วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เรื่องของน้ำผึ้งแท้

            (bee) 
          (bee)(bee)
        (bee)(bee)(bee)
     (bee)(bee)(bee)(bee)
   (bee)(bee)(bee)(bee)(bee)

น้ำผึ้งเป็นอาหารเพียงชนิดเดียวในโลกนี้ที่ไม่เสีย
หรือบูดเน่า จะเปลี่ยนเป็นน้ำตาล แท้จริงแล้วน้ำผึ้งแท้ก็
คือน้ำผึ้งแท้อยู่วันยังค่ำ อย่างไรก็ตามถ้าปล่อยทิ้งไว้ใน
ที่มืดนานๆ มันจะตกผลึก ถ้าหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ให้นำขวดน้ำผึ้งแช่ในน้ำร้อน ปล่อยให้ค่อยๆ เย็นลง
จนกลายเป็นของเหลว มันก็จะกลับคืนสู่สภาพเดิม อย่านำเข้าตู้ไมโครเวฟเด็ดขาด เพราะจะทำลาย
เอ็นไซม์ในน้ำผึ้ง

น้ำผึ้งกับอบเชย
          กล้ากล่าวได้ว่าบริษัทยาทั้งหลายไม่ชอบใจแน่ๆ การค้นพบข้อเท็จจริงของส่วนผสมน้ำผึ้งกับอบเชย
สามารถรักษาโรคได้เป็นส่วนมาก
          น้ำผึ้งสามารถผลิตได้ทั่วโลก นักวิทยาศาสตร์
ในปัจจุบันยังยอมรับว่าเป็น “Ram Ban” (มีประสิทธิผลมาก) ในการรักษาโรคนานาชนิด น้ำผึ้งสามารถใช้ได้โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ
          ปัจจุบันวิทยาศาสตร์กล่าวว่าแม้น้ำผึ้งจะมีรสหวาน ถ้ารับประทานในปริมาณที่เหมาะสมก็จะเป็นยาชนิดหนึ่ง ไม่เป็นอันตรายแก่ผู้ป่วยเบาหวาน ึ
          หนังสือ World Weekly News ของแคนาดา
ประจำวันที่ 17 มกราคม 1995 ได้บอกถึงสรรพคุณของ
น้ำผึ้งกับอบเชยว่ารักษาโรคใดได้บ้าง ซึ่งเป็นผลการวิจัย
ของนักวิทยาศาสตร์ชาติตะวันตกดังนี้ :-

01. โรคหัวใจ (Heart Diseases)   
       นำน้ำผึ้งผสมกับผงอบเชยแล้วป้ายขนมปัง
แทนเยลลี่และแยม ทานเป็นประจำเป็นอาหารเช้า
จะช่วยลดคอเรสเตอรอลในเส้นเลือดและช่วยลดอาการ
หัวใจวาย สำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว ถ้ารับประทานตามที่แนะนำมานี้เป็นประจำ ก็จะทำให้อาการเจ็บกล้ามเนื้อหัวใจทุเลา
ถ้าคนปกติรับประทานเป็นประจำดังกล่าวมา
ก็จะทำให้ระบบหายใจดีขึ้น การเต้นหัวใจแข็งแรงขึ้น ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา สถานดูแลผู้ป่วยหลายแห่งใช้วิธีนี้บำบัดคนไข้ได้ผลดี และค้นพบต่อไปอีกว่า เมื่อคนเราอายุมากขึ้น เส้นโลหิตแดงและโลหิตดำขาดความยืดหยุ่น
และอุดตันได้ง่าย น้ำผึ้งกับอบเชยสามารถฟื้นฟูเส้นโลหิตทั้งสองชนิดได้

02. โรคปวดข้อปวดกระดูก (Arthritis)   
       ผู้ป่วยโรคปวดข้อปวดกระดูกอาจจะรับประทาน
เป็นประจำ โดยชงน้ำผึ้ง 2 ช้อน กับผงอบเชย 1 ช้อนชา
ในน้ำร้อนขนาดถ้วยกาแฟทุกเช้าและเย็น ก็จะทำให้อาการปวดทรมานหายได้
จากผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยโคเปนฮาเกน พบว่าหมอให้คนไข้รับประทานน้ำผึ้งขนาด 2 ช้อนโต๊ะ
กับผงอบเชยขนาด ครึ่งช้อนชา ก่อนอาหารเช้า พบว่าในเวลา 1 สัปดาห์ คนไข้จำนวน 73 คน
จากจำนวนทั้งหมด 200 คน ที่เข้าร่วมโครงการทดลอง
มีอาการปวดลดลง เมื่อทดลองต่อไปจนครบ 1 เดือน
ปรากฏว่าคนไข้ส่วนใหญ่ที่เดินไม่ได้สามารถเดินได้
เองโดยไม่มีอาการปวดแต่อย่างใด

