สวัสดีครับเพื่อนๆสมาชิก 3-4 วันที่ผ่านมา ผมตั้งหน้าตั้งตา DIY เครื่องมือมาใช้ชิ้นนึงครับ เป็นเครื่องหาฉาก วางผังบ้าน
มันสำคัญนะครับ การหาฉากของบ้านเนียะ โดยปรกติ เวลาจะปลูก บ้านสักหลัง ช่างจะต้องขึงเชือกวางผังวางฉากบ้านให้ได้ ตรงนี้สำคัญมาก เพราะระยะยาว 20 เมตร ผิดองศาแค่ครึ่งองศา ปลายทางนี่ผิดไปเป็นเมตรเลย วางตำแหน่งให้ตอกเข็มก็จะผิดตำแหน่ง กับเสาบ้าน ลักไก่แก้กันไป โบกปูนทับเจ้าของก็ไม่รู้แล้ว สิบปียี่สิบปีให้หลังก็เริ่มรู้ผล อันตรายมากๆครับ หรือไม่บ้านก็เอียงไม่ได้ฉากสวยงาม
ช่างบ้านเราใช้เชือกขึงทาบกับไม้ฉาก ยาวแค่คืบสองคืบ เล็งด้วยตาเอา ...บ้านที่ผมจะสร้างขายอยากให้ได้แข็งแรงได้มาตรฐาน ตามที่ออกแบบ เลยออกแบบเครื่องมือมาใช้เองกะว่าเอาไว้ใช้ทุกหลังเลย ใครมีลูกหลานเป็นผู้รับเหมา อยากทำบ้างก็ลองเอาไปทำบ้างก็ได้นะครับ
ดูในรูปได้เลยครับ ผมใช้ตัวยิงแสงเรเซอร์ แทนเชือก เพราะมันตรงแท้แน่นอน ตั้งตำแหน่งให้มันได้ฉากมาตรฐานให้ได้ไว้เลย ใช้งานง่ายมากครับ ประหยัดเวลา ค่าแรงช่างไปได้เยอะเลยครับ ใครอยากลองทำเล่นบ้างถ้าดูไม่เข้าใจ ก็ส่วนตัวมาถามได้ครับ ไม่คิดตังค์ครับ
ผมใช้วัสดุเหลือใช้ในบ้านครับ แท่นมันใช้แผ่นอะซิเตสใสอย่างหนา จะใช้แผ่นไม่อัดหนาๆก็ได้ครับ..pjmong
วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
DIY เครื่องหาฉากบ้าน
วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
คุยถึงเรื่อง"ห้องสุขา"
วันนี้ไปนั่งร้านกาแฟร้านหนึ่ง ถึงเวลาจะเข้าห้องน้ำ ก็เดินไป ..เจอเขียนว่า "ห้องสุขา" ความจริงใครอ่านถึงตรงนี้คงคิดว่ามันแปลกตรงไหน.?? ก็เห็นมาตั้งแต่เกิด..!! ครับ..!! ผมก็ว่าไม่แปลก ก็เห็นมาแต่เด็กเหมือนกัน..แต่ไม่รู้เป็นงัย.??วันนี้เกิดคิดอะไรขึ้นมา ยืนทำธุระไปก็สงสัยไปว่า..ทำไมใช้คำว่า "ห้องสุขา"ไหงไมใช่คำว่า "ห้องปลดทุกข์"ละ ?? เข้าไปปลดทุกข์ออกมันจะสุขาได้งัย.? ก็คิดเล่นๆไปตามภาษาคนเจ้าปัญหา. ออกมาถามเพื่อนๆ เขาก็ว่า ก็เห็นมาแต่เกิด ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน?
เลยเก็บมาคิดคนเดียวเงียบๆ ทำไมคนเก่าแก่ถึงตั้งชื่อห้องส้วมที่ใช้เป็นห้อง"ปลดทุกข์"ไปเป็นห้อง"สร้างความสุข"ไปได้..!!
คำตอบที่หาพอจะคิดออกได้ ก็ทำให้คิดว่าคนเก่าคิดเชิงปรัชญา ได้ถูกต้องมากๆทีเดียว
คนสมัยใหม่คิดว่าความสุขมักจะเกิดจากการหาความสุขมาเติมใส่ เช่นออกเที่ยว พักผ่อน ร้องเพลง เต้นรำ ฯลฯ แต่คนเก่าคิดไปอีกทาง..การจะหาความสุขได้นั้นคือการปลดเอาทุกข์ออก..
