วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2563

สรุปการป้องกันไวรัส civic-19

   สรุปวิธีการดูแลตัวเอง ก่อนที่ covic-19 จะเข้ามาเยือนครอบครัวเรา..จาก pjmong ครับ
... สิ่งแรกเลย และสำคัญที่สุดคือ ในบ้านของเราต้องเป็นเขตปลอดเชื้อที่สุด ใครจะออกไปไหนมา เข้าบ้านต้องฆ่าเชื้อที่อาจติดมาทุกครั้งก่อนเข้าบ้าน คือวาง อุปกรณ์ล้างมือไว้หน้าบ้านเลยแขกไปใครมา ก่อนเข้าบ้านเราต้องปลอดเชื้อ อ้อ..!!อย่าลืมว่า รถที่เราใช้ก็เป็นส่วนหนึ่งของบ้าน ก่อนขึ้นหรือขึ้นแล้วจะขับกลับเข้าบ้านต้องล้างมือหรือส่วนอื่นของร่างกาย มือ แขน ศอก ด้วยเจลหรือแอกอฮอร์
  ขั้นตอนป้องกัน..ไม่ให้ติดเชื้อ
1.กินร้อน-ช้อนกลาง-ล้างมือ นี่คือสูตรไวรัสทั่วไป แต่ไวรัสตายยากอย่าง covic-19 ไม่พอแค่นั้น ต้อง กินร้อน+ตัวร้อน(ยืนตากแดดฆ่าเชื้อ)+อาหารร้อน( ขิ่ง ข่า กระเทียม กระวาน..)+ช้อนกลาง+ล้างมือ(บ่อยที่สุด)ด้วยสารละลายไขมัน ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน+แอลกอฮอร์หรือเจล +หน้ากากที่ต้องอบหรือเป่าความร้อนฆ่าเชื้อ (57 องศาขึ้นไป) ถ้าจะใช้ซ้ำถ้าซักไม่ทันต้องเป่าลมร้อนใส่หน้าหลัง สายรัด 
 2. กินเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ถ้าโดนเข้าไปจะได้มีอุปกรณ์ฆ่ามันให้ตายด้วย....-
-กินวิตามิน c ทุกวันหรือวันเว้นวัน หรือ 2วันครั้งถ้าเปลือง
 - กินฟ้าทลายโจร (ห้ามเกิน 5 วันติดต่อกัน เดี๋ยวไตพัง เว้นสัก 2สัปดาห์แล้วค่อยกินใหม่
 -กินน้ำด่างทำให้สภาพทั่วไปของร่างกายเช่น ของเหลวในร่างกายมีสภาะเป็นด่าง (ร่างกายมนุษย์ต้องมีสภาวะเป็นด่างเล็กน้อย ค่าph ประมาณ 7-8.5 ) ส่วนสัตว์กินเนื้อร่างกายต้องมีสภาวะเป็นกรด (ใครสนใจเรื่องนี้ผมแนะนำได้เพราะศึกษามาพอควร) หัวน้ำด่างกินง่ายที่สุดใช้ผสมน้ำดื่มหาซื้อได้ตามร้านค้า ของสำนักอโศกทุกสาขา เช่นสันติอโศก
 -กินน้ำบ่อยๆ 
  ....ขั้นตอนถ้าสงสัยว่าโดนแล้วหรือโดนแล้วแต่ไม่รู้ตัว...
1.เมื่อโดนแล้ว(ให้สงสัยไว้ก่อนว่ามือจับอะไรที่มีคนอื่นจับ ได้(เช่น ก๊อกน้ำ ลูกบิด ปุ่มกดทั้งหลาย โต๊ะ เก้าอี้ ผิวโต๊ะอาหาร ฯลฯ)ให้สงสัยไว้ก่อนว่ามีคนอื่นเอาเชื้อมาติดไว้แล้ว ถ้ามันติดอยู่แค่มือ แขน ศอก ถ้าเรายังไม่เอาไปป้ายตา จมูก ปาก แผล  สามารถฆ่ามันก่อนได้ด้วยการล้างมือกับน้ำยาที่ล้างไขมันได้ เขาว่าผงซักฟอกหรือน้ำยาล้างจาน (บอกแล้วงัยว่าเจ้าตัวนี้มันตายยากและสิงสถิตอยู่กับสิ่งของได้นานกว่าไวรัสตัวอื่นเพราะมันมีไขมันช่วยห่อหุ้มมันอยู่ ) ด้ายน้ำไหลผ่าน ,ฆ่าล้างด้วยแอลกอฮอร์หรือเจลแอกอฮอร์(มือเปียกแอลกอฮอร์หรือเจลแล้วต้องปล่อยให้แห้งก่อนอย่าไปจับอะไร(แอลกอฮอร์หรือเจลฆ่าไวรัสตอนมันระเหยหรือกำลังแห้งนะ ยังไม่แห้งอย่าเช็ดออก )