03. โรคกระเพาะปัสสาวะติดเชื้อ (Bladder Infections)
       ให้ใช้ผงอบเชย 2 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
ชงในน้ำอุ่น 1 แก้วแล้วดื่ม มันจะไปฆ่าเชื้อในกระเพาะ
ปัสสาวะ

04. คลอเลสเตอรอล (Cholesterol)
       ชงน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ กับผงอบเชย 3 ช้อนชา
ในน้ำชา ขนาด 16 ออนซ์ ให้คนไข้ที่มีระดับคลอเลส
เตอรอลสูงดื่ม ปรากฏว่าภายในเวลา 2 ชั่วโมง ระดับคลอเลสเตอ รอลลดลง 10 เปอร์เซ็นต์
ดังที่ได้กล่าวถึงคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคปวดข้อ ถ้าให้คนไข้ดื่มวันละ 3 เวลา คลอเลสเตอรอลจะหายเป็นปกติได้
ตามข้อมูลที่อ่านจากนิตยสารนี้กล่าวว่า การดื่มน้ำผึ้งบริสุทธิ์พร้อมอาหารเป็นประจำทุกวัน
ช่วยลดคลอเลสเตอรอลได้

05. ไข้หวัด (Colds) 
       สำหรับผู้ที่มีอาการทรมานจากไข้หวัดทั่วไป หรือ
ไข้หนัก ควรชงน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ กับผงอบเชย ¼ ช้อน
ทุกวัน เป็นเวลา 3 วัน ก็จะช่วยลดอาการไอรุนแรงและ
จมูกโล่ง

06. อาการท้องอืด (Upset Stomach)  
       ให้รับประทานน้ำผึ้งผสมผงอบเชยจะช่วยให้
อาการปวดท้องทุเลา และยังช่วยลดอาการแผล
ในกระเพาะอาหารได้ด้วย

07. ลมในกระเพาะ (Gas)
       ผลการศึกษาในอินเดียและญี่ปุ่นพบว่า ถ้ารับประทานน้ำผึ้งกับผงอบเชยจะช่วยลดลมภายใน
กระเพาะอาหารลงได้

08. ระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย (Immune System)
       การรับประทานน้ำผึ้งผสมผงอบเชยประจำวัน
จะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกายให้เข้มแข็ง ช่วยป้องกันเชื้อแบคทีเรียและไวรัส นักวิทยาศาสตร์พบว่าในน้ำผึ้งมีวิตามินหลายชนิดและธาตุเหล็กเป็นจำนวนมากการรับประทานน้ำผึ้งประจำ
ยังเพิ่มเม็ดเลือดขาวเพื่อต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและ
ไวรัสได้

09. อาหารไม่ย่อย (Indigestion)
       โรยผงอบเชยลงบนน้ำผึ้งขนาด 2 ช้อนโต๊ะ
ก่อนอาหารจะช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร
และช่วยให้การย่อยอาหารเมื้อหนักได้ดี

10. ไข้หวัดใหญ่ (Influenza)  
       นักวิทยาศาสตร์สเปนได้พิสูจน์น้ำผึ้งประกอบ
ด้วยสารอาหารธรรมชาติที่ทำลายเชื้อไข้หวัดใหญ่
และช่วยให้ผู้ป่วยให้ปลอดภัยจากไข้หวัดใหญ่

11. ยาอายุวัฒน
อาหารที่มีพลังงานสูง (Longevity)
       การดื่มชาที่ผสมน้ำผึ้งกับผงอบเชยเป็นประจำ
ช่วยชะลอความชรา
วิธีการทำคือ ใช้น้ำผึ้ง 4 ช้อนโต๊ะ ผงอบเชย 1 ช้อน น้ำเปล่า 3 ถ้วย แล้วนำไปต้มเหมือนชา ให้ดื่ม ¼ ถ้วยวันละ 3-4 เวลา จะช่วยให้ผิวหนังเปล่งปลั่ง นุ่มมีน้ำมีนวล ช่วยทำให้อายุยืน อาจถึง 100 ปีให้เริ่มต้นตั้งแต่อายุราว 20 ปี

12. แก้สิว (Pimple)
       ผสมน้ำผึ้ง 3 ช้อนโต๊ะ กับผงอบเชย 1 ช้อนชา
ให้เข้ากัน แล้วป้ายบนหัวสิวก่อนนอน แล้วล้างออก
ในวันรุ่งขึ้นด้วยน้ำอุ่น ถ้าปฏิบัติติดต่อกัน 2 สัปดาห์
ก็จะสามารถกำจัดหัวสิวได้

