คิดดี มีศักดิ์ศรี ประเทศชาติเจริญ
เมื่อสองวันก่อนผมได้มีโอกาสไปเดินห้างหนึ่ง ในกรุงเทพนี่แหละ เข้าห้องน้ำชาย ระหว่างทำธุระ ด้วยเพราะเป็นคนชอบสังเกตุ ก็ได้เห็นอะไรบางอย่างที่รู้สึกว่าแปลกและขัดกับความรู้สึก คือ โถฉี่ผู้ชายทุกโถยี่สิบกว่าโถเห็นจะได้ ทุกโถครอบแสตนเลส และล็อกกุญแจทุกอัน เลยคิดต่อไปว่า นี่มันเรื่องแปลกนะเนียะ...!! เรียงเป็นตับเลย เพื่ออะไรเนียะ?.ป้องกันขโมยหรือ...? ถ้าป้องกันขโมยแล้วแบบนี้มันถูกต้องไหมเนียะ..?? คิดถึงเมื่อก่อน ปลูกบ้านหลังนี้ใหม่ๆ ซื้อของเข้าบ้านเยอะ ก็มีญาติครอบครัวนึงชอบพาเด็กๆมาเที่ยวเพราะเห็นเป็นบ้านทรงไทยริมคลอง แต่มาทีไรก็ชอบขอของหรือยืมของติดมือกลับไปทุกครั้ง ของให้เด็กบ้างให้ผู้ใหญ่บ้าง หลายครั้งเข้า วันนึงพอเขาจะมากัน ผมก็โทรปรึกษาแม่ว่าถ้าเจอคนที่มาบ้านแล้วชอบขอชอบยืม ควรทำไงดี ?? คำแนะนำที่ได้มาเล่นเอาผมงงเลยครับ แม่บอกว่าก็เก็บของซ่อนให้หมดซิ..!! ผมอึ้งไปเลย คิดในใจว่าถ้าเป็นบ้านแม่ แม่เขาจะทำแบบนี้จริงๆหรือ? เก็บของหนีคนกับของที่เดาไม่ได้ว่ามาครั้งนี้จะขออะไร ยังงี้ไม่ต้องหาที่เก็บทั้งบ้านเลยหรือนี่?? มันใช่คำแนะนำที่ถูกต้องแล้วหรือ ?? จริงๆแล้วผมว่ามันจะเข้าข่ายขี่ช้างจับตั๊กแตนแล้ว เพราะเก็บของหนีทั้งบ้านเพื่อหนีเหตุผลนิดเดียวคือหนีคนขี้ขอเนียะนะ...!!!! งานมันใหญ่เกิน ผมเลือกวิธีการอื่นให้คือหาทางให้เขารู้ตัวจะดึกว่าไหม....?.เรื่องโถส้วมนี่ก็หมือนกัน ห้องน้ำห้องเดียว 20 โถ ใช้กุญแจ ต้องเก็บดอกไว้ 20 ลูก แล้วถ้าห้างนี้มี ยี่สิบห้อง ห้องละ 20 โถ เฉพาะคนงานต้องเก็บลูกกุญแจที่ใช้เฉพาะโถฉี่ชายนะคนับ 400 ดอกเข้าไปแล้ว และกุญแจอย่างอื่นอีกละ..? รวมๆแล้วแม่บ้านคงตองเก็บดอกกุญแจเป็นพันๆดอก จะหาเอาไปไขทีคงนั่งหากันอานเลย และคงต้องใส่เข่งเก็บไว้นะครับ ถ้าทุกห้างหรือทุกที่ของโถฉี่ชายทั่วกรุงเทพ ไม่รู้จะกี่โถรวมๆทุกห้าง มันคงสิ้นเปรืองกับเหตุผลที่หนีพวกชอบขโมยอุปกรณ์ของสุขภันฑ์
เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กครับแต่ผลของมันใหญ่นะครับ .. ที่เล็กคือแค่ความคิดคนที่อยากได้ของของคนอื่นโดยไม่ฝึกความคิดที่ถูกต้องว่าของที่จะได้มาต้องลงแรงเอง มีศักดิ์ศรีไม่ขโมย ไม่ขอ ไม่ยืม ถ้าเราสามารถสอนให้คนไทยมีนิสัยรักศักดิ์ศรีตัวเองได้ บ้านเราก็ไม่ต้องมีรั้วสูงๆ ไม่ต้องพกกุญแจเป็นพวงๆห้อยกางเกงอย่างทุกวันนี้ มีคนถามว่าประเทศที่เขาจนกว่าเรามากมาย อูกานดา เอธิโอเปีย เขามีเรื่องแบบนี้น้อยครับ เพราะกฎหมายเขาจริงจังครับ อดจะตายแต่ไม่ค่อยกล้าขโมยของใครหรือแย่งชิงกันง่ายๆแบบบ้านเรา ...มาลองฝึกสอนจิตใจลูกหลานหรือแม้แต่ตัวเราเองให้รักศักดิ์ศรีตัวเองเยอะๆครับ ไม่ขอ ไม่ขโมย ไม่แย่ง ไม่โกง.....pjmong
วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
คิดดีมีษักดิ์ศรี ประเทศชาติเจริญ
วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
คนล่าฝัน
คนล่าฝัน
แสงตะวันเพิ่งจะโผ่ลพ้นขอบฟ้า
มีเวลาให้คนเราอีกมากมาย
พาชีวิตก้าวไปสู่ยังจุดหมาย
ถึงเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายก็น่าลอง
มองดูฟ้า ฝูงนกกาเที่ยวหากิน
ไปยังถิ่นแดนไกลสุดสายตา
เหมือนย้ำเตือนว่าชีวิตล้วนเกิดมา