ถ้าเรามีเวลานั่งคิดจริงๆ จะได้ความว่า ความสุขที่เกิดขึ้นจริงในใจดราส่วนมากมักจะเกิดจากเราได้แก้ปัญหาทุกข์ในตัวออกไปได้ เหมือนกับตักน้ำขุ่นออกไปจากใจแล้วน้ำใสจะเข้ามาแทนที่เอง..ทำนองนั้น แต่..การหาความสุขใส่ตัวโดยที่ยังไม่ได้ขจัดทุกข์ออกไป มันได้ความสุขแค่ช่วงนั้นช่วงเดียว หยุดเติมเมื่อไหร่ ทุกข์ในใจก็โผล่ขึ้นมาอีก น้ำลดตอก็ผุด..แบบนั้นแหละ..
ก็เลยได้ข้อคิดว่า จะไปเที่ยวที่ไหนให้มีความสุข ก็น่าจะขจัดทุกข์ให้สำเร็จเสียก่อน เลือกเอาทุกข์ที่สำคัญนะ ..!!ถ้าขืนเอาหมดทุกเรื่องพอดีไม่ต้องไปไหนกัน เพราะคนเราหาทุกข์เข้าตัวได้ทุกข์วันนะครับ...pjmong..
วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2561
ธรรมมะสอนใจ
** ธรรมภาษิตสอนใจ **
คนปัจจุบัน จะมีลักษณะหัวโตสมองใหญ่ แต่ใจเล็กใจแคบ เราพัฒนาแต่เรื่องการใช้ความคิด จนคิดเก่ง แต่กลับหยุดคิดไม่ได้ สุดท้ายความคิดกลายมาเป็นนายเรา บงการเรา และเล่นงานเรา จนกินไม่ได้นอนไม่หลับ บางครั้งถึงกับขาดสติคลุ้มคลั่ง วิกลจริตจนเป็นบ้าก็มี ส่วนมากมักจะเป็นกับคนที่จมไม่ลง ยอมรับและปรับสภาพไม่ได้กับชีวิตของตนเอง เช่น คนเคยรวย มียศฐาบรรดาศักดิ์ พอหมดวาสนาบารมี เปรียบแล้วเหมือนแมวหง่าว (แมวแก่) ทำใจไม่ได้ถึงกับฆ่าตัวตายก็มีให้เห็นอยู่บ่อย ๆ เพราะชีวิตขาดสมดุลระหว่างหัวใจกับสมอง และห่างไกลธรรมะเวลามีปัญหาไม่มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ
บางครั้งการลืมมองดูใจของตนเอง จึงเป็นเหตุให้ไม่ได้เฉลียวใจเลยว่าที่เราทุกข์อยู่ทุกวันนี้เป็นเพราะใจของตนเอง มากกว่าเป็นเพราะคนอื่น เช่น เวลาที่เราโกรธหรือโมโหเมื่อได้ยินคำตำหนิของคนอื่นเพราะใจของเราเปิดช่องให้คำตำหนินั้นเข้ามาทิ่มแทงเราต่างหาก ถ้าใจเราไม่ยึดมั่นถือมั่นกับคำพูดเหล่านั้นเราก็ไม่ทุกข์ ไม่โมโห ไม่โกรธ ไม่ต้องเก็บมาเป็นอารมณ์ เปรียบเหมือนกับคนที่มีเศษแก้วอยู่ในมือ ก็คือรู้ทั้งรู้ว่าเศษแก้วมันคม แต่แทนที่จะพลิกมือเพื่อให้เศษแก้วตกลงบนพื้น กลับกำมันไว้แถมยังบีบแรง ๆ เข้าไปอีก ผลก็คือ เศษแก้วบาดมือจนเป็นแผลแล้วจะไปโทษใคร
ดังนั้น คำตำหนิหรือคำด่าก็เหมือนกับเศษแก้วที่อยู่ในมือ ถ้าเราปล่อยมันทิ้งไปเศษแก้วก็ทำร้ายเราไม่ได้ นั่นคือเราไม่ไปทำอะไรมัน มันก็ไม่ทำอะไรกับเรา เราก็ไม่ต้องเจ็บมือ เท่ากับว่าเราได้ปล่อยวางมันทิ้งไปแล้ว ใจก็สบาย กายก็สบาย.