13. ผิวหนังติดเชื้อ (Skin Infections)
       ใช้น้ำผึ้งผสมกับผงอบเชยปริมาณเท่าๆ กัน
ทาบริเวณที่ติดเชื้อ จะช่วยรักษาเรื้อนกวาง (eczema) กลากและโรคผิวหนังชนิดต่างๆ ได้

14. ลดน้ำหนัก (Weight Loss)
       ดื่มน้ำผึ้งผสมผงอบเชยในน้ำร้อน ทุกๆ เช้าก่อน
อาหารครึ่งชั่วโมง ขณะท้องว่างและก่อนนอนทุกคืน ถ้าทำเป็นประจำจะช่วยลดน้ำหนัก แม้คนที่อ้วนมากๆ 
เช่นเดียวกัน ถ้าดื่มเครื่องดื่มที่กล่าวมานี้ จะช่วยไม่ให้
ไขมันสะสมในร่างกาย

15. โรคมะเร็ง (Cancer)   
       ผลการวิจัยในญี่ปุ่นและออสเตรเลียเมื่อไม่นาน
มานี้พบว่า ผู้ที่เป็นมะเร็งในกระเพาะอาหารและมะเร็ง
กระดูกในขั้นมากๆ แล้วสามารถรักษาได้สำเร็จ 
ผู้ป่วยที่ได้รับความทรมานจากมะเร็งดังกล่าว
ควรดื่มน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ผสมผงอบเชย 1 ช้อนชา
เป็นประจำ 3 เวลา ประมาณ 1 เดือน

16. แก้อาการอ่อนเพลีย (Fatigue)
       ผลการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ แสดงให้เห็นว่าน้ำตาล
ในน้ำผึ้งมีประโยชน์มากในการเพิ่มพลังให้แก่ร่างกาย ในผู้สูงวัยที่รับประทานน้าผึ้งกับผงอบเชยในปริมาณ
เท่าๆ กัน ช่วยให้กระปรี้กระเปร่าและมีร่างกายที่ยืดหยุ่น
       ดร. มิลตัน ที่ศึกษาเรื่องนี้กล่าวว่า การดื่มน้ำผึ้ง ½ ช้อนโต๊ะ ในแก้วหนึ่งแก้ว โรยด้วยผงอบเชยเป็นประจำ
หลังแปรงฟันและตอนบ่ายราวๆ 15.00 น.เมื่อร่างกาย
เริ่มล้า จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงมีชีวิตชีวาใน 1 สัปดาห์

17. ขจัดลมหายใจมีกลิ่น (Bad Breath)
       ชาวอเมริกาใต้ ตื่นนอนตอนเช้า
สิ่งที่เขาทำอันดับแรกคือ
กลั้วคอด้วยส่วนผสมของน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา
กับผงอบเชยในน้ำร้อน เพื่อให้ลมหายใจสดชื่นตลอดวัน

18. สูญเสียการได้ยินกลับคืนมา (Hearing Loss)
       การรับประทานน้ำผึ้ง และผงอบเชยผสมกัน
ในปริมาณเท่าๆ กันเป็นประจำทุกเช้าและก่อนนอน
จะช่วยให้การได้ยินกลับมาเหมือนเดิม จำได้ไหมเมื่อครั้งเป็นเด็ก เรากินขนมปังทาเนยโรยด้วยผงอบเชย
วค.15 กันยายน 2557
อาจารย์นิพนธ์ในรูปอายุ 83 ปีแล้ว
ท่านดื่มเป็นประจำ สุขภาพแข็งแรงมากค่ะ
วิจัยล่าสุดพบว่า ลดความดันได้ด้วย่

วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

มะเร็ง

ดร. รุ่ง
เพื่อนจาก รพ. จุฬาส่งมาให้ น่าสนใจมาก

Shafin de Zane presents: What is Cancer?