แสวงหาต่อสู้และดิ้นรน
โอ้ชีวิตมีอะไรตั้งเยอะแยะ
มีเกิดแก่เจ็บตายคล้ายๆ กัน
แต่สิ่งที่มีไม่เหมือนคือความฝัน
อยู่ที่ใครจะล่ามันให้อยู่มือ
คนเป็นคนย่อมปะปนด้วยชั่วดี
ในศักดิ์ศรีมีทั้งจนและร่ำรวย
มีความรักเป็นเรื่องราวอันสดสวย
ความผิดหวังเป็นแค่เรื่องธรรมดา
ฟ้าเบื้องบนน้ำเบื้องล่างดินขวางหน้า
ข้ามไปเถิดไขว่คว้าความใฝ่ฝัน
มีชีวิตเกิดมาแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
อย่าปล่อยมันซังกะตายไปวันๆ
โอ้ชีวิตมีอะไรตั้งเยอะแยะ
มีเกิดแก่เจ็บตายคล้ายๆ กัน
แต่สิ่งที่มีไม่เหมือนคือความฝัน
อยู่ที่ใครจะล่ามันให้อยู่มือ
แม้ในข้างคืนเดือนดาวอันมืดมิด
ยังมีสิทธิ์คิดฝันอันเฉิดฉาย
ดุจแสงเทียนนำทางสว่างไกล
ดุจหิ่งห้อยพร่างพรายในค่ำคืน
ยืนเดียวดายในความกลัวหลอกตัวเอง
เท่ากับเร่งรัดไปสู่ความล้มเหลว
ยังมิทันได้ลงมือทำดีเลว
กลับถูกเปลวไฟความกลัวเผาตัวตน
โอ้ชีวิตมีอะไรตั้งเยอะแยะ
มีเกิดแก่เจ็บตายคล้ายๆ กัน
แต่สิ่งที่มีไม่เหมือนคือความฝัน
อยู่ที่ใครจะล่ามันให้อยู่มือ
แผ่นฟ้ากว้าง เขาสูงใหญ่ยังเคยข้าม
ฝันงดงามถามหน่อยเคยข้ามไหม
ไปยังฝั่งที่ตั้งฝันอันแสนไกล
แต่สุดท้ายก็ได้ฝันนั้นมาครอง
ลองดูเลยเกิดมาเป็นคนล่าฝัน
มีรางวัลฝันใฝ่ให้ใฝ่ฝัน
มีชีวิตเกิดมาแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
อย่าปล่อยมันซังกะตายไปวันๆ
โอ้ชีวิตมีอะไรตั้งเยอะแยะ
มีเกิดแก่เจ็บตายคล้ายๆ กัน
แต่สิ่งที่มีไม่เหมือนคือความฝัน
อยู่ที่ใครจะล่ามันให้อยู่มือ
โอ้ชีวิตมีอะไรตั้งเยอะแยะ
มีเกิดแก่เจ็บตายคล้ายๆ กัน
แต่สิ่งที่มีไม่เหมือนคือความฝัน
อยู่ที่ใครจะล่ามันให้อยู่มือ
แสงตะวันเพิ่งจะโผ่ลพ้นขอบฟ้า
มีเวลาให้คนเราอีกมากมาย
พาชีวิตก้าวไปสู่ยังจุดหมาย
ถึงเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายก็น่าลอง
ลองดูเลยเกิดมาเป็นคนล่าฝัน
มีรางวัลฝันใฝ่ให้ใฝ่ฝัน
มีชีวิตเกิดมาแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
อย่าปล่อยมันซังกะตายไปวันๆ
โอ้ชีวิตมีอะไรตั้งเยอะแยะ
มีเกิดแก่เจ็บตายคล้ายๆ กัน
แต่สิ่งที่มีไม่เหมือนคือความฝัน
อยู่ที่ใครจะล่ามันให้อยู่มือ
โอ้ชีวิตมีอะไรตั้งเยอะแยะ
มีเกิดแก่เจ็บตายคล้ายๆ กัน
แต่สิ่งที่มีไม่เหมือนคือความฝัน
อยู่ที่ใครจะล่ามันให้อยู่มือ
วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
เพลงอาศัยนก
อาศัยนก
ช. โน่นแนะนกเขาขัน โถ สงสารมันคงจะ
ฝันถึงเมีย
ญ.หนอยทำปากเสียๆ ตัวผู้ตัวเมียมัน
ร้องก้องขันกันได้
ช. แยกคู่กักขักขังกันแล้ว ให้มันนั้นเฝ้า
หวังอะไร ฮึ..!
ญ. นกมันเข้าใจขันรหัสที่นัดหมาย
จะไปใส่ใจเรื่องนกทำไมกันเล่า
ช. เธอคงรู้ หรือเธอคงได้แต่เดา
เจ้าปัญญา
ญ. ใช่เปรื่องปราชญ์หนักหนา แต่ดูที่
กริยา รู้ปรารถนานกมัน
***ช.เธอคงทราบใจของใครได้เก่ง
หรือพูดเอาเองอย่างนั้น
ญ. อย่ามาหาเรื่องกัน ฉันรู้ทีท่าจากขัน
ของมัน บอกอย่างนั้นจริงๆ
ช. นี่ฉัน ร้องไป หัวใจ รู้ไหมว่ามันว้าเหว่
ร่อนเร่เที่ยวหาผู้หญิง
ญ. สักวัน ก็เจอ รักจริง ก็รักเริ่มจะสุ่สิง
แอบอิงใจของคุณเมื่อไหร่
ช. เพิงรู้ คู่ใจ ไม่ไกลเกินจะมีใครมาจอง
ญ. ก็ใครที่ไฝ่ปอง
ช. จะมีใครเล่าน้อง พี่ขันกู่ร้องเรียกเธอ
...........จบ.......
วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2562
เรื่องหมากับคน
วันนี้นั่งรอ จนท.อยู่ ก.ะานิชย์ว่างๆเลยหาเรื่องเขียน อะไรเล่นๆไม่รู้จะมีประโยชน์กะใครไหม? แต่ที่แน่ๆคงจะมีบ้างกะคนรักหมารักแมวนะครับ
เรื่องของเรื่องคือ ช่วงหลังมานี่ผมต้องเอาสุนัขที่บ้าน สองตัวผลัดกันเข้า รพ.เพราะอายุเยอะเป็นโรคสุนัขชรา ไปนั่งบ่อยๆ แอบได้ยินบ่อยๆว่า หมาเป็นโรคเยอะตอนแก่เพราะตลอดชีวิตกินอาการคน...แรกๆก็ไม่ค่อยสนใจแต่ได้ยินบ่อยๆเลยมานั่งคิดดู...เออ..!! มันมีที่มาที่ไปนะ..!!
เรื่องก็คือ หมาเป็นสัตว์ที่เกิดมาเป็นสัตว์กินเนื้อ แต่คนเป็นสัตว์กินพืช สองสปีชี่ย์นี่คนละเรื่องกันเลย..!! ถ้ากินอาหารผิดธรรมชาติของตัวเอง ย่อมสะสมโรคภัยมากมาย แน่นอน แต่เจ้ากรรมของเจ้าหมาที่เกิดมาถูกคนเอามาเป็นสัตว์เลี้ยง อาหารที่ถูก(บังคับ)ให้เจ้าหมากินก็ต้องไปอาหาระวก ข้าว ผัก ของคาว เป็นส่วนมาก เจอแแบบเ
วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2562
เรื่องนอนกลางคืนฉี่บ่อย
เรืองตื่นมาฉี่กลางคืน ไม่นึกว่าจะซับซ้อนขนาดนี้
“ปัสสาวะกับภาวะหัวใจอุดตัน”
อยากให้ สละเวลาซัก 2 นาที เพื่ออ่านบทความ อันมีค่านี้
แพทย์ชาวอเมริกันได้กล่าวถึง ปัญหาความเกี่ยวเนื่อง ระหว่าง การปัสสาวะ ตอนกลางคืน กับ ภาวะการอุดตัน ของหัวใจและ สมอง
วันนี้เอาความรู้ที่สำคัญที่ พวกเราต้องระวังมาเล่าสู่กันฟัง
คนแก่มักมีปัญหาของ การปัสสาวะตอนกลางคืน ทำให้ไม่ยอมดื่มน้ำก่อนนอน และไม่ยอมดื่มน้ำ หลังจากที่ตื่นขึ้นมาปัสสาวะ กลางดึก แต่นี่ กลับกลายเป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้เกิด ภาวะสมองอุดตัน ในยามเช้าของ คนแก่ได้
จริงๆแล้ว ภาวะการปัสสาวะ สองครั้งในเวลาคืน ไม่ใช่ปัญหาการเสื่อม สมรรถนะของกระเพาะ ปัสสาวะ
ที่ปัสสาวะตอนกลางคืน ก็เพราะคนแก่มีประสิทธิภาพ ของหัวใจที่เสื่อมถอย หัวใจห้องขวา สูบโลหิตจากร่างกาย ช่วงล่างเข้าหัวใจ อ่อนแรงลง....
อิริยาบถของคนเราที่ทำงาน ในเวลากลางวัน ทำให้ เลือดไหลลงสู่ด้านล่างของ ร่างกายได้ง่าย และคน ที่หัวใจไม่ปกติ หัวใจไม่ค่อยมีแรง ที่จะสูบเลือดให้กลับขึ้น สู่หัวใจ แรงโน้มถ่วง เป็นแรงกดที่จะทำให้ ช่วงล่างของคนแก่เหล่านี้ มีลักษณะบวมน้ำ พอตกกลางคืน เวลานอนราบ ร่างกายช่วงล่าง มีแรงกดน้อยลง น้ำที่สะสมอยู่ ในร่างกายช่วงล่าง ก็จะซึมกลับ เข้าสู่กระแสเลือด
เวลาน้ำในร่างกายมากเกินไป ไตก็จะเริ่ม ขับน้ำออก ทำให้ กระเพาะปัสสาวะ กระตุ้น เรา ให้ตื่นขึ้นมา ปัสสาวะในเวลากลางคืน
ดังนั้นหลังจากนอนราบ ได้ 3-4 ชั่วโมง ก็ต้องตื่นขึ้นมา เข้าห้องน้ำครั้งหนึ่ง แต่น้ำในเลือดที่ยังไม่หมด ยังคงสะสมมากขึ้น เรื่อยๆ ทำให้ผ่านไปอีก 3 ชั่วโมง ก็ต้องลุกขึ้นมา เข้าห้องน้ำเป็นครั้งที่ 2 ...แล้วทำไมจึงเป็นสาเหตุสำคัญ ทำให้สมองอุดตัน หรือหัวใจอุดตันล่ะ
ก็เพราะว่าหลังจากถ่าย ปัสสาวะไป 2-3 ครั้ง ระดับน้ำในเลือดมีปริมาณน้อยลงมาก ในฤดูหนาว อากาศที่แห้ง จะดูดความชื้น จากลมหายใจของเรา ด้วย ทำให้เลือด เริ่มกลายสภาพหนืดข้น ขึ้น อีกทั้งเวลานอน ร่างกายมี activity ต่ำ และหัวใจ เต้นช้าลง ทำให้เลือด ที่หนืดข้นเกิดการอุดตันได้ง่าย นี่คือ สาเหตุสำคัญที่ว่า ทำไมคนแก่ส่วนใหญ่ มักจะเกิดปัญหา หัวใจอุดตัน หรือ สมองอุดตัน ในเวลาตี 5 หรือ 6 โมงเช้า และทำให้ เกิดภาวะการตายในขณะนอนหลับ
เรื่องแรกที่จะบอกทุกท่านก็คือ การปัสสาวะ ตอนกลางคืน ไม่ใช่ความบกพร่อง ของ กระเพาะปัสสาวะ หรือ ปัญหา ของหัวใจอ่อนแรง
