางกลุ่มแนะนำให้เสริมโปรตีนเพื่อสองวัตถุประสงค์นั่นคือการเป็นแหล่งของกรดอะมิโนเพื่อซ่อมแซมกล้ามเนื้อส่วนที่เสียหาย ขณะเดียวกันเพื่อเป็นแหล่งโมเลกุลที่ใช้ในการสร้างกลูโคสโมเลกุลใหม่เพื่อนำไปสร้างพลังงานให้กับการทำงานของกล้ามเนื้อ การเสริมโปรตีนเพื่อเร่งการฟื้นตัวของนักกีฬาจากการออกกำลังกายเป็นเวลานานหรือร่างกายจากสภาวะเหนื่อยล้าในปัจจุบันจึงได้รับความนิยมในเชิงโภชนาการการกีฬามากขึ้น6

S-Skin and Hair
การใช้โปรตีนเพื่อส่งเสริมการสร้างเซลล์ผิวหนังและเส้นผม เป็นที่รับรู้กันว่าในภาวะขาดโภชนาการโปรตีน อาการแสดงอย่างหนึ่งที่เห็นเด่นชัดคือความผิดปกติของกระบวนการสร้างเส้นผม ดังเช่น ผมร่วง ผมขาด เส้นผมเล็กลง ผมมีสีอ่อนเนื่องจากเกิดปัญหาการสร้างเม็ดสี รวมถึงการมีผิวแห้งและลอกง่าย เป็นขุย เล็บนูนเป็นเส้น การเสริมโปรตีนช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่กล่าวถึงทั้งหมด ในกรณีของผู้ที่มีภาวะโภชนาการโปรตีนที่ต่ำหรืออยู่ในภาวะที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้โปรตีนเพิ่มขึ้น เช่น ในภาวะเจ็บป่วย ผ่าตัด เครียด ฯลฯ อีกปัญหาหนึ่งของการขาดโปรตีนในกรณีของวัยสูงอายุคือการลดลงของโปรตีนคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น การเสริมโปรตีนช่วยให้การสร้างผิวหนัง เส้นผม เล็บ มีความสมบูรณ์ขึ้น ผิวพรรณมีน้ำมีนวล สดชื่น เปล่งปลั่ง เกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทั้งหมดนี้เป็นผลจากโปรตีนที่ได้รับจากการเสริมถูกนำไปใช้ในกระบวนการสร้างผิว หรือผม และเล็บที่เป็นปัญหา7

T-Total Cells
การใช้โปรตีนส่งเสริมการทำงานของเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย ดังได้กล่าวแล้วว่าโปรตีนมีความสำคัญต่อการซ่อมแซมและเสริมสร้างเซลล์ในร่างกายทุกเซลล์ ทุกวันมีเซลล์หมดอายุหรือถูกทำลายลงจำเป็นต้องสร้างขึ้นใหม่หรือซ่อมแซมเซลล์ให้เป็นปกติ การเสริมโปรตีนจึงมีผลทำให้เซลล์ที่หมดอายุ ตายลงหรือหลุดลอกออกซึ่งจำเป็นต้องสร้างขึ้นใหม่หรือในกรณีผลัดเซลล์รุ่นเก่าออกเพื่อทดแทนด้วยเซลล์ใหม่ กระบวนการทดแทนนี้จำเป็นที่ร่างกายต้องได้รับโปรตีนเพื่อนำกรดอะมิโนมาใช้เป็นวัตถุดิบคล้ายเป็นอิฐบล็อกที่จำเป็นต้องใช้เพื่อการสร้างบ้าน กรดอะมิโนจากโปรตีนที่นำมาใช้ต้องครบถ้วนด้วยกรดอะมิโนจำเป็นที่มีคุณสมบัติต่างๆ กัน ทั้งกรดอะมิโนที่มีกิ่งและไม่มีกิ่งรวมถึงกรดอะมิโนชนิดอื่นๆ แหล่งของโปรตีนที่นำมาใช้เสริมจึงมีความสำคัญ8

   

โดย ดร.วินัย ดะห์ลัน


โปรตีนสารอาหารจำเป็น

ความรู้ด้านโภชนาการยุคใหม่ สารอาหารหรือสารที่พบในอาหารซึ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต จัดแบ่งได้เป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน เกลือแร่ น้ำ และกลุ่มพิเศษอีกหนึ่งกลุ่มคือไฟโตนิวเทรียนท์ที่แม้เป็นสารกึ่งจำเป็นแต่ว่าช่วยให้ชีวิตสมบูรณ์ขึ้น