นี่คือ สิ่งที่คุณ ไม่เคยคาดคิด มาก่อนเลยว่า จะมีผู้ใดกล่าวว่า - มะเร็ง คือ ธรรมชาติ
(Cancer is Natural)
มะเร็ง คือ ธรรมชาติ ของการปรับตัว ของเซลล์ อันเนื่องมาจาก การที่เลือดของเรา กลายเป็นพิษ เกินกว่าที่ เซลล์จะมีชีวิต ต่อไปได้ ถ้าหาก เซลล์เหล่านั้น ไม่ปรับตัว เซลล์เหล่านั้น จะป่วย และตาย เซลล์เหล่านั้น จึงตอบสนอง อย่างเป็น ธรรมชาติ ด้วยการผ่าเหล่า เพราะเซลล์ ในร่างกายมนุษย์ มีความสามารถ ที่จะปรับตัว เพื่อรับมือกับ การเปลี่ยนแปลง การปรับตัว ของเซลล์ จึงเป็นสิ่ง ที่เป็นธรรมชาติ
เป็นที่ น่าเสียดายว่า คุณหมอทั่วโลก บอกกับเราว่า วิธีการรักษามะเร็ง คือ การบำบัดด้วย-คีโม หรือ การทำลาย เซลล์มะเร็ง ด้วยรังสี แต่สิ่งที่คุณหมอ ไม่ได้บอกเราคือ ทำไมเซลล์มะเร็ง จึงผ่าเหล่า
ตั้งแต่แรก? อย่างไรก็ตาม- เมื่อสภาพแวดล้อม เปลี่ยนไป เซลล์อีกจำนวนมาก ก็จะผ่าเหล่า- ต่อไปอีก-ไม่เร็วก็ช้า นั่นเป็นสาเหตุ ที่เราพบเห็น
ผู้ป่วยมะเร็ง ถูกให้คีโม ดีขึ้นเพียงชั่วคราว แล้วกลับทรุด ลงไปใหม่อีก
จากมุมมอง ของเซลล์ หากมัน ไม่ผ่าเหล่า-มันจะต้องตาย การผ่าเหล่า ของเซลล์ จึงเป็นธรรมชาติ
มะเร็ง แท้จริงแล้ว คือ วิวัฒนาการ ของกลุ่มเซลล์ ที่พยายามรอดตาย จากสภาพแวดล้อม ที่เป็นพิษ แต่ทั้งหมดนี้ ก็กลายเป็นสิ่งที่ ควบคุมไม่ได้ เพราะเซลล์เหล่านั้น ลงเอยด้วยการ- ฆ่าร่างกาย แต่นั้น ไม่ใช่ประเด็น ที่แท้จริง

มะเร็ง คือ วิวัฒนาการ ของกลุ่มเซลล์ ที่พยายาม จะรอดตาย ในสภาพแวดล้อม ที่เป็นพิษอย่างสูง เราต้องพยายาม ทำความเข้าใจ ในประเด็นนี้ ให้ชัดเจน การพยายามฆ่า เซลล์เหล่านั้น -โดย ไม่ได้เปลี่ยนแปลง สภาพแวดล้อม เปรียบได้กับ การฆ่าแมลงวัน โดยไม่ได้พยายาม เอาขยะออกไป
เอาละ คุณจะลงมือ อย่างฉับพลัน- เพื่อปรับปรุง สภาพแวดล้อม ของคุณ อย่างรวดเร็ว ได้อย่างไร
มีวิธีการง่ายๆ ด้วยกัน 3 วิธีคือ:

��วิธีที่ 1. หายใจลึกๆ - หายใจลึกๆ
สิ่งแรกที่กระตุ้น ให้เซลล์ผ่าเหล่า และ กลายเป็น เซลล์มะเร็ง คือ การขาดออกซิเจน
เซลล์มะเร็ง ปรับตัวเพื่อรอดชีวิต ในสภาพแวดล้อม ที่มีระดับ ออกซิเจนต่ำ ยิ่งมีออกซิเจน ต่ำเท่าไร เซลล์มะเร็ง ก็ยิ่งเติบโต ได้มากขึ้นเท่านั้น เพราะนี่คือ วิวัฒนาการ ของเซลล์ ที่ปกติต้องการ จะรอดชีวิต อยู่ได้ ในสภาพแวดล้อม ที่มีระดับ ออกซิเจนต่ำ - วิธีแก้ไขคือ หายใจลึกๆ ซึ่งเป็นการ ออกกำลังง่ายๆ ที่ทำได้ทุกเช้า เพื่อเพิ่ม ระดับออกซิเจน ให้กับเลือด
-- เดิน 5 นาที แล้วหายใจแบบนี้ คือ
- หายใจเข้า 4ครั้ง ติดกัน กลั้นหายใจแล้วนับ 1 ถึง4
- หายใจออกช้าๆ 4 ครั้ง ติดกัน
ทำอย่างนี้ครับ
>>>> 1-2-3-4 <<<<
ทำอีกครั้งครับ
>>>> 1-2-3-4 <<<<
ผมหายใจเข้าทางจมูก >>>>
กลั้นใจแล้วนับ 1-2-3-4
หายใจออกทางปาก <<<<
หายใจ เข้าไปในท้อง ไม่ใช่หายใจ เข้าไปในอก นี่คือวิธีการหายใจ ที่ถูกต้อง ถ้าหากไม่มีที่เดิน ให้เดิน ในห้องนอน ของคุณ เพราะมันมีที่ พอสำหรับ
การออกกำลัง ของเราทุกวิธี