เรื่องที่ 2 ที่ต้องบอกทุกท่านก็คือ ก่อนนอนจะต้องดื่มน้ำอุ่น และ หลัง ลุกขึ้นมาปัสสาวะ ในตอนกลางคืนแล้ว ก็ควรดื่มน้ำอุ่นอีก อย่ากลัว การปัสสาวะ ในเวลากลางคืน เพราะ การไม่ดื่มน้ำ จะทำให้ เกิดอันตรายถึงชีวิตได้
เรื่องที่ 3 ที่ต้องบอกทุกท่านก็คือ ในเวลาปกติควรฝึกออกกำลังกายให้หัวใจแข็งแรง ร่างกายคนเราไม่ใช่เครื่องจักร เครื่องจักรใช้บ่อยๆ จะสึกหรอได้ แต่ร่างกาย กลับตรงกันข้าม ถ้าฝึกบ่อยๆจะแข็งแรงขึ้น
ในเวลาปกติ จะต้องไม่กินอาหารที่ทำให้เสียสุขภาพ โดยเฉพาะอาหารประเภทแป้ง และอาหารที่ทอด ด้วยน้ำมัน
ถ้าคุณชอบบทความนี้ กรุณาส่งต่อให้เพื่อนสูงอายุที่คุณรัก
Pink Planet TH : นำเสนอโดย หัวหน้าพยาบาลเกษียณ
วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2562
แากาศที่หายใจกับชีวิต
หายใจเข้า...หายใจออก
หายใจเข้า...หายใจออก
เคยได้ยินมั้ยที่คนทั่วไปมักพูดว่า
"เราหายใจเอาออกซิเจนเข้าไปฟอกเลือด และหายใจออกเป็นคาร์บอนไดออกไซด์"
ฟัง ๆ ดูเหมือนว่าร่างกายเราช่างมหัศจรรย์ สามารถเลือกที่จะหายใจเข้าเฉพาะออกซิเจน ทั้ง ๆ ที่อากาศเรามีออกซิเจนแค่ 21% เท่านั้น แล้วภายในเวลา 2-3 วินาทีเราก็สามารถนำออกซิเจนไปใช้ได้ทั้งหมด แล้วก็หายใจออกเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ล้วน ๆ ช่างเป็นเครื่องจักรที่สมบูรณ์แบบอะไรอย่างนี้
ทำไมไม่มีใครสงสัยว่า ไนโตรเจนตั้ง 78% หายไปไหน? ตอนที่หายใจเข้าไป เราสามารถใช้ออกซิเจนได้หมดจริงหรือ? เราหายใจออกเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ล้วน ๆ จริงหรือ? ไม่เหลือออกซิเจนซักนิดเลยหรือ?
ค้นคว้าอยู่พักหนึ่งแล้วผมก็พบว่า เราไม่ได้ "หายใจเอาออกซิเจนเข้าไป" แต่เราหายใจเอาอากาศเข้าไปเราไม่ได้ "หายใจออกเป็นคาร์บอนไดออกไซด์" แต่เราหายใจออกมาเป็นอากาศที่มีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนไนโตรเจน มีอยู่ทั้งในลมหายใจเข้าและลมหายใจออก
มันก็เหมือนกับชีวิตเรานั่นแหละสิ่งที่ผ่านมาในชีวิตมันมีทั้งเรื่องดี ๆ (ออกซิเจน) เรื่องร้าย ๆ (คาร์บอนไดออกไซด์) และเรื่องกลาง ๆ (ไนโตรเจน)ปนเปกํนเข้ามา เราไม่สามารถเลือกหายใจเอาออกซิเจนเข้าไปได้ฉันใด เราก็ไม่สามารถเลือกให้สิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรามีแต่เรื่องดี ๆ ได้ฉันนั้น
เรื่องดี ๆ ที่ผ่านเข้ามาแล้ว บางอย่างก็ซึมซาบเข้ามาในชีวิตของเรา ช่วยทำให้เรามีชีวิต และมีชีวา
เรื่องดี ๆ บางเรื่องผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านออกไป เราไม่มีเวลาพอที่จะดึงมันมาใช้เป็นประโยชน์แก่ชีวิตของเราได้ เป็นโอกาสดี ๆ ที่สูญเสียไปในชีวิตคนเรา เหมือนกับออกซิเจนที่อยู่ในลมหายใจออก
เรื่องกลาง ๆ ไม่ดีไม่ร้าย ผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านออกไป เหมือนไนโตรเจนซึ่งมันมีอยู่ตามธรรมชาติ แล้วมันก็เป็นส่วนใหญ่ซะด้วยสิ
เรื่องร้าย ๆ มันมีแค่นิดเดียวเอง (คาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศมีแค่ 0.1% แต่ออกซิเจนมีมากถึง 21%) ตราบใดที่เรายังหายใจอยู่ เราก็ต้องถ่ายเรื่องร้าย ๆ เหล่านี้ทิ้งไปจากชีวิตของเรา
