วันเสาร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2563

โลกหยุดเพื่อรักษาตัวเอง

ชีวิตจริงก่อนนอน 
บันทึก ปีแห่งทศวรรษ
#โลกจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ตลอดชีวิตตั้งแต่เกิดมา   อะไรที่ไม่เคยเห็น ไม่เคยเจอ     ก็ได้เจอ ได้เห็น กันในคราวนี้แหละ     1.​ ปีที่ไม่มีสงกรานต์   
2.​ ไม่มีเช็งเม้ง    
3.​ เครื่องบินหยุดบินเกือบหมด     
4.​ ร้าน​  7 - 11​ ปิดตอนกลางคืน    
5.​  ผู้คนใส่หน้ากากเข้าหากัน   
6.​ ห้าง ผับ บาร์ ปิดทำการ   
7.​ ตลาดหุ้นติดเบรค
8.​ น้ำมันราคาเท่ากับเมื่อยี่สิบปีก่อน 
9.​ ถนนโล่ง   ไม่มีรถติด   
10.​ คนเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน
11.​ รถส่งอาหารวิ่งกันให้ขวัก  
12.​ ร้านอาหารไม่มีเก้าอี้ให้นั่ง   
13.​ ธุรกิจหยุดนิ่งเกือบทุกประเภท โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว 
14.​ หวยหยุดออก (ครั้งแรกในชีวิตเลย)   
15.​ เลื่อนแข่งโอลิมปิก
16. โรงหนังปิดไม่ฉายหนัง 
17. ร้านนวด สปา ร้านตัดผม ร้านเสริมสวย ปิดบริการทั้งหมด    18.​ ติวเตอร์ เรียนพิเศษ หยุดเรียน 19.​ ปิดประเทศกันไปหลายประเทศ   20.​ ผู้คนทั่วโลก​ ล้มตายกันดังใบไม้ร่วง ฯลฯ

             โลกคงกำลังเยียวยาตัวเอง  ด้วยเครื่องมือที่เราเรียกว่า "ไวรัส"  ความก้าวหน้านับร้อยปีทางการแพทย์ ที่พัฒนาไปมาก  แต่จนปัจจุบัน  เรายังไม่สามารถ สร้างยา "ฆ่า" ไวรัสได้เลย  ทำได้แค่ยา "ต้าน"  ฤทธิ์มันไว้ ไม่ให้  แพร่ตัวเองมากขึ้นจนกว่า ภูมิต้านทานของร่างกาย  ทำงาน  จนไวรัสหมดฤทธิ์ไปเอง   เราเคยคิดว่าเราเจ๋ง  เราครองโลก  จนผลาญทรัพยากร ไปมากมาย โลกร้อนขึ้น  ขยะล้นโลก  ป่าไม้เหลือน้อยลง   ไมโครพลาสติกเต็มทะเล    อากาศย่ำแย่  โลกเต็มไปด้วยมลภาวะ    โลกคงบอบช้ำจนสุดจะทนแล้ว   เลยปล่อยเครื่องมือ  "ไวรัส"  ออกมาเพื่อ "หยุด"  ทุกกิจกรรม ที่ทำลายทำร้ายโลก     จนโลกเย็นลง  น้ำใสขึ้น   อากาศ ดีขึ้น จากการ  ลดการเดินทางของคน  เต่าขึ้นมาวางไข่  บนชายหาด ที่ว่างเปล่า  ปราศจากนักท่องเที่ยว  โลมา มาว่ายน้ำเล่นในคลองเวนิส     และเกิดการลดจำนวนประชากรที่มากมาย  เกินกว่าโลกจะรับไหว   หลังเหตุการณ์นี้ ผ่านไป  จะยังมีช็อคเวฟจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกอีกระลอกใหญ่  ที่ต้องได้รับผลกระทบกันถ้วนทั่ว   ถ้ายังมีงานทำก็เกาะเอาไว้แน่น ๆ       และการล้างโลกครั้งนี้  จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่นอน    หรือที่จริงแล้วมนุษย์เองที่คือ มะเร็งของโลก  และโลกกำลังฉีดคีโมอยู่   
ขอให้โชคดี
บันทึกไว้ ครั้งหนึ่งในชีวิต  4 เม.ย. 2020

วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2563

covic-19

   วันนี้แหงนหน้าทำฝ้าจนปวดคอ ลามมาปวดหัว เลยต้องพัก นอนประคบสมุนไพร (สุดยอดจริงๆ ซื้อทั้งเครื่องนวด ทั้งหมอนวด ทั้งยา เอาไม่อยู่ เจอสมุนไพรประคบร้อนถุงละ 900 อบร้อน 2 รอบ หัวอุ่นเลย)
  ขอเขียนโพสอ่านสนุกๆนะครับ
       ดูข่าวเรื่อง covic-19 แอบสงสัยว่า ทำไมประเทศด้อยพัตนาข้างเคียงบ้านเราทำไมไม่มีข่าวติดเชื้อ แต่ทำไมประเทศพัตนาแล้วที่ยุโรปกลับหนักหนาสากรรจ์ ความตายอยู่ใกล้อยู่ข้างหน้าตัวเองเพราะบางคนเห็นคนล้มตายไปต่อหน้า แล้วประเทศที่เจริญน้อยกว่าอย่างเอเซีย ทำไมมีติดเชื้อเหมือนกันแต่ควบคุมการตายได้ดีกว่า ทำไม.??อะไรคือความแตกต่าง..?? สิ่งที่ผมเห็นคือ..ทุกคนบนโลกใบนี้มีกิน  มีใช้  มีครอบครัว มีงาน มี...ทุกๆอย่างเหมือนๆกัน แต่ที่ต่างกันคือ..ความเจริญ ,ความศิวิไลย์ เมื่อมีความเจริญมากก็สังคมมาก ประเทศยากจน ร่างกายแข็งแกร่งกว่าภูมิต้านทานสูงกว่า ไม่มีงานสังสรรค์ ไม่มีห้างให้เดินมากนัก กินอยู่กับบ้านกับครอบครัว ไม่เดินทางมากมาย ไม่เจอคนเยอะแยะ 
  ปัจจัยเหล่านี้หรือเปล่าที่ทำให้คนในประเทศที่ยังไม่เจริญการแพร่เชื้อจึงยากกว่า 
   สังเกตุไหมว่าที่บ้านเรา การติดเชื้อที่ ตจว.จะน้อยกว่าในตัวเมือง..??
  เป็นไปได้ไหมว่า ประเทศยิ่งเจริญยิ่งสังคมมาก ร่วมวงสังสรรค์กันมาก พบปะกันมาก เจ้าไวรัสตัวนี้เหมือพระเจ้าสร้างขึ้นมากเพื่อใช้หยุดพฤติกรรมมนุษย์ที่ชอบสังคม ชอบทิ้งครอบครัวชอบกินนอกบ้าน และวัดความสามัคคี ความเสียสละ เห็นคนอื่นสำคัญมากกว่าหรือเท่าๆตัวเองของมนุษ์ เรียกว่าระวังตัวเอง หยุดเห็นแก่กินเห็นแก่เที่ยว หยุดใช้ชีวิตสบายๆ ทุกคนต้องใช้ชีวิตยากขึ้นก็ต้องยอมเสียสละ ไม่งั้นก็..ตายกันหมด..pjmong

วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2563

Avenger ตอน infinity war

  ผมใช้เวลาว่างๆนั่งคิดเรื่อยเปื่อย ถึงหนังเรื่อง Avenger ภาค infinity war  เนื้อเรื่องหลักๆของภาคนี้คือ เจ้าธานอส ตัวร้ายที่มีความสามารถสูงกว่าใครในจักรวาลขนาด เทพเจ้า ธอร์ของโลกเรา รวมตัวกับสุดยอดมนุษย์อีกมากมายยังสู้ไม่ได้ เจ้าตัวร้ายนี้ มีความคิดว่า สิ่งมีชีวิตในจักรวาลนี้มันมีมากเกินไป เสพทรัพยากร สร้างมลพิษทำลายกันเอง มันเลยคิดว่าด้วยความสามารถของมัน มันควรจะเป็นคนตัดสินใจยุบประชากรจักรวาลลงครึ่งนึง ด้วยการสุ่มให้หายไปครึ่งหนึ่งทั้งจักวาลด้วยการดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว
  ในหนังแสดงให้เห็นว่า เจ้าธานอสนี่มันทำเพราะหวังดีต่อจักรวาลจริงๆไม่ได้ทำเพราะความมักใหญ่ใฝ่สูง เพราะมันทำสำเร็จมันก็แปรสภาพตัวเองไปเป็นชาวสวนชาวไร่ธรรมดาๆคนหนึ่ง
   ทีนี้ถ้ามานั่งคิดถึงเรื่องไวรัสตัวนี้ ถ้า...มีใครสักคนที่มีเชื้อต้นแบบอยู่ในมือ เกิดมีความคิดเลียนแบบเจ้าธานอสบ้าง  อยากเป็นคนจัดการโลกวุ่นๆใบนี้ และลดประชากรโลกลง ด้วยการปล่อยเชื้อ แต่ปรานีกว่าในหนังคือ ให้โอกาสมนุษย์คิดเอาเองว่าจะตายมากตายน้อย ใครจะตายใครจะอยู่ ถ้าไม่สามัคคีกัน เห็นแก่ตัว ไม่ระวังตัวเอง พาลไปแพร่เชื้อคนอื่นก็ตายกันมาก และมากขึ้นจนกว่าจะถึงจุดที่ทุกคนตระหนัก หันมาใส่ใจระวังตัวเองจนมันหยุดแพร่ เมื่อนั้นก็หยุดตาย...ดูแลตัวเอง ดูแลครอบครัว ดูแลสังคม...ช่วยโลกกันนะครับ...pjmong

วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2563

ซีเรียสโจ็ก..จากร้านกาแฟ

   วันนั้นไปนั่งกินกาแฟกับเพื่อนๆ คุยกันหนุกหนาน กันเรื่อง Covic-19 ระวังนั่นอย่างนั้น อย่างนี้ บล่าๆๆๆ...คุยเล่นกันไปๆมาๆ ผมก็เผลอพูดกับเพื่อนๆว่า มือเรานี่แหละตัวดี ที่ชอบไปจับเอาเชื้อมาติดที่นั่นติดที่นี่ พวกแกก่อนเข้าไปฉี่ในห้องน้ำ ก่อนจะจับของตัวเองนะอย่าลืมล้างมือกันนะ..!! คุยกันเฮฮา 
     มาวันนี้นั่งคิดๆดู เรื่องที่เราคุยสนุกเป็นเรื่องโจ๊ก มันกลายเป็นเรื่องจริงจังซีเรียสขึ้นมาแล้วดิ
  คิดๆดูแล้ว มันจริงนะ ..!! ผู้หญิงผมไม่ถนัด แต่ที่แน่ๆคือผู้ชาย เวลาทำภารกิจ ตรงนั้นมันช่องทางเข้าร่างกายเลยนะ  เอามือไปจับนะคิดบ้างไหมว่ามันติดเชื้อง่ายมากเลย เราควรล้างมือก่อนทำภารกิจด้วยการฆ่าเชื้อ ทำเสร็จก็ล้างอีกที ล้างก่อนเพื่อฆ่าเชื้อ ล้างหลังเพื่อความสะอาดของมือ 
     ขออีกสักเรื่องหนึ่งนะครับ..คือ..เมื่อวานไปนั่งทานที่ร้านอาหาร นั่งดูพนักงานเสริฟเวลาเสริฟน้ำเสริฟอาหาร มือพวกเธอจับแก้วคนนั้นแล้วมาเสริฟคนนี้  ถ้าลูกค้าสักคนมีเชื้อละก็..คงติดกันทั้งร้าน ผมเลยบอกเด็กเสริฟไปว่า ขอดูแลตัวเอง จะกลับเมื่อไหร่ ก็มาคิดตังค์ ให้ทิปเหมือนเดิม....pjmong

วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2563

เรื่อcovic-19

    สวัสดีครับ ..จาก pjmong ครับ เช้านี้ขออนุญาตร่วมด้วยช่วยสังคมอีกครั้งนะครับ .
 เมื่อคืนดูข่าว ไทยประกาศประเทศเสี่ยงเรื่องเชื้อไวรัสเพิ่มอีก 2 ประเทศคือ เยอรมันกับฝรั่งเศษ ..บนกระดานมีรายชื่อประเทศเสี่ยงมากขึ้นเรื่อยๆ แปลว่ามันไม่ถอยลงเลย กลับระบาดมากขึ้น  เมื่อไหร่มันจะจบ ? มันจะทำลายชีวิตและเศรษฐกิจของโลกไปอีกนานแค่ไหน? จีนดีขึ้นแต่ทั่วโลกแย่ลง จีนผลิตอะไร คนอื่นก็ไม่มีอารมณ์จะซื้อจะทำธุรกิจด้วยอยู่ดี เรื่อง covic-19 นี้พูดทุกวันก็ไม่น่าเบื่อนะครับ หันมายอมรับได้แล้วว่ามันอันตรายกับเรากับครอบครัวเรา และลุกลามไปได้มากมาย...ง่ายที่สุดคือ ทุกคนร่วมด้วยช่วยกันดูแลตัวเองและคนในครอบครัวอย่าให้ติดเชื้อเท่านั้นก็พอ..
  เชื้อตัวนี้อันตรายที่สุดคือ ..""ลงไปทำลายปอด.."" ลงกระแสเลือดก็เคยมี ลงกระเพาะ ลงไปที่อื่นๆ น่าห่วงน้อยกว่าลงปอด 
  และเส้นทางลงปอดก็มีอยู่ไม่กี่ช่องหลักๆคือ ตา จมูก ปาก ..(ปากแผล ก็ต้องระวังนะครับ มันจะเข้ากระแสเลือด) แล้วอวัยวะอะไรละ?? ที่จะพามันมาถึงปากทางเข้าร่างกายเรา... ? ก็ ""มือ""  เรานี่ไง 
 จงเตือนย้ำกับตัวเองเสมอๆเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ ต้องสัมผัสสิ่งของต่างๆที่คนอื่นต้องสัมผัสด้วย คิดๆ เตือนตัวเองไว้ว่า ...
  1. ช่วงนี้ฝึกหัด...""เป็นคนแขนด้วน แบบไม่อายใคร..""   แขนด้วนทั้งแขนยิ่งดี ข้อศอกไม่โดนอะไร เสี่ยงติดเชื้อน้อยที่สุด เพราะแขนและมือเป็นอวัยวะที่จะพาเชื้อมาให้เราหรือจากเราไปให้คนอื่นมากที่สุด ไม่สัมผัสวัตถุอะไรในที่สาธารณะ แม้แต่ข้อศอกก็ไม่ตั้งบนโต๊ะ (เหมือนคนแขนด้วนจริงๆนะ) เปิดประตูห้องน้ำ ไม่ใช้เท้าก็หันหลังใช้ก้นดัน มือถือใส่กระเป๋าอย่างเดียวเลย จะวางที่ไหนก็กระดาษทิทชู่รอง เงิน..ไม่สัมผัสตรงๆได้ไหม??คิดเอาเองว่าทำยังงัย? ถ้าจำเป็นต้องสัมผัส เสร็จกิจรีบล้างมือก่อนที่จะเผลอเอามือไปจิ้มปาก จมูก ตา 
2. อย่าอยู่ใกล้คนอื่นมากนัก กลัวพี่แกเผลอไอจามใส่หน้า 
 3. อันนี้สำคัญมากๆเลย คือที่ส่วนตัวเรา บ้าน รถ ต้องมั่นใจว่าปลอดเชื้อแน่นอน เพราะเราและคนในครอบครัวจะอยู่กับมันมากที่สุด ผลัดกันจับผลัดกันสัมผัส เท่ากับ ผลัดกันแพร่เชื้อมากที่สุดถ้าคนหนึ่งคนใดเอาเชื้อติดมาจากข้างนอก ดังนั้น จะไปไหนมาก็แล้วแต่ทุกคนต้องล้างมือฆ่าเชื้อก่อนขึ้นรถขับเข้าบ้าน หรือก่อนเข้าบ้านเสมอ 
 ...3 ข้อคิดนี้ โดยเฉพาะข้อที่ 1 ผมลองมา 2-3 วันเริ่มจะชินแล้ว เริ่มเข้าใจแล้วว่าคนพิการไม่มีแขนเขาใช้ชีวิตยังงัย??ลองฝึกสนุกๆนะครับ  ฝึกไว้และทำใจเถอะว่าเราอาจต้องฝึกใช้ชีวิตแบบนี้ไปอีกนาน ทำให้ชินมันเสียเลยดีกว่า ถ้าทุกคนทำก็ไม่อายกัน ไม่มีใครว่ากลัวจน ""เว่อ ""     
    แค่นี้ก็มากพอ ที่จะช่วยกันสยบไอ้วายร้ายตัวนี้นะครับ...pjmong ..

วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2563

แหม่มโพดำวิจารย์บริจากเงิน covic-19

ในเพจ แหม่มโพธิ์ดำ โพสต์ข้อความระบุว่า ปกติกูไม่วิจารณ์การเมืองแต่นี่มันเหี้...เกินไปปะ รัฐบาลไม่มีมาตรการส้นติงใดๆที่เป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหาเรื่องไวรัสเลย เกาหลี ญี่ปุ่นส่งอาหารหน้ากากให้ประชาชนที่กักตัวด้วยตนเอง ส่วนของไทย ต้อนรับผีน้อยคนดีของชาติกลับแผ่นดิน โดยไม่มีการคาดโทษ หรือควบคุมห่าเหว ปล่อยแม่งไปแดกสุกี้ ไปเดินห้าง ไปกินหมูกะทะ จนห้างร้านต้องปิดทำความสะอาดยกใหญ่สูญเสียรายได้มากมาย คือแค่นี้คนแม่งก็ไม่อยากไปห้างแล้วปะ ตั้งแต่มีการก่อคดีฆ่ากันตายรัวๆ นี่เจอผีน้อยเข้าไปอีก ร้านค้าจะเจ๊งเอา ความฉิบหายนี้รัฐบาลที่รับพวกมันกลับมาโดยไม่มีมาตรการป้องกันใดๆจะรับผิดชอบยังไง
  ถ้าคิดว่านั่นคือที่สุดแล้ว ยังจ้ะ มึงยังดันโครงการแจกเงินช่วยผู้ได้ผลกระทบจากไวรัสแสนล้าน มึงฟังไม่ผิด แสนล้านบาท แล้วรับบริจาคช่วยผู้ป่วยไปพร้อมกัน คือมึงเป็นไบโพลาร์อ่อ แทนที่จะเอาเงินนี่ มาสร้างโรงงานผลิตหน้ากาก มาสนับสนุนสาธารณสุข เตรียมไว้กระตุ้นการท่องเที่ยว ถ้าในอนาคตไวรัสหยุดระบาด หรือเอาไปช่วยคุณหมอ คุณพยาบาล ที่ขาดแคลนหน้ากากอนามัยจนต้องใส่หน้ากากผ้าแทน เสือกเอามาแจกคนจน เพื่อเหี้ยอะไรวะ ขนาดคนไม่มีเงิน เขายังรู้สึกแย่ที่ต้องรับเงินก้อนนี้ ใช้เงินเยอะขนาดนี้ แล้วไม่ได้หน้า แถมคนด่าทั้งประเทศ ก็ควรไปคิดทบทวนใหม่ได้แล้วปะ ไม่แปลกเลยทำไมวลี ผนงรจตกม มันถึงดังขนาดนี้
  หน้ากากขนาดตลาดทั่วประเทศ โรงพยาบาลรัฐเอกชนแทบกระอัก หมอผ่าตัดต้องเสี่ยงอันตรายใช้หน้ากากผ้า แต่ห้างดังหลายแห่งมีหน้ากากขายเป็นล้านอัน สาธารณสุขมีแจก กูนี่ได้แต่ร้อง อหอหอหอหอหแหอหออห ที่ไม่ได้แปลว่าโอ้โหอะ
  พอหมอโอ๊ตออกมาอัดคลิปด่ารัฐบาลเรื่องไวรัส พวกผู้ใหญ่ในรพและสาธา ก็ออกมากดดันหมอ จนแฮชแทค #saveหมอโอ๊ต เต็มทวิตไปหมด พอเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมาขอรับบริจาคหน้ากาก พวกมึงก็เรียกเขาไปด่า ทำเหมือนรพและอนามัยไม่มีปัญหา ความเสื่อมศรัทธานี้กำลังทำลายพวกมึง มองไม่เห็นจริงเหรอ ช่วยทำอะไรบ้าง พวกกูไม่ไหวกันแล้ว แล้วก็ไม่ต้องเดา กูสีอะไร เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้มันเหี้ยเสียจน สลิ่มโดยสายเลือดในเฟซกูหลายคนที่เคยเอารัฐบาลใส่พานบูชาพร้อมน้ำแดงและนกหวีด ยังรวมตัวกันด่ามึงอะ คิดใหม่เถอะเรื่องโครงการแจกแสนล้าน เลือกทำสิ่งที่ถูกต้องและถูกใจคนในสังคม