��วิธีที่ 2 หยุดรับประทาน -กรด
สิ่งที่สอง ที่มากระตุ้นเซลล์ ให้ผ่าเหล่า กลายเป็น เซลล์มะเร็ง คือ สภาพแวดล้อม ที่เป็นกรด เพราะนั่นคือ การตอบสนอง ที่จะทำให้ เซลล์รอดชีวิตได้ ในสภาพแวดล้อม ที่เป็นกรด เซลล์ที่ผ่าเหล่า จะตาย ในสภาพแวดล้อม ที่เป็นด่าง และเติบโต ในสภาพแวดล้อม ที่เป็นกรด คุณจะทำ ให้ร่างกายของคุณ เป็นด่างได้ ก็ด้วยการ รับประทาน
อาหารที่เป็นด่าง มากขึ้น
- น้ำผัก น้ำผลไม้สด มีประสิทธิภาพ สูงมาก
- งดน้ำตาล โคคา-โคล่า เปปซึ่ และ น้ำอัดลมทุกชนิด กาแฟ เนื้อสัตว์ นม บุหรี่ และ แอลกอฮอล์
- รับประทาน ผักสดสีเขียว ผลไม้สด น้ำด่าง และ น้ำมะพร้าว หากคุณ ต้องการเห็น การเปลี่ยนแปลง ของสุขภาพ อย่างน่าอัศจรรย์ ในระยะเวลาอันสั้น ดื่มน้ำผักสดปั่น ทุกเช้า โดยไม่ต้อง รับประทาน อะไรอีกเลย จนกว่าจะถึง มื้อเที่ยง -นำผักใบเขียว หลากชนิด มะเขือเทศ แตงกวา ปั่นกับน้ำสะอาด แล้วดื่ม คุณอาจจะคิดว่า มันไม่น่าดื่มเลย แต่มันไม่เลวร้าย และออกจะอร่อย ด้วยซ้ำไป เมื่อคุณ คุ้นเคยกับมัน

��วิธีที่ 3 ดูแลร่างกายของคุณ
ความเครียด ทำให้ ระบบภูมิคุ้มกัน อ่อนแอ
ความเครียด คือ ฆาตกรเบอร์หนึ่ง และเป็นต้นเหตุ ที่ก่อให้เกิดโรค -ทุกโรค ความเครียด เพิ่มกรด และ ส่งผลกระทบ ต่อทุกสิ่งทุกอย่าง ในร่างกาย มันจึงเป็นสิ่ง ที่สำคัญมาก ที่เราจะต้อง ทำจิตใจ ให้แข็งแรง เบิกบานอยู่เสมอ
คุณจะทำเช่นนั้น ได้อย่างไร ?
- ทำสมาธิ ดูหนังตลก ละเว้นจากการดู ข่าวร้าย
และ เรื่องเลวร้าย อ่านหนังสือดีๆ ที่ทำให้เกิด แรงบันดาลใจ หาสัตว์มาเลี้ยง พบเพื่อนใหม่ๆ สัมพันธภาพใหม่ๆ ปลดความทุกข์ ความสลดใจเก่าๆ และสิ่งเลวร้ายต่างๆ ที่ผ่านไปแล้ว

��และแชร์ข้อมูลนี้ ให้กับผู้อื่นต่อไป ให้มากที่สุด ที่คุณจะทำได้
ความเจ็บปวด และ ความเสียหาย ที่เกิดจากการ บำบัดด้วยคีโม เลยเถิดไปอย่าง เหนือคำบรรยาย
ช่วยให้ผู้อื่น ตื่นจากฝันร้าย ที่เกิดจาก โฆษณาชวนเชื่อ ของผู้ผลิตยา กันเสียที การป้องกัน และ รักษาตนเอง ให้หายจากมะเร็ง เป็นสิ่งที่ง่ายดาย เสียจนแทบ จะเป็นเรื่องตลก อย่างเหลือเชื่อ
ใช้ความคิด ให้ถูกต้อง
จงเปลี่ยนน้ำ ในบ่อปลา เมื่อปลาป่วย เพราะ การทำลายบ่อปลา ไม่ใช่ทางออก ที่ถูกต้อง
มาช่วยกัน ทำให้โลกของเรา ในวันนี้- น่าอยู่ขึ้น

http://www.youtube.com/watch?v=P_OHAtVzeB0

ดร.ชนิสา อรรถจินดา Chanisa Arthachinda, Ph.D.