มูลนิธิพุทธปรัชญา พุทธปรัชญา(อ.อุ้ม)
วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561
วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
ต้นกระถินยักษ์
พูดถึงกระถินยักษ์ ไม่เคยสนใจพืชชนิดนี้มาก่อนเลย ช่วงหลังๆมานี้ต้องต่อสู้กับมันเยอะ ชักจะเริ่มรู้แล้วว่า มันเป็นวัชพืชบกตัวใหม่ที่น่ากลัวมากทีเดียว แพร่พันธ์เร็วมากฝักนึงเป็นสิบ ต้นนึงเป็นพัน กอนึง...นับไม่ถ้วน เวลามันขึ้นต้นอ่อนจะอยู่ในกอหญ้ามองไม่เห็น ฉีดยาหญ้าหญ้าตายแต่ไอ้พวกนี้หลบอยู่ ไม่โดนยา พอมันโตพ้นยอดหญ้า ยาฉีดไม่ตายง่ายๆเลย ถอนได้ต้องถอน(เป็นพันเป็นหมื่น ถอนงัยไหว??) ถ้าตัดหญ้าไปตัดมันด้วย ทีนี้โคนใหญ่ขึ้น แตกกิ่งอ่อนอีก แล้วถ้าไปตัดถึงผิวดิน(ต้องถึงผิวดินอยู่แล้ว ก็ตัดหญ้าไปก็ตัดมันไปด้วย..) มันแตกใหม่เป็นกิ่งเล็กๆ ลำต้นใหญ่อยู่ใต้ดิน ก็เกิดปัญหาอีกคือ พอกิ่งอ่อนแตกเราก็ตัดอีกๆๆๆ โคนใต้ดินใหญ่ขึ้นๆ ต่อไปจะใช้วิธีรุนแรงคือ ใช้ยาทาทำลายโคน การ์ลอน 4อีผสม น้ำมันโซล่าใช้แปรงทาก็ยากแล้วเพราะลำต้นอยู่ใต้ดิน ดังนั้นสำหรับต้นวันรุ่นกระถินที่มันสูงกว่าหญ้าแล้วควรต้องถอน หรือถ้าจะตัดไปก่อนเพื่อให้โคนใหญ่ขึ้นรอมันถึงเวลาทายา ก็ควรจะตัดสูงกว่าพื้นดินสักครึ่งเมตร (จะทำได้งัยถ้ามันอยู่กับหญ้า ตัดหญ้าผิวดินแต่เว้นกระถินไว้มาตัดใหม่ สูงกว่า?? ทำยากนะหลายขั้นตอน แกว่งเครื่องตัดเว้นกระถินไว้มันยากนะ ในทางปฎิบัติ))
ยาทาทำลายโคนก็ใช่ว่าจะเอามันง่ายๆ ทาไปแล้วตอหลักดำ ไม่แตกกิ่งอ่อนอีก แต่เผลอๆไปโผล่งอกด้านข้าง เดี๋ยวลองอีก ทาหน้าตัดแล้วลองทาข้างต้นด้วย เพื่อไม่ให้เปลืองน้ำยา(แพงมาก ขวดนิดเดียว 800) ต้องตัดให้เหลือสูงกว่าผิวดินสัก 20 เซ็นพอ ได้ผลยังงัยแล้วจะรายงาน..