มีคนเคยถามว่าถ้าเราหายใจเอาออกซเจนบริสุทธิ์เข้าไปแล้ว จะดีต่อร่างกายมั้ย คำตอบคือไม่ดี เราอาจตายได้ภายในเวลาไม่นาน เนื่องจากเกิดอาการ hyperventilation คือร่างกายไม่ยอมหายใจเพราะขาดคาร์บอนไดออกไซด์ หมายความว่าคาร์บอนไดออกไซด์นี่แหละคือสิ่งที่กระตุ้นให้เราหายใจ เมื่อขาดคาร์บอนไดออกไซด์ ก็ไม่มีอะไรไปกระตุ้นร่างกายว่าต้องหายใจนะ ร่างกายก็หยุดหายใจ เกิดอาการเกร็งทั้งตัว และการผายปอดก็ไม่ช่วยอะไร เพราะผู้ป่วยจะต้องการคาร์บอนไดออกไซด์ ไม่ใช่ออกซิเจน การปฐมพยาบาลจึงง่ายแสนง่าย ให้หายใจในถุง ทำให้ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์สูงขึ้น แล้วผู้ป่วยจะกลับมาหายใจได้เอง
มันเหมือนกับชีวิตคนอีกนั่นแหละ มันต้องกระตุ้นด้วยเรื่องร้าย ๆ จึงจะทำให้ชีวิตนี้มีแรงสู้ต่อไป ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น ทำให้เราได้รู้ว่า "ชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นไป ชีวิตไม่ดิ้นก็สิ้นใจ" ถ้ามีแต่เรื่องดี ๆ เราก็จะเฉาตายเพราะขาดแรงกระตุ้น
คนที่อยู่ในที่อับอากาศแล้วตาย เขาไม่ได้ตายเพราะคาร์บอนไดออกไซด์ แต่ตายเพราะคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO)ก๊าซนี้มีความน่ากลัวตรงที่มันมีมวลโมเลกุล 28 ใกล้เคียงกับอากาศ (มวลโมเลกุลเฉลี่ยประมาณ 29) มันจึงล่องลอยไปได้ทุกที่ที่มีอากาศ ไม่กองกับพื้นอย่างคาร์บอนไดออกไซด์ (มวลโมเลกุล 44) ที่น่ากลัวกว่านั้นคือมันมีรูปร่างเป็น 2 อะตอมเหมือนออกซิเจน (O2) มันจึงสามารถจับกับฮ๊โมโกลบินได้อย่างแนบแน่น และแน่นกว่าออกซิเจน มันจึงจับแล้วไม่ปล่อย ทำให้ฮีโมโกลบินโมเลกุลนั้นหมดโอกาสที่จะจับกับออกซิเจนอีก เท่ากับว่าหมดอนาคตแล้วสำหรับฮ๊โมโกลบินโมเลกุลนั้น รอเวลาให้ร่างกายกำจัดเท่านั้น
ชีวิตคนเราก็เป็นอย่างนั้น เรื่องที่ร้ายที่สุด เจ็บที่สุด มักจะมาในรูปที่คล้ายคลึงกับข่าวดีมากที่สุด เรานึกว่าเป็นเรื่องดี ก็รับเข้ามา แต่พอเข้ามาแล้วจับกับเราแน่น ตราตรึงฝังใจของเรา แต่ทำให้เราหายใจไม่ได้ จะคายออกมันก็ไม่ยอมออก มันทำให้ฮีโมโกลบินดี ๆ ของเรากลายเป็น คาร์บอกซีฮีโมโกลบิน ที่มีแต่โทษ ไม่มีประโยชน์ใด ๆ ทางเดียวที่จะแก้ปัญหามันได้ คือใช้ม้ามของเรานี่แหละ กำจัดเม็ดเลือดหมดอายุเม็ดนั้นทิ้งซะ แล้วเอาฮีโมโกลบินเหล่านั้นไปทิ้งทะเล (ทะเลคอห่าน)นั่นคือวิธีที่ดีที่สุด
ชีวิตยังไม่สิ้นก็ดิ้นไป
ชีวิตไม่ดิ้นก็สิ้นใจ
วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2561
โซล่าเซลในเมืองไทย
เรื่อง อย่าบังแดด โซล่าร์เซลล์มาแล้ว
ที่มา : เนชั่น สุดสัปดาห์
หากไม่ใช่ปัญหาราคาและเทคโนโลยี เหตุใดโซล่าร์เซลล์ไม่เกิดในเมืองไทย
"""""""""""""""""""
“ที่เยอรมันมีการศึกษาว่า แสงแดดที่ส่องในเวลา 8 นาที สามารถให้พลังงานมนุษย์ทั้งโลกใช้ได้ทั้งปี เรื่องนี้เป็นความจริง แต่อยู่ที่ปัญญาในการใช้ ในอดีตเราเปลี่ยนน้ำทะเลเป็นน้ำดื่มไม่ได้ แต่ตอนนี้ทำได้แล้ว ณ วันนี้เราใช้โซล่าร์เซลล์ราคาถูกได้แล้ว” ประสาท มีแต้ม ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน กรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านบริการสาธารณะ คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน (คอบช.) กล่าวบนเวทีเสวนา อย่าบังแดด ในงานมหกรรมสมุนไพรและอาหาร ครั้งที่ 3
เพื่อชี้ให้เห็นว่า คุณประโยชน์ของแสงแดดมีมหาศาล
ว่ากันว่า มีความพยายามผลักดันให้มีการใช้โซล่าร์เซลล์ในเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง แต่รัฐไม่ขานรับอย่างเป็นทางการ จะด้วยเหตุผลทางธุรกิจหรือเรื่องใดก็ตาม ประชาชนก็ควรจะรู้ว่า ณ วันนี้ การติดตั้งโซล่าร์เซลล์ ไม่ใช่เรื่องยาก และแผ่นโซล่าร์เซลล์ก็ไม่ได้มีราคาแพงเหมือนเมื่อก่อน
แล้วเหตุใด รัฐไม่เปิดไฟเขียว ?