สุขภาพแข็งแรง ทุกท่านนะคะ

มะเร็งใจเสาะ

คนที่ส่งต่อมาให้ผมมีลูก2คนเป็นแพทย์และเรียนต่อเป็นแพทย์เฉพาะทางทั้งคู่

อ่านนะ มีประโยชน์มาก...
มะเร็ง ใจเสาะ

คุณกฤติยา แอ๊ด ธนาเศรษฐ์สกุล กรุณาแบ่งปันเรื่องประสพการณ์จริงที่เป็นประโยชน์มากมาให้ครับ

   �� มะเร็ง เหมือน ปลวก มันกิน ดุมาก แต่ใจ มันเสาะ

    ผมป่วย เป็น มะเร็ง ที่ไต ฉี่ เป็นเลือด ตลอด 4-5 เดือน ผ่าตัด ไต ข้างซ้าย ออกไป เหลือ ข้างเดียว เมื่อ มิ.ย. 54

    ส่วนใหญ่ บอกว่า มะเร็ง ชอบ โปรตีน จาก เนื้อวัว หมู ผม เห็นว่า ตัวเรา อ้วน ไขมัน เยอะ ถ้างด แล้วมัน ก็ยัง มีอยู่ ทั้งตัว เลย ไม่เชื่อ ออกจาก รพ. ยังกิน ข้าวขาหมู กะเพรา ไก่ อยู่ได้ 2 เดือน ฉี่ เป็นเลือด อีก ไปตรวจ มันลาม ไป กะเพาะ ปัสสาวะ อีก เนื้อร้าย ใหญ่ 2.5 ซม. ผ่าตัด เอา ก้อน เนื้อ ออก อีก หลังจากนั้น ไม่กิน เนื้อสัตว์ หมู วัว ไก่ เลย ทานแต่ ผัก ผลไม้
   3 เดือน ไปตรวจ ไม่พบ เชื้อ มะเร็ง หลังจากนั้น ก็ตรวจ มา ตลอด ปกติ ดี

    สรุป อวัยวะ ใน ร่างกาย เจริญ เติบโต ได้เพราะ เลือด ไปเลี้ยง  ถ้าเรา ไม่กิน เนื้อวัว หมู ไก่ ในเลือด ก็ ไม่มี โปรตีน ไปให้ เซลล์ มะเร็ง กิน
    เปรียบ เหมือน กาฝาก ถ้าเรา ตัดท่อ น้ำเลี้ยง ตรงที่ กาฝาก ขึ้น กาฝาก อยู่ ไม่ได้ แต่ ต้นไม้ ไม่ตาย
    ผม ทานผัก ทุกอย่าง ที่ กินกัน อยู่ ปกติ ทุกวัน  ผักบุ้ง คะน้า กะหล่ำ ผักกาด มะเขือ เห็ดต้ม กล้วย แอปเปิล มะละกอ ฝรั่ง นม ถั่วเหลือง
   มะเร็ง เป็น สาเหตุ การตาย อันดับ1 ในไทย มา 5 ปี ติดต่อ กัน นับวัน มีแต่ มากขึ้น เฉลี่ย 8 : 1 อย่า ล้อเล่น มีสิทธิ เป็นได้
   เหมือนปลวก คือ ส่วนไหน ที่ มันกิน แล้วก็ เสียไป ไม่ สามารถ ฟื้นฟู ได้ ต้อง ตัดทิ้ง เหมือน เนื้อไม้ ที่ถูก ปลวก กิน ไปแล้ว ก็เสียไป
    กินดุ คือ ลุกลาม เร็วมาก
    ใจเสาะ คือ ไม่ให้ อาหาร มัน ฝ่อตาย ไปเอง ภายใน ไม่กี่ เดือน

   ใครจะ copy ส่งไป ก็ไม่ ขัดข้อง ถือว่า เป็นบุญ กุศล อย่างหนึ่ง ผมเอง มีโอกาส ก็ จะบอก แก่คนที่ เขาป่วย และ ติดต่อ มา สอบถาม
     หวังว่า พอจะ เป็น ประโยชน์ นะครับ