ประเทศไทยไม่ใช่โรงทาน เราอยากได้นโยบายที่มันจับต้องได้ และดีในระยะยาว ไม่ใช่คิดอะไรไม่ออกแจกเงิน มันสิ้นคิด


สรุปการป้องกันไวรัส civic-19

   สรุปวิธีการดูแลตัวเอง ก่อนที่ covic-19 จะเข้ามาเยือนครอบครัวเรา..จาก pjmong ครับ
... สิ่งแรกเลย และสำคัญที่สุดคือ ในบ้านของเราต้องเป็นเขตปลอดเชื้อที่สุด ใครจะออกไปไหนมา เข้าบ้านต้องฆ่าเชื้อที่อาจติดมาทุกครั้งก่อนเข้าบ้าน คือวาง อุปกรณ์ล้างมือไว้หน้าบ้านเลยแขกไปใครมา ก่อนเข้าบ้านเราต้องปลอดเชื้อ อ้อ..!!อย่าลืมว่า รถที่เราใช้ก็เป็นส่วนหนึ่งของบ้าน ก่อนขึ้นหรือขึ้นแล้วจะขับกลับเข้าบ้านต้องล้างมือหรือส่วนอื่นของร่างกาย มือ แขน ศอก ด้วยเจลหรือแอกอฮอร์
  ขั้นตอนป้องกัน..ไม่ให้ติดเชื้อ
1.กินร้อน-ช้อนกลาง-ล้างมือ นี่คือสูตรไวรัสทั่วไป แต่ไวรัสตายยากอย่าง covic-19 ไม่พอแค่นั้น ต้อง กินร้อน+ตัวร้อน(ยืนตากแดดฆ่าเชื้อ)+อาหารร้อน( ขิ่ง ข่า กระเทียม กระวาน..)+ช้อนกลาง+ล้างมือ(บ่อยที่สุด)ด้วยสารละลายไขมัน ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน+แอลกอฮอร์หรือเจล +หน้ากากที่ต้องอบหรือเป่าความร้อนฆ่าเชื้อ (57 องศาขึ้นไป) ถ้าจะใช้ซ้ำถ้าซักไม่ทันต้องเป่าลมร้อนใส่หน้าหลัง สายรัด 
 2. กินเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ถ้าโดนเข้าไปจะได้มีอุปกรณ์ฆ่ามันให้ตายด้วย....-
-กินวิตามิน c ทุกวันหรือวันเว้นวัน หรือ 2วันครั้งถ้าเปลือง
 - กินฟ้าทลายโจร (ห้ามเกิน 5 วันติดต่อกัน เดี๋ยวไตพัง เว้นสัก 2สัปดาห์แล้วค่อยกินใหม่
 -กินน้ำด่างทำให้สภาพทั่วไปของร่างกายเช่น ของเหลวในร่างกายมีสภาะเป็นด่าง (ร่างกายมนุษย์ต้องมีสภาวะเป็นด่างเล็กน้อย ค่าph ประมาณ 7-8.5 ) ส่วนสัตว์กินเนื้อร่างกายต้องมีสภาวะเป็นกรด (ใครสนใจเรื่องนี้ผมแนะนำได้เพราะศึกษามาพอควร) หัวน้ำด่างกินง่ายที่สุดใช้ผสมน้ำดื่มหาซื้อได้ตามร้านค้า ของสำนักอโศกทุกสาขา เช่นสันติอโศก
 -กินน้ำบ่อยๆ 
  ....ขั้นตอนถ้าสงสัยว่าโดนแล้วหรือโดนแล้วแต่ไม่รู้ตัว...