มีคนมากมายในประเทศนี้ที่อยากใช้โซล่าร์เซลล์ แต่ติดปัญหาที่รัฐไม่อนุญาติให้มีการใช้ในราคาที่สมเหตุสมผล หากจะเชื่อมกับระบบไฟฟ้าที่มีอยู่ ประชาชนไม่มีสิทธิขายไฟฟ้าที่เหลือจากโซล่าร์เซลล์ให้ส่วนกลาง
“อเมริกากีดกั้นเรื่องนีี้ โซล่าเซลล์กำลังเทออกจากจีน จึงส่งมาที่ประเทศไทย และการแข่งขันทำให้ราคาลดลงมาก ตอนนี้เป็นโอกาส ซึ่งทางโรงเรียนของเรา ก็ติดตั้งโซล่าเซลล์จากค่าไฟฟ้าเดือนละเจ็ดพันบาท เหลือแค่สี่สิบบาท” ท่านพระครูวิมลปัญญาคุณ เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม จ.อุบลราชธานี ผู้ก่อตั้งโรงเรียนศรีแสงธรรม โรงเรียนกินแดด กล่าว
นอกจากก่อตั้งโรงเรียนกินแดด ท่านพระครูยังประดิษฐ์อุปกรณ์เครื่องใช้จากโซล่าเซลล์หลายชิ้น เปิดคอร์สสอนเรื่องโซล่าร์เซลล์แก่ประชาชนทั่วไป และติดตั้งโซล่าร์เซลล์ให้โรงพยาบาลที่ขอให้ช่วยเหลือ รวมถึงศึกษาดูงานเรื่องนี้ในหลายประเทศ โดยทำงานร่วมกับคนหลายกลุ่ม สิ่งที่ท่านทำ จึงเป็นการใช้องค์ความรู้ นวัตกรรม และภูมิปัญญาพื้นบ้าน ผนวกรวมกัน
แม้โรงเรียนในอุบลราชธานีจะอยู่ห่างไกลจากเมืองหลวง แต่ไม่ได้ไกลรัศมีแสงอาทิตย์ จึงสามารถใช้ประโยชน์จากแดดได้เหมือนหลายประเทศในโลกนี้
“อุบลราชธานีอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร เราก็นำแสงแดดมาใช้ได้ จริงๆ แล้วเราใช้ความเข้มของแสงแดดในการให้พลังงาน ถ้าโซล่าร์เซลล์ร้อนจัดจะไม่ค่อยให้พลังงาน ทางยุโรปก็ใช้โซล่าเซลล์เยอะ เมืองไทยก็น่าจะนำมาใช้ ตอนนี้เทคโนโลยี และระบบการติดตั้งรองรับได้แล้ว มีประสิทธิภาพมากขี้นและราคาลดลง”
หลายสิบปีที่ผ่านมา ท่านพระครูได้ทดลองใช้อุปกรณ์หลายแบบติดตั้งโซล่าร์เซลล์ เพื่อใช้พลังงานไฟฟ
“ระบบผลิตตอนนี้ก็เข้าถึงได้ง่ายๆ เป็นเทคโนโลยีชาวบ้าน ใช้แสงแดดแก้ไขปัญหา ยิ่งมีการใช้แพร่หลาย ก็จะเกิดการศึกษาวิจัย โดยเฉพาะแผ่นโซล่าเซลล์และระบบ อาตมาได้ข่าวว่ากำลังจะมีเทคโนโลยีผลิตแบตเตอรี่ในประเทศไทย และตอนนี้ทางบริษัทเทลล่าจะตีตลาดเรื่องรถไฟฟ้า ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ในเรื่องนี้ ก็เลยคิดว่าเป็นโอกาสอันดีของโซล่าร์เซลล์”
แล้วเหตุใดโซล่าเซลล์ไม่สามารถแพร่หลายในเมืองไทย
จากข้อมูลการศึกษาวิจัย พบว่าการติดตั้งโซล่าเซลล์ 3 กิโลวัตต์ เพียงพอสำหรับบ้านที่ใช้ไฟฟ้าเดือนละสองพันกว่าบาท แม้จะลงทุนติดตั้งโซล่าร์เซลล์แสนกว่าๆ แต่ทำไมไม่สามารถทำได้
อาจารย์ประสาท บอกว่า เนื่องจากทางการไฟฟ้าบังคับให้ติดอุปกรณ์ตัวหนึ่ง เพื่อไม่ให้ไฟไหลออก ต้องใช้เงินกว่า 200,000 บาท
"ตอนนี้โลกไปถึงไหนแล้ว เมืองไทยยังมีกติกากีดกันเรื่องนี้ ผมขอยกตัวอย่างโรงเรียนประถม 3,700 แห่งในอเมริกาใช้โซล่าร์เซลล์สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ 78 ล้านเหรียญต่อปี พวกเขาเอาเงินเหล่านี้มาจ้างครูพันกว่าคน จ้างได้เกือบตลอดชีวิต เพราะโซล่าเซลล์มีอายุการใช้งาน 25 ปี และยังมีข่าวว่าอีก 2 ปี ผู้บริหารเฟสบุ๊คจะใช้พลังงานหมุนเวียนทั่วโลก”
เขาเปรียบเปรยให้เห็นว่า ระหว่างเยอรมันกับประเทศไทย ประเทศไหนมีแดดเยอะกว่ากัน แม้ประเทศไทยมีแดดเยอะกว่า แต่มีโซล่าร์เซลล์น้อยกว่า หากนำโซล่าร์เซลล์มาใช้ในเมืองไทยสัก 25 เปอร์เซ็นต์ ก็จะมีการจ้างงานมากขึ้น คงประมาณกว่า 400,000 คน
“ถ้าเปรียบเทียบไทยกับอินเดีย อินเดียมีแดดมากกว่าไทยนิดหน่อย นายกรัฐมนตรีของอินเดียตั้งเป้าว่าจะผลิตไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ 60 เปอร์เซ็นต์ของการใช้ไฟฟ้า ซึ่งก่อนหน้านี้จะใช้ถ่านหิน และเมื่อทำสัญญาแล้ว ก็ยอมจ่ายค่าปรับให้บริษัทที่ลงทุน เพราะคำนวณแล้วว่า การใช้โซล่าร์เซลล์คุ้มค่ากว่า เนื่องจากราคาถูกกว่าถ่านหิน 20 เปอร์เซ็นต์”