     ก้อง ศิวะเกื้อ
หัวหน้า ศาลแขวง ราชบุรี

ประสบการณ์ จริง เผื่อ จะเป็น ประโยชน์ ครับ

วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เรื่องของแอร์กับไดนาโม

    
      เคยสังเกตุกันบ้างไหมครับว่าสองข้างถนนจะมีธุรกิจหนึ่งที่เห็นเยอะเรียงรายข้างถนนจนบางครั้งรู้สึกว่าทำไมมันเยอะแยะขนาดนี้ ก็คือ ซ่อมแอร์ เปลี่ยนแบตเตอรี่กับซ่อมไดนาโม รถยนต์ครับ เมื่อก่อนผมเคยสงสัยมานานว่าทำไมมันเยอะจัง ระยะทางกิโลเดียวมีประมาณสองสามร้าน
    วันนี้ขออนุญาตคุยเรื่องจริงอีกเรื่องที่พบมากับตัวเอง เผื่อเป็นประโยชน์ครับ
  คือรถ forgunner อีกคันของผมนะครับ เกิดมีปัญหาแอร์ไม่เย็น อยู่ดีๆก็หายไปเฉยๆ ก็รีบหาร้านข้างทางที่มีอยู่เยอะ ให้ช่วยดูให้ พอถึงร้านเด็กออกมาเปิดฝากระโปง ยังไม่ได้ตรวจเช็คอะไรเลย เด็กบอกว่า คอมน็อก ต้องเปลี่ยนคอมใหม่ ราคาประมาณหมื่นเศษ หรือจะเอาคอมมือสองก็ได้ หกพันถึงแปดพัน รับประกัน 1 เดือน ผมเลยงง...?? ยังไม่ตรวจสอบอะไรเลย สรุปแล้ว..!! เลยบอกเด็กว่าเดี๋ยวมาดูอีกทีขอเอารถไปทำธุระก่อน กลับถึงบ้านเลยไปหาร้านที่ทำประจำกันอยู่ ตรวจไปตรวจมา overlode พังครับราคาไม่กี่สตางค์ (overlode เป็นอุปกรณ์ อิเล็คทรอนิก ติดอยู่บนหัวของคอมครับ) ตัวคอมไม่เป็นไร ก็เลยรอดตัวไป ถ้าเป็นคนอื่นทั่วไปมีหวังเสียเงินหมื่น ได้ของใหม่มา แต่เสียของเราที่ไม่ได้เสียไป หรือไม่ก็เสียเงินสักแปดพัน เอาคอมมือสองดีๆที่หลอกถอดคนอื่นเขามาให้เรา ซึ่งอาจจะเก่ากว่าของ
เราเสียอีก มาใส่ให้เรา แล้วเอาของเราไปหลอกขายคนอื่นต่ออีกแปดพัน โดยเอาของคนอื่นที่ไม่ได้เสียไปหลอกขายคนอื่นต่อไปเรื่อยๆ สนุกไหมครับธุรกิจนี้ นานๆจะได้ใช้ฝีมือช่างเจอที่มันเสียจริงๆสักที นอกนั้นใช้วิชาหลอก ลักไก่ รับเงินฟรีโดยไม่เสียแรง ไปเรื่อยๆ
    แล้วทำไมซ่อมไดนาโมถึงชอบอยู่ด้วยกันกับซ่อมแอร์ละ?? คำตอบก็คือ ใช้สูตรเดิมครับ รถสตาร์ทไม่ติด เปลี่ยนแบตฯก่อน อย่างน้อยก็ได้อย่างนึงละ สองพันกว่า (บางทีขั้วแบตฯหลวม ตะกันเกาะเยอะ ช่างเปลี่ยนแบตฯใหม่ให้ ถือโอกาสล้างขั้วแบตฯ ขันให้แน่นเสียด้วยเลย พอสตารท์ติดก็เลยไม่รู้สาเหตุจริงๆว่าเป็นไรแน่ ระหว่าง แบตฯเก่าที่ไม่ได้เสียอะไร แต่ขั้วหลวม หรือสตาร์ทติดเพราะแบตใหม่ที่ใส่เข้าไปกันแน่
  บางคนโดนสองเด้ง เสียตังต์เปลี่ยนแบตใหม่แล้วยังไม่ติด คราวนี้ต้องใช้ความรู้กันละ แต่ไม่ใช่ใช้ซ่อมนะครับ แต่ใช้เพื่ออธิบายให้ลูกค้าให้ได้ว่าทำไมเปลี่ยนแบตฯแล้วยังสตาทต์ไม่ติด
        ทีนี้ก็มาถึงเรื่องสตาร์ทเตอร์แล้วละครับ "สตาต์ทเตอร์ไหม้ พัง ต้องเปลี่ยนใหม่" คำพูดนี้จะได้ยินบ่อย มือสองก็หกพันถึงแปดพัน (อันนี้ต้องดูหน้าลูกค้าด้วยว่า...?..ขนาดไหน.หรือท่าทางมีตังค์ หรือหน้าตาไม่ค่อยจะมีความรู้เรื่องช่างมากนัก) ลูกค้าส่วนมากยอมเปลี่ยนครับ เพราะอุปกรณ์ไฟฟ้าเนียะ คนธรรมดาดูไม่ออกครับว่าเสียหรือไม่ เราเสียของดีของเราไป แล้วเสียตังค์เอาของมือสองของคนอื่นมาใส่ให้ ส่วนของดีของเราก็จะกลายเป็นของมือสองของคนอื่นแทน