ถ้าเราพูดถึงพืชที่น่ากลัวและก่อความลำบาก ทั้งเงินทั้งแรงงานมนุษย์ ในน้ำก็ผักตบชวา บนบกก็เจ้ากระถินยักษ์นี่แหละ เปรียบไป ถ้าเป็นสัตว์ในน้ำก็ปลาสวาย(ทำลายปลาชนิดอื่นไม่เหลือ กินไข่ปลาทุกชนิดในน้ำ กินทุกอย่างในน้ำ หมาเน่า อึคนที่ลอยมา..ต่อไปในคลองในประเทศเราจะเหลือแต่ปลาสวาย ปลาอื่นหมดแล้ว) บนบกก็หนู บนอากาศก็นกพิลาบ ต้องช่วยกันควบคุมแล้ว ยิ่งช่วงไข้หวัดนกระบาด หรือโรคฉี่หนู โดน...เป็นตาย.!!!.pjmong
วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
เรื่องเสาเข็ม
ยาวนิดนึงแต่คิดว่าเป็นความรู้กับทุกคนนะครับ ไม่อ่านก็เขี่ยข้ามไปหรือกดแช่แล้วลบเลยนะครับ
สวัสดีครับ เพื่อน สมช. ช่วงนี้ผมกำลังเริ่มจะปลูกบ้านขาย ซึ่งงานแรกคืองานตอกเข็มครับ แต่ทุกท่านทราบหรือไม่ครับว่า งานที่ช่างหมกเม็ด ได้มากที่สุด และเจ้าของบ้านมักไม่ค่อยทราบแถมเป็นเรื่องอันตรายโดยไม่รู้ตัวเสียด้วยนะซิครับ นั่นคือ งานเข็มกับงานฝังถังส้วม ซึ่งถ้าไม่เฝ้าดูให้ตลอดจนกลบดิน มีสิทธิ์เสียหายร้ายแรง เมื่อเข้าอาศัยไปนานๆได้นะครับ เรื่องส้วมจะไม่พูดแล้ว เพราะเคยพูดไปแล้ว
งานตอกเข็มเป็นงานที่ สำสัญที่สุด แถมถูกลักไก่ได้มากที่สุดอีกด้วย ยังงัยหรือครับ.??
คือถ้าช่างตอกยังไม่ได้โบว์ เข็มหักระหว่างตอก ส่วนที่เหลือยังสูงกว่าพื้นดิน ถ้าไม่มีใครเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด (ย้ำว่าต้องจ้องดูเลยละครับ ) เพราะถ้าเข็มหักใต้ดินงานนี้ใช้ความรู้สึกล้วนๆที่ช่างตอกเท่านั้นที่จะรู้สึกด้วยความชำนาญของเขา คือเสาที่หักมันจะแฉลบหลุดออกจากเสาเดิม เข็มมันจะวิ่งลงเร็วกว่าตอนยังไม่หัก เร็วแบบผิดปรกติ ช่างตอกจะรู้ได้ แต่คนของเราไม่ชำนาญเท่า ก็ต้องจับสังเกตุให้ได้ ว่าเข็มมันลงเร็วกว่าเดิมแบบผิดปรกติ เราฝ่ายเจ้าของต้องยืนดูแบบใกล้ชิดทุกต้นตลอดตั้งแต่เริ่มตอกจนเข็มได้โบว์หยุดตอก ดูแบบใกล้ชิดตลอดเวลาด้วย !!
หรือต้องอาศัยความซื่อสัตย์ของช่างว่าหักแล้วต้องบอก แต่ช่างจะบอกหรือ?? เพราะต้องหาจ้างรถใหญ่ขนาดสิบล้อ วิ่งไปซื้อมาตอกใหม่คืนให้ ถ้าเราไม่เฝ้าดูช่างก็จะลักไก่ตอกที่เหลือจนมิด มองดูบนผิวดินก็เหมือนต้นอื่นๆที่ตอกไปแล้ว แต่ปลายด้านล่างหักกลางไม่ได้ชนชั้นหินเหมือนต้นอื่น ก็เหมือนเข็มต้นนั้นไม่ได้ตอกนั่นแหละ เท่ากับว่าน้ำหนักบ้านตรงนั้นไม่มีเข็มรองรับน้ำหนัก มองบนดินก็มีหัวเข็มให้เห็นเหมือนต้นอื่นๆ แต่ความจริงคือ เสาเข็มต้นนั้นรับ นน.บ้านไม่ได้เลย อันนี้เล่าจากประสบการณ์จริงที่เกิดกับตัวนะครับ..