นอกจากนี้อาจารย์ประสาทยังได้ยกตัวอย่างข้อมูลทางวิชาการชุดหนึ่ง โดยบอกว่า ต้นทุนการผลิตโซล่าเซลล์ เพื่อใช้ไฟฟ้าในอินเดียหน่วยละบาทกว่าๆ
“ตอนนี้คนไทยใช้ไฟฟ้าหน่วยละ 4 บาทกว่า และถ้าใช้ปริมาณมากขึ้นก็เพิ่มค่าไฟฟ้า ในอริโซน่า ค่าไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์บาทกว่า ๆ ซึ่งการใช้โซล่าร์เซลล์ถูกกว่าเยอะ”
เมื่อระบบไม่เปิดโอกาสให้มีการใช้โซล่าร์เซลล์อย่างเป็นทางการ และประชาชนก็ไม่เข้าใจว่า การติดตั้งระบบแบบนี้ยุ่งยากอย่างไร เนื่องจากที่ผ่านมา หากมีพลังงานไฟฟ้าเหลือจากการใช้โซล่าร์เซลล์ก็ไม่สามารถขายให้สายส่งของการไฟฟ้าได้
“ปัจจุบันการใช้ระบบออนกริด (มีแหล่งจ่ายไฟ 2 ทาง ทางหนึ่งจากการไฟฟ้า และอีกทางจากแผงโซลาร์เซลล์หลังคาบ้าน ระบบไฟที่ผลิตได้จากแผงโซลาร์เซลล์ จะแปลงไฟโดยอินเวอร์เตอร์ และสามารถต่อไฟร่วมกับระบบไฟจากการไฟฟ้าได้ ไม่ต้องทำระบบสลับไฟ จะใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าได้เลย ไม่ใช้แบตเตอรี่แบบไม่ขาย) ยังเป็นสิ่งที่ผิด สำหรับบ้านเรา เพราะเขาไม่ได้ค่าไฟจากเรา จึงมีการเปลี่ยนมิเตอร์ไม่ให้หมุนกลับ” ผู้บริโภคคนหนึ่ง กล่าว
ส่วนท่านพระครู ยกตัวอย่างการใช้โซล่าร์เซลล์ในโรงเรียน มีการพัฒนาเป็นลำดับขั้น
“คือที่โรร์งเรียนเคยทำระบบ ไฟฟ้าที่เหลือให้คนอื่นยืมไปใช้ได้แล้วค่อยคิดเงิน แต่รัฐให้ถอดออก รัฐออกระเบียบไม่ให้ไฟไหลออก ให้ใช้อย่างเดียว แต่ถ้าเป็นพ่อค้านายทุนด้านไฟฟ้าส่งให้ก็รับซื้อ กระทั่งเราพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ กดปุ่มเชื่อมต่อออนไลน์ สั่งเปิดปิดไฟจากที่นี่ได้เลย ถ้าไฟฟ้าเหลือเก็บไว้ในแบตเตอรี่ ออสเตรเลียก็ทำแบบนี้ได้ แต่ในเมืองไทยทำไม่ได้”
หากถามเรื่องมาตรฐานโซล่าร์เซลล์ ท่านพระครู ผู้เชี่ยวชาญด้านโซล่าร์เซลล์ บอกว่า ตอนนี้ที่โรงเรียนใช้สมาร์ทไฮบริด ก้าวไปสู่การซื้อไฟฟ้าบ้านต่อบ้าน ซื้อผ่านระบบบล็อกเชน แต่กฎหมายยังไม่มี คงจะมีกฎหมายไล่ตามมา
“ตอนนี้ที่โรงเรียนสามารถใช้มือถือเปิดปิดระบบไฟฟ้าจากพลังโซล่าร์เซลล์ได้เลย ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็มาช่วยทำ ส่วนอีกโครงการที่ทำคือ จะติดตั้งโซล่าร์เซลล์ตามโรงพยาบาลทั่วประเทศ แต่ตอนนี้ยังไม่มีเงิน ที่ติดตั้งโซล่าร์เซลล์ไป คือ ที่โรงพยาบาล 50 พรรษามหาวชิราลงกรณ และโรงพยาบาลสงฆ์ จ.อุบลราชธานี ลดค่าไฟฟ้าได้เดือนละ18,000 -20,000 บาท และยังมีอีกหลายโรงพยาบาลต้องการติดโซล่าร์เซลล์อีก อาตมาก็บอกว่า ถ้ามีโอกาสจะช่วยติดตั้งให้”
ในขณะที่ต่างประเทศอยากให้ติดตั้งโซล่าร์เซลล์ตามบ้านเรือน แต่ในเมืองไทย กลับออกกฎหมายหรือกฎ ป้องกันการผลิตกระแสไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ไหลเข้าสู่ระบบ โดยวางระบบไว้ว่า มิเตอร์ไฟฟ้าต้องไหลไปในทางเดียว ห้ามหมุนย้อนกลับ เพื่อให้ใช้โซล่าร์เซลล์ในขอบเขตจำกัด ไม่สามารถแบ่งปันถ่ายเทกัน
"พวกเขาคงไม่อยากให้ลดการผลิตกระแสไฟฟ้าจากฟอสซิล ไม่อย่างนั้นจะเป็นการเบียดเบือนรายได้ ตอนนี้ระบบผลิตไม่ใช่ปัญหา อย่างระบบออนกริด จ่ายไฟจากโซล่าร์เซลล์โดยตรงได้เลย ซึ่งคนก็มีความรู้เรื่องนี้เยอะขึ้น อาตมาก็สอนให้เด็กนักเรียนต่อระบบโซล่าร์เซลล์ได้หมด” ท่านพระครูเล่าและบอกว่า แม้ในอุบลราชธานี ไฟฟ้าจะดับเป็นเดือน ก็ไม่มีผลต่อโรงเรียนศรีแสงงาม เพราะใช้โซล่าเซลล์เป็นไฟฟ้าหลัก โดยใช้แบตเตอรี่เป็นไฟสำรอง