ร่างกายของเรามีการสร้างเซลล์ใหม่เพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์หรือทดแทนเซลล์เก่า เด็กสร้างเซลล์ใหม่ทำให้เติบโตขึ้น ผู้ใหญ่มีเซลล์เฉลี่ย 37.2 ล้านล้านเซลล์ จำนวนนี้ตายลงร้อยละ 0.16 ต่อวันหรือวันละ 60,000 ล้านเซลล์ ดังนั้น ร่างกายจึงจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอเพื่อที่จะสร้างเซลล์ใหม่ในจำนวนเท่ากันทุกวันและทดแทนเซลล์เก่าที่สลายไป นี่คือกลไกหลักที่ช่วยให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง หากชะลอตัวลงเมื่อไร ความแก่ชราย่อมมาเยือน หยุดลงเมื่อไรอายุขัยย่อมสิ้นสุดลง1

ในทางวิทยาศาสตร์ ร่างกายนั้นประกอบขึ้นจากโมเลกุลพื้นฐานที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของชีวิตสองชนิดคือ “กรดนิวคลิอิก” (Nucleic acids) เป็นหน่วยย่อยของดีเอ็นเอที่ทำหน้าที่เสมือนแม่พิมพ์ของชีวิต และ “กรดอะมิโน” (Amino acids) คือหน่วยย่อยของโปรตีน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กรดอะมิโนจำเป็น (indispensable amino acid) ซึ่งร่างกายสังเคราะห์ไม่ได้มีอยู่ 8-9 ชนิด และกรดอะมิโนไม่จำเป็น (dispensable amino acid) ซึ่งร่างกายสังเคราะห์ได้มีอยู่ 11-12 ชนิด ทำหน้าที่เป็นทั้งโครงสร้างทั้งโมเลกุลทำงานในร่างกาย พบทั่วไปในกล้ามเนื้อ กระดูก ผิวหนัง ผม อวัยวะต่างๆ รวมถึงเป็นสารขนส่งสารอาหารและออกซิเจนในเลือด และเป็นเอนไซม์ที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาต่างๆ ในร่างกาย

หากพิจารณาในแง่มุมทางโภชนาการ โปรตีนสำคัญกว่าดีเอ็นเอเนื่องจากร่างกายมีกลไกเปลี่ยนกรดอะมิโนให้เป็นกรดนิวคลีอิก ในขณะที่กรดนิวคลิอิกเปลี่ยนไปเป็นกรดอะมิโนได้ไม่ครบทุกตัว2 โปรตีนแม้สามารถสร้างเป็นพลังงานได้ โดยโปรตีน 1 กรัมสร้างพลังงานได้ 4 กิโลแคลอรี แต่ร่างกายสร้างพลังงานโดยใช้คาร์โบไฮเดรตและไขมันเป็นหลัก ส่วนโปรตีนร่างกายสงวนไว้เพื่อเก็บออมกรดอะมิโนไว้ใช้สร้างภูมิต้านทานซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการอยู่รอดในกรณีป่วยไข้ น่าแปลกในขณะที่กรดไขมันถูกสะสมไว้ได้ในรูปไตรกลีเซอไรด์ คาร์โบไฮเดรตถูกสะสมไว้ในรูปไกลโคเจน ร่างกายกลับสะสมโปรตีนไว้ไม่ได้ จำเป็นต้องกำจัดออกในรูปกรดอะมิโน ร่างกายจึงต้องได้รับโปรตีนทุกวันเพื่อนำกรดอะมิโนไปใช้สร้างโปรตีนชนิดต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงอยู่ของชีวิตรวมทั้งรักษาไว้ในรูปกรดอะมิโนอิสระเพื่อใช้ในบางหน้าที่3

โปรตีน คือ สารอาหารที่ให้พลังงาน มีโครงสร้างขนาดใหญ่ เกิดจากหน่วยย่อยเล็กๆ อย่างกรดอะมิโนเรียงต่อกัน โดยโปรตีนเปรียบเสมือนก้อนอิฐที่ก่อขึ้นเป็นร่างกายของเรา มีส่วนสำคัญช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต

protein_best_detail01.jpg

แต่รู้หรือไม่

• โปรตีนที่เรากินจะไม่เก็บสะสมไว้ใช้ภายหลังได้เหมือนคาร์โบไฮเดรตและไขมัน
• ในแต่ละวันร่างกายมีการสลายและขับโปรตีนในรูปแบบต่างๆ ทุกวัน
ไม่ว่าจะเป็นการหลุดร่วงของเส้นผม, การหลุดลอกของเซลล์ผิวหนัง, การกำจัดฮอร์โมนหรือสารภูมิคุ้มกันที่หมดหน้าที่, การหลุดลอกของเซลล์ในอวัยวะภายใน