   ที่พูดถึงมาทั้งหมดหมายถึงช่างที่เขี้ยวมากๆไม่มีคุณธรรมความ
เป็นช่างนะครับ ช่างดีๆมีคุณธรรมมีเยอะครับ ถ้าหากเจอแล้วอุดหนุนกันไปครับ
  ถ้าเรานึกถึง compresser แอร์ เราอาจนึกถึงเพียงแค่ ทรงกระบอกเหล็กดำๆเท่านั้น ความจริงภายในที่ด้านบน ยังมีอุปกรณ์อื่นอีก เช่น overlode หรือ termostat เอาไว้ป้องกัน com ไม่ให้พังง่ายๆครับ เวลาแอร์ไม่เย็นอาจเกิดจาก ฝุ่นติดจนตันไม่เคยล้าง , ท่อรั่วน้ำยาหมด(น้ำยาแอร์ไม่มีพร่องนะครับ คือมีแต่เต็มกับหมด ไม่มีคำว่าน้อยลงต้องเติมเพิ่ม) ,overlode พัง ,คอมไหม้(อันนี้หนักสุดแต่ไม่ค่อยเกิด) แสดงความรู้ทันให้ช่างเห็นก็ดีเหมือนกันนะครับแต่ฉลาดคุยหน่อย  แสดงความฉลาดเกินเดี๋ยวเกิดเสียจริงๆจะโดนฟันเลือดโชก เพราะความหมั่นใส้ของช่าง ...
   ต่อไปเรื่องสตาร์ทไม่ติด สาเหตุใหญ่ๆ มีสองอย่างครับ คือ แบตเตอรี่(จ่ายไฟให้ตัวสตาร์ทเครื่อง) ,กับชุดสตาร์ทเครื่อง(ชุดสตาท์ทเตอร์)
  แบตเตอรี่ ถ้าแบตฯเสียหรือหมดอายุ ลองพ่วงแบตจากรถคันอื่นจะไม่ติด(ตรวจเช็คสายไฟหลักๆ หรือขั้วต่อให้ดีก่อนนะครับ เผื่อขาดเผื่อหลวม) หรือถ้าเป็นรถเกียร์ธรรมดา ช่วยกันเข็นถ้าสตาร์ทแล้วเครื่องสตาร์ทติด ก็แปลว่าแบตฯเสียครับ
  ต่อไปเรื่องของสตาร์ทเตอร์ อุปกรณ์ตัวนี้มีความมหัศจรรย์อยู่ตรงที่ตัวมันเองสามารถทำงานได้สองหน้าที่ครับ คือถ้าเครื่องยนต์ยังไม่หมุน มันจะทำหน้าที่ขับให้เครื่องยนต์หมุน(ตัวมันจะเป็นตัวขับ เครื่องยนต์เป็นตัวตาม ตอนนี้เราเรียกมันว่า "สตาร์ทเตอร์ คือตัวสตาร์ทเครื่อง) แต่เมื่อเครื่องยนต์หมุนแล้ว เครื่องยนต์จะกลายเป็นตัวขับมัน(เครื่องยนต์กลายมาเป็นตัวขับ ตัวมันกลายมาเป็นตัวตาม ตอนนี้เรียกมันว่าเป็น ไดชาร์จ หรือไดนาโม ผลิตไฟไปป้อนเติมแบตฯครับ) ข้างในประกอบด้วยขดลวดทองแดงเส้นใหญ่มาก ไม่ไหม้ง่ายๆหรอก ที่ด้านทัายจะมีอุปกรณ์อิเลคทรอนิกอยู่ชุดหนึ่ง เรียกว่า เร็คติไฟเออร์  rectifier หรือบางท่านเรียก เร็คกูเลเตอร์ ชุดนี้ทำหน้าที่เรียงไฟเข้าไปป้อนแบตครับ (ไม่อธิบายเยอะกว่านี้ เอาแค่ให้พอรู้ว่ามีอะไรมากกว่าแค่รูปร่างเหมือนมอเตอร์ลลูกหนึ่ง )อุปกรณ์ชุดนี้ราคาไม่กี่ร้อย มีโอกาสเสียมากกว่าขดลวดไหม้เยอะครับ เปลี่ยนก็หาย ....ออ้..!!อีกอย่างนึงที่ทำให้ไดชาร์ทไม่ทำงานและต้นเหตุนี้เป็นบ่อยครับ คือ แปรงถ่านสึกหมด คู่นี้ไม่กี่ตังค์ครับ เปลี่ยนก็หาย
   ที่เล่ามาเนียะผมหมายถึงช่างที่ไม่ค่อยมีคุณธรรมนะครับ ช่างดีๆที่มีคุณธรรมและใช้วิชาช่างอย่างสุจริตมีมากครับ ถ้าเจอก็สนับสนุนกันครับ ดูดีๆก็แล้วกัน ...
         ต่อไปนี้รถมีปัญหาช่วยช่างพิจารณาอาการด้วยนะครับ....pjmong....

5/2 เรียนจังหวะบีกิน beguine