"ถ้าระบบไฟฟ้าที่เราวางไว้ล่ม เรามีการไฟฟ้าเป็นระบบสำรอง ทำไมถึงทำได้ เพราะกลางคืนเราไม่ได้ใช้ไฟฟ้า ก็เลยเปิดไฟทิ้งไว้ เพื่อรักษาระบบแบตเตอรี่ ไม่อย่างนั้นพัง จำได้ว่าอาตมาไปเยือนเพื่อนที่เมลเบิร์น ออสเตรเลีย เขาบอกว่า ใช้โซล่าร์เซลล์ ค่าไฟฟ้าเหลือเดือนละ 70 ดอลล่าร์ เมื่อก่อนประมาณ 600 กว่าดอลล่าร์ จะติดโซล่าร์เซลล์เท่าไหร่ก็ได้ เพราะมีการแยก 2 มิเตอร์ ถ้าไม่ได้ใช้ก็ส่งไประบบสายส่ง”
หากเชื่อว่า คนเล็กๆ สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ การผลักดันโซล่าร์เซลล์ ก็น่าจะเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าระบบผลิต ระบบจัดส่งให้ผู้ใช้ ระบบการบริหารจัดการ ระบบจำหน่าย ในเมืองไทยมีผู้รู้ครบทุกด้าน อยู่ที่ว่ารัฐบาลจะไฟเขียวหรือไม่
“แม้จะบอกว่า แบตเตอรี่นำเข้าราคาแพง เราก็ใช้วิธีผลิตไฟฟ้าไหลไปเก็บไว้ที่สายส่งเข้าบ้านคนอื่น ไม่มีต้นทุนใดๆ ไม่ต้องซื้อแบตเตอรี่เก็บไว้ ตอนนี้เราใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้า เงินไหลออกทางเดียว ผู้ผลิตไฟฟ้าก็ร่ำรวย แต่ตอนนี้เทคโนโลยีพร้อมแล้ว ในคาลิฟอร์เนีย มีกฎว่า บ้านทุกหลังที่สร้างใหม่ ต้องติดโซล่าร์เซลล์ ในรัสเซีย บ้านทุกๆ 4 หลังจะต้องติดโซล่าร์เซลล์”
นอกจากผู้รู้ด้านโซล่าร์เซลล์ ยังมีผู้อยากผลักดันให้คนไทยได้ใช้โซล่าร์เซลล์ รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกสภาปฎิรูปแห่งชาติ(สปช.) ด้านพลังงาน บอกว่า ตอนนี้วิกฤติมนุษย์มี สามเรื่อง 1โลกร้อน 2ความเหลื่อมล้ำ (ประเทศไทยเป็นอันดับสามของโลก รองจากรัสเซีย และอินเดีย คือ รวยกระจุก จนกระจาย) และ3 ปัญหาเรื่องปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์จะมาแย่งงานมนุษย์ คนที่นำหุ่นยนต์มาใช้ก็จะรวยขึ้นเรื่อยๆ
“การใช้พลังงานฟอลซิล ทำให้เกิดปัญหาโลกร้อน เกิดภัยพิภัย คุกคามความอยู่รอดมนุษย์ชาติ ถ้าเราหันมาใช้แสงแดด ไม่มีการเผาไหม้เป็นกระบวนการสะอาด และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งทางยุโรปตื่นตัวมาก ส่งเสริมให้คนหันมาใช้พลังงานจากแสงแดด เวลานี้เทคโนโลยีมาถึงแล้ว เราสามารถใช้แสงแดดผลิตพลังงานของตัวเอง แต่ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงแสงแดด เพราะรัฐบาล และกลุ่มทุนพลังงานฟอลซิลยืนบังแดดไว้ เนื่องจากธุรกิจพลังงานฟอลซิลสร้างความร่ำรวยและผูกขาด
“อยากยกตัวอย่าง พรรคกรีนของเยอรมัน ที่ผลักดันกฎหมายพลังงานหมุนเวียนจนสำเร็จ จนรัฐบาลเยอรมันนำไปใช้ ตอนที่ดิฉันเป็นวุฒิสมาชิก ได้เชิญโจเซฟ ฮัน สเปิ่ล มาพูดคุยที่รัฐสภา ตอนนั้นเขาคิดแค่ว่าแก้ปัญหาโลกร้อน ไม่ได้เคยคิดว่า การส่งเสริมให้คนใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นการสร้างงานให้คนด้วย ปี 2543 เป็นปีแรกๆ เริ่มมีการใช้พลังงานหมุนเวียน จากในอดีตเคยจ้างงานคนในระบบพลังงานถ่านหินสามหมื่นคน พอปี 2553 มีการจ้างงานคนเพิ่มเป็นสามแสนคน "
ส่วนนักสู้ภาคประชาชน บุญยืน บอกว่า นโยบายที่ว่า คนติดตั้งโซล่ารูฟ รัฐไม่รับซื้อ และไม่ต้องขออนุญาต กว่าจะขอได้ต้องมีขั้นตอนที่แจ้ง 9 ขั้นตอนและขออนุญาตหลายหน่วยงาน นี่นโยบายบังแดดชัดๆ
"เราเคยไปดูงานที่เยอรมัน รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนประหยัดพลังงาน ในจีนก็สนับสนุน แต่ในสังคมไทยมีความเหลื่อมล้ำ สนับสนุนแต่นักลงทุน มีการประกันการขาดทุน แต่ถ้าเป็นประชาชนไม่สนับสนุน ไม่รับซื้อจากประชาชน แต่รับซื้อจากบริษัทเอกชน ถึงเวลาจะตั้งกองทุนปลอดดอกเบี้ยหรือยัง
แล้วทำไมคนไทยเป็นแค่คนซื้อพลังงาน แต่ผลิตไฟฟ้าไม่ได้"