โดยทั่วไป ร่างกายต้องการโปรตีน 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม แต่ในแต่ละช่วงวัย หรือกิจกรรมประจำที่ต่างกัน ก็จะมีความต้องการโปรตีนที่ต่างกันไปได้ เช่น
• เด็กกำลังโต ต้องการโปรตีน 1.2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
• ผู้ใหญ่ ต้องการโปรตีน 0.8 - 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
• หญิงมีครรภ์/ให้นมบุตร ต้องการโปรตีน +20 กรัม จากปกติ ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
• นักกีฬา ต้องการโปรตีน 1.7 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม
• คนคุมน้ำหนัก ต้องการโปรตีน 1.2 - 1.6 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม

protein_best_detail03.jpg

แหล่งโปรตีนหาได้จาก

เนื้อสัตว์ ได้แก่ ไข่, เนื้อสัตว์, นม เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดี มีกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายต้องการครบถ้วน แต่มักมีไขมันอิ่มตัวและโคเลสเตอรอลสูง
พืช ได้แก่ ถั่ว, ธัญพืช เป็นแหล่งโปรตีนที่มีกรดอะมิโนจำเป็นครบเช่นกัน แต่อาจมีกรดอะมิโนจำเป็นบางตัวน้อยกว่าปกติจึงต้องเลือกกินอย่างมีคุณภาพ

protein_best_detail04.jpg

PROTEIN B.E.S.T.

ประโยชน์ครบ...จบทั่วร่าง

B-Breakfast
การเสริมโปรตีนในอาหารเช้าเพื่อสร้างความกระปรี้กระเปร่าและทำให้เกิดพลังเพื่อใช้ในการทำงานทั้งวัน เป็นที่ทราบกันดีว่าอาหารเช้าคือมื้อสำคัญที่สุดของวัน เนื่องจากเป็นมื้อแรกหลังจากที่ร่างกายอยู่ในสภาวะขาดอาหารช่วงเวลาสั้นนาน 10-12 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ในภาวะเร่งรีบของผู้คนในเมืองสมัยใหม่ คนจำนวนไม่น้อยประสบปัญหาน้ำหนักตัวจึงเลี่ยงอาหารเช้าเพื่อลดพลังงานที่ได้รับต่อวัน ด้วยความเชื่อว่าเมื่อลดพลังงานจากอาหารได้ย่อมสะดวกต่อการควบคุมน้ำหนักตัว แต่กลับปรากฏว่าการงดอาหารเช้าส่งผลให้การควบคุมน้ำหนักตัวเกิดปัญหา สิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายของผู้งดอาหารเช้าคือการมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น กระทั่งความเชื่อเรื่องการงดอาหารเช้าเริ่มหายไปกลับกลายเป็นว่าอาหารเช้าคือมื้อที่สำคัญที่สุดทั้งด้านการควบคุมน้ำหนักตัวและการดูแลสุขภาพด้านอื่น ในทางโภชนาการยุคใหม่ สารอาหารแต่ละหมู่แม้มีความสำคัญต่อการสร้างสุขภาพทว่าการเรียงลำดับสารอาหารที่เข้าสู่ร่างกายกลับให้ผลแตกต่างกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อการทำงานของสมอง การเริ่มต้นวันด้วยคาร์โบไฮเดรตปริมาณมากเช่นที่คุ้นเคยกันในมื้อเช้า ส่งผลต่อการหลั่งเคมีสมองกลุ่มเซโรโทนิน (Serotonin) ที่สร้างภาวะสงบให้เกิดขึ้น ขณะที่ในทางธรรมชาติ ช่วงเวลาเช้าร่างกายต้องการความกระปรี้กระเปร่ามากกว่า การเริ่มต้นมื้อเช้าด้วยโปรตีนรวมถึงการเสริมปริมาณโปรตีนให้มากขึ้นในมื้อนี้ย่อมส่งผลต่อการหลั่งเคมีในสมองในกลุ่มโดปามีน (Dopamine) ที่ส่งผลให้ร่างกายเกิดความกระฉับกระเฉงพร้อมที่จะเริ่มงานในวันนั้น การเสริมโปรตีนในอาหารมื้อเช้าหรือการเริ่มต้นมื้อเช้าด้วยโปรตีนจึงเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติ4,5