1.เมื่อโดนแล้ว(ให้สงสัยไว้ก่อนว่ามือจับอะไรที่มีคนอื่นจับ ได้(เช่น ก๊อกน้ำ ลูกบิด ปุ่มกดทั้งหลาย โต๊ะ เก้าอี้ ผิวโต๊ะอาหาร ฯลฯ)ให้สงสัยไว้ก่อนว่ามีคนอื่นเอาเชื้อมาติดไว้แล้ว ถ้ามันติดอยู่แค่มือ แขน ศอก ถ้าเรายังไม่เอาไปป้ายตา จมูก ปาก แผล  สามารถฆ่ามันก่อนได้ด้วยการล้างมือกับน้ำยาที่ล้างไขมันได้ เขาว่าผงซักฟอกหรือน้ำยาล้างจาน (บอกแล้วงัยว่าเจ้าตัวนี้มันตายยากและสิงสถิตอยู่กับสิ่งของได้นานกว่าไวรัสตัวอื่นเพราะมันมีไขมันช่วยห่อหุ้มมันอยู่ ) ด้ายน้ำไหลผ่าน ,ฆ่าล้างด้วยแอลกอฮอร์หรือเจลแอกอฮอร์(มือเปียกแอลกอฮอร์หรือเจลแล้วต้องปล่อยให้แห้งก่อนอย่าไปจับอะไร(แอลกอฮอร์หรือเจลฆ่าไวรัสตอนมันระเหยหรือกำลังแห้งนะ ยังไม่แห้งอย่าเช็ดออก )
 --ใส่ mask ใส่แล้วอย่าพยายามจับ ต้องฝึกให้ทนกับการใส่โดยไม่ถอดถ้าไม่จำเป็น ระหว่างใส่หน้ากาก เกิดมือไปจับติดเชื้อ แล้วเอามือไปถูกหน้ากาก จากประโยชน์จะกลายเป็นโทษทันทีเพราะ หน้ากากมันอยู่ใกล้ช่องทางเข้าร่างกายเลยคือ ตา จมูก ปาก เรียกว่าเอาไปเสริฟถึงปากทางเข้าเลย
--= สิ่งของที่ต้องจิ้มกด ทั้งหลายให้ใช้ศอก อย่าใช้นิ้วหรือข้อนิ้ว เพราะสองอย่างนี้เวลาเผลอจะใช้แกะ ขยี้จมูกเลย กลับถึงบ้านก็อย่าลืมล้างข้อศอกด้วยละ..
 -== มือถือ ล้างฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอร์ บ่อยๆเหมือนกัน ห้ามเผลอวางบนโต๊ะเด็ดขาดใช้เสร็จวางบนตักหรือยัดใส่กระเป๋าเลย ถ้าจำเป็นต้องตั้งบนโต๊ะก็เอากระดาษรองวาง หรือขอจานใบนึงวางในจานเลย(จานเอาออกมาจากครัวใหม่ไม่เคยผ่านมือใครนอกจากพนักงานเสริฟคนเดียว (ผมว่ากระดาษทิทชู่ดีที่สุดแล้ว)
 -== อยากจะบอกว่า การให้ดื่มน้ำบ่อยๆนะเพราะนี่คือด่านสุดท้ายที่ไวรัสมันเข้าตัวเราแล้ว คือเข้าปากไปแล้ว ต่อไปของมันจะมีทางไป 2 ทางคือ ลงไปทางเดินอาหาร ลงกระเพาะอันนี้พอฆ่าได้ หรือจะเลี้ยวไปทางเดินหายใจลงปอด อันนี้อันตรายที่สุดที่เราป้องกันกันอยู่นี่แหละ ดังนั้นการกินน้ำบ่อย เพราะท่านว่าไว้ว่า ให้คิดว่าเชื้อมันเข้าปากไปแล้ว(เช่นเผลอเอามือโดนปาก หรือเพราะอื่นๆ ให้กินน้ำพามันลงกระเพาะไปเลยจะได้ไปตายในท้องเพราะอุณหภูมิในร่างกายอาจฆ่ามันได้
-ข้อสุดท้าย นี่ง่ายที่สุดถ้าทำได้ ก็ไม่ต้องทำข้ออื่นเลยคือ....ทำตัวเหมือนคนแขนด้วน เตือนตัวเองว่าอย่างนั้น อวัยวะที่เป็นเนื้อของเราคือตั้งแต่มือจนถึงแขน ศอก จะไม่แตะอะไรที่ต้องมาล้างมาฆ่าเชื้อกันบ่อยๆทั้งวัน...เอาเท่าที่คิดได้ตอนนี้นะครับ ...ร่วมด้วยช่วยกันปกป้องตัวเรา-ครอบครัวเรา-สังคมเรา.และ..ประเทศชาติของเรา..pjmong..