ทีนี้ถ้าสมมุติว่าช่างตอกใช้เวลาสัก 5 วัน เราต้องจ้างคนที่ไว้ใจได้ (ไว้ใจจริงๆว่าจะเฝ้าดูตลอดเวลาทั้งวัน) ให้วันละ 500 5วันก็ 2500เสียไปเปล่าๆ เสียดายตังค์ ผมเลยมีข้อเสนอเป็นโจทย์ ถามว่าใครมีความคิดดีๆที่จะทำอย่างไร? ให้ไม่ต้องจ้างคนไปเฝ้า ช่วยบอกหน่อยนะครับ หลายๆคนที่กำลังจะปลูกบ้านจะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้...ส่วนตัวผมเน้นการแก้ปัญหานี้ไปที่ขบวนการผลิตเข็ม ใครมีญาติเป็นเจ้าของ รง.ผลิตเข็ม ไลน์มาคุยกันได้นะครับ ผมว่าผมมีทางแก้ ในฐานะผมเป็นสมาชิกนักประดิษฐ์แห่งประเทศไทย ผมมีแนวทางการผลิตให้แนะนำฟรีนะครับ บางทีเข็มของเขาอาจจะขายดีที่สุดก็ได้นะครับ.เพราะลูกค้าที่ซื้อเข็มเจ้านี้ไป ไม่ต้องเสียตังค์จ้างคนมาเฝ้า .
ใครมีวิธีอยู่แล้วแนะนำด้วย ผมกำลังจะสั่งผลิตเข็มแล้วละครับ
อีกอย่างคือช่างตอกบ้านเราดีมีคุณภาพทุกคนนะครับ ที่ผมพูดถึงเป็นกรณีย์เลวร้ายที่อาจจะเจอ ปลอดภัยไว้ก่อนครับ pjmong
วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2561
เรื่องที่จารุวรรณ
เนื่องจากปัญหาที่ครอบครัวเรามีหลายปัญหา เรื่องแม่อยากได้เงิน แต่ขายที่แปลงใหญ่เกิน และก็ตำแหน่งที่ก็ขายยากเสียด้วย ฉันแนะนำให้แบ่งออกขายแปลงเล็กหน่อยก็น่าจะขายได้ง่ายกว่า อันนั้นเป็นทางนึง
ต่อมาก็ปัญหาเจ๋าวรรณ ก็เป็นแก่อีกคนที่น่าจะมีเงินติดตัวให้สบายใจด้วยอีกคนเหมือนกัน( เดาได้เลยว่าถ้าเจ๋าวรรณหาได้ก่อน เสร็จแม่ด้วยแน่ๆ) เขาน่าจะเบาทำงานลงได้แล้ว ทางฉันก็ต้องลงทุนเยอะ ต้องรีบแก้ไขสถานการณ์เหมือนกัน
ต่อม่าเรื่องอ้วน นี่ก็อีกปัญหาเรื่องเงินอีกคน ที่รู้ๆกันอยู่ และอ้วนก็มีปัญหาที่ สามร้อยกว่า ตร.วา ที่ของแม่ติดอยู่บนที่เขา ตามที่เนาเคยคุยกันไว้
แนวความคิดฉันคือ แก้ปัญหาทีเดียวทั้งสามคนสามเรื่องเลย คือ เอาที่ของอ้วน แบ่งคืนกลับมา ส่วนหนึ่งยาวตามถนนจากถนนศาลาธรรมสพน์จนถึงที่เจ๋าวรรณที่ติดทางรถไฟ (เดิม 3 เมตร เพิ่มอีก 2 เมตร ถนนไม่มีเขื่อนกันพังไม่ควรต่ำกว่า 6 เมตร เอาแค่ 5 เมตร เป็นสโสปสัก ข้างละเมตร เป็นผิวถนนสัก 4 เมตร รถสวนไม่ได้) ที่ที่เหลือ ตัดรวมขายพร้อมเจ๋าวรรณ ตามรูป
ในรูป เดิมเจ๋าวรรณสีเขียว รวมถนน 3 เมตร ตัดจากอ้วนมาเติมความกว้างถนนอีกสองเมตร(สีแดง) เหลือเท่าไหร่ไปแบ่งด้านติดทางรถไฟ (สีแดง) ขายรวมกับสีเขียวเจ๋าวรรณเลย แบบออกมาแบบนี้น่าจะหาคนซื้อได้ง่าย ได้ตังค์มา ส่วนสีแดงเป็นเงินของแม่ ส่วนสีเขียวเป็นของเจ๋าวรรณ คิดแบ่งตามส่วน
แก้ด้วยแนวแบบนี้ อ้วนคืนที่แม่มา เจ๋าวรรณกับแม่ได้ตังค์ไปแก้ทุกข์ได้ส่วนนึง