E-Energy
การใช้โปรตีนกระตุ้นร่างกายขณะเกิดอาการอ่อนเพลียหรือล้าจากการทำงานหนักหรือเครียด ในภาวะปกติ ร่างกายขณะออกกำลังกายหรือใช้แรงงาน กล้ามเนื้อใช้น้ำตาลในเลือดและไกลโคเจนในกล้ามเนื้อเพื่อเป็นแหล่งพลังงานหลัก เมื่อไกลโคเจนหรือกลูโคสลดลงมากแล้ว ร่างกายจะปรับกลไกเพื่อสร้างกลูโคสจากจากสารที่มิใช่คาร์โบไฮเดรตที่เรียกว่ากระบวนการกลูโคนีโอเจเนซิส (Gluconeogenesis) หรือกระบวนการสร้างกลูโคส ซึ่งกรดอะมิโนที่ย่อยสลายจากโปรตีนจะเป็นสารตัวหนึ่งที่เข้าร่วมในกลไกดังกล่าว ขณะออกกำลังกายหรือช่วงการทำงานหนักของกล้ามเนื้อ อาจเกิดภาวะบาดเจ็บของกล้ามเนื้อซึ่งจำเป็นต้องได้รับการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วนเพื่อให้กล้ามเนื้อกลับมาทำงานได้อย่างมีคุณภาพ นักโภชนาการการกีฬาบางกลุ่มแนะนำให้เสริมโปรตีนเพื่อสองวัตถุประสงค์นั่นคือการเป็นแหล่งของกรดอะมิโนเพื่อซ่อมแซมกล้ามเนื้อส่วนที่เสียหาย ขณะเดียวกันเพื่อเป็นแหล่งโมเลกุลที่ใช้ในการสร้างกลูโคสโมเลกุลใหม่เพื่อนำไปสร้างพลังงานให้กับการทำงานของกล้ามเนื้อ การเสริมโปรตีนเพื่อเร่งการฟื้นตัวของนักกีฬาจากการออกกำลังกายเป็นเวลานานหรือร่างกายจากสภาวะเหนื่อยล้าในปัจจุบันจึงได้รับความนิยมในเชิงโภชนาการการกีฬามากขึ้น6

S-Skin and Hair
การใช้โปรตีนเพื่อส่งเสริมการสร้างเซลล์ผิวหนังและเส้นผม เป็นที่รับรู้กันว่าในภาวะขาดโภชนาการโปรตีน อาการแสดงอย่างหนึ่งที่เห็นเด่นชัดคือความผิดปกติของกระบวนการสร้างเส้นผม ดังเช่น ผมร่วง ผมขาด เส้นผมเล็กลง ผมมีสีอ่อนเนื่องจากเกิดปัญหาการสร้างเม็ดสี รวมถึงการมีผิวแห้งและลอกง่าย เป็นขุย เล็บนูนเป็นเส้น การเสริมโปรตีนช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่กล่าวถึงทั้งหมด ในกรณีของผู้ที่มีภาวะโภชนาการโปรตีนที่ต่ำหรืออยู่ในภาวะที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้โปรตีนเพิ่มขึ้น เช่น ในภาวะเจ็บป่วย ผ่าตัด เครียด ฯลฯ อีกปัญหาหนึ่งของการขาดโปรตีนในกรณีของวัยสูงอายุคือการลดลงของโปรตีนคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น การเสริมโปรตีนช่วยให้การสร้างผิวหนัง เส้นผม เล็บ มีความสมบูรณ์ขึ้น ผิวพรรณมีน้ำมีนวล สดชื่น เปล่งปลั่ง เกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทั้งหมดนี้เป็นผลจากโปรตีนที่ได้รับจากการเสริมถูกนำไปใช้ในกระบวนการสร้างผิว หรือผม และเล็บที่เป็นปัญหา7

T-Total Cells
การใช้โปรตีนส่งเสริมการทำงานของเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกาย ดังได้กล่าวแล้วว่าโปรตีนมีความสำคัญต่อการซ่อมแซมและเสริมสร้างเซลล์ในร่างกายทุกเซลล์ ทุกวันมีเซลล์หมดอายุหรือถูกทำลายลงจำเป็นต้องสร้างขึ้นใหม่หรือซ่อมแซมเซลล์ให้เป็นปกติ การเสริมโปรตีนจึงมีผลทำให้เซลล์ที่หมดอายุ ตายลงหรือหลุดลอกออกซึ่งจำเป็นต้องสร้างขึ้นใหม่หรือในกรณีผลัดเซลล์รุ่นเก่าออกเพื่อทดแทนด้วยเซลล์ใหม่ กระบวนการทดแทนนี้จำเป็นที่ร่างกายต้องได้รับโปรตีนเพื่อนำกรดอะมิโนมาใช้เป็นวัตถุดิบคล้ายเป็นอิฐบล็อกที่จำเป็นต้องใช้เพื่อการสร้างบ้าน กรดอะมิโนจากโปรตีนที่นำมาใช้ต้องครบถ้วนด้วยกรดอะมิโนจำเป็นที่มีคุณสมบัติต่างๆ กัน ทั้งกรดอะมิโนที่มีกิ่งและไม่มีกิ่งรวมถึงกรดอะมิโนชนิดอื่นๆ แหล่งของโปรตีนที่นำมาใช้เสริมจึงมีความสำคัญ8