 --ใส่ mask ใส่แล้วอย่าพยายามจับ ต้องฝึกให้ทนกับการใส่โดยไม่ถอดถ้าไม่จำเป็น ระหว่างใส่หน้ากาก เกิดมือไปจับติดเชื้อ แล้วเอามือไปถูกหน้ากาก จากประโยชน์จะกลายเป็นโทษทันทีเพราะ หน้ากากมันอยู่ใกล้ช่องทางเข้าร่างกายเลยคือ ตา จมูก ปาก เรียกว่าเอาไปเสริฟถึงปากทางเข้าเลย
--= สิ่งของที่ต้องจิ้มกด ทั้งหลายให้ใช้ศอก อย่าใช้นิ้วหรือข้อนิ้ว เพราะสองอย่างนี้เวลาเผลอจะใช้แกะ ขยี้จมูกเลย กลับถึงบ้านก็อย่าลืมล้างข้อศอกด้วยละ..
 -== มือถือ ล้างฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอร์ บ่อยๆเหมือนกัน ห้ามเผลอวางบนโต๊ะเด็ดขาดใช้เสร็จวางบนตักหรือยัดใส่กระเป๋าเลย ถ้าจำเป็นต้องตั้งบนโต๊ะก็เอากระดาษรองวาง หรือขอจานใบนึงวางในจานเลย(จานเอาออกมาจากครัวใหม่ไม่เคยผ่านมือใครนอกจากพนักงานเสริฟคนเดียว (ผมว่ากระดาษทิทชู่ดีที่สุดแล้ว)
 -== อยากจะบอกว่า การให้ดื่มน้ำบ่อยๆนะเพราะนี่คือด่านสุดท้ายที่ไวรัสมันเข้าตัวเราแล้ว คือเข้าปากไปแล้ว ต่อไปของมันจะมีทางไป 2 ทางคือ ลงไปทางเดินอาหาร ลงกระเพาะอันนี้พอฆ่าได้ หรือจะเลี้ยวไปทางเดินหายใจลงปอด อันนี้อันตรายที่สุดที่เราป้องกันกันอยู่นี่แหละ ดังนั้นการกินน้ำบ่อย เพราะท่านว่าไว้ว่า ให้คิดว่าเชื้อมันเข้าปากไปแล้ว(เช่นเผลอเอามือโดนปาก หรือเพราะอื่นๆ ให้กินน้ำพามันลงกระเพาะไปเลยจะได้ไปตายในท้องเพราะอุณหภูมิในร่างกายอาจฆ่ามันได้
-ข้อสุดท้าย นี่ง่ายที่สุดถ้าทำได้ ก็ไม่ต้องทำข้ออื่นเลยคือ....ทำตัวเหมือนคนแขนด้วน เตือนตัวเองว่าอย่างนั้น อวัยวะที่เป็นเนื้อของเราคือตั้งแต่มือจนถึงแขน ศอก จะไม่แตะอะไรที่ต้องมาล้างมาฆ่าเชื้อกันบ่อยๆทั้งวัน...เอาเท่าที่คิดได้ตอนนี้นะครับ ...ร่วมด้วยช่วยกันปกป้องตัวเรา-ครอบครัวเรา-สังคมเรา.และ..ประเทศชาติของเรา..pjmong..

วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2563

แก่แล้วไม่แก่

จุดประกาย

ศุภวุฒิ สายเชื้อ ปรับเซลล์ให้หนุ่มสาว
March 6, 2019
by เพ็ญลักษณ์ ภักดีเจริญ
   
ไม่อยากเป็นสักโรคเลย จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต ถ้าทำเซลล์ไม่แก่ ร่างกายก็ไม่แก่ นี่คือสิ่งที่นักเศรษฐศาสตร์คนนี้นำงานวิจัยมาใช้กับชีวิตและเขียนบทความให้อ่่าน

ในวัย 62 ปีของ ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ นักเศรษฐศาสตร์แถวหน้า แม้จะเกษียณแล้ว แต่ยังทำงานทุกวัน เป็นที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจการเงิน เกียรตินาคินภัทร บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) เป็นวิทยากรรับเชิญ และคอลัมนิสต์ เศรษฐศาสตร์จานร้อน ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ และคอลัมภ์ Health Aging หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

หากถามว่า เป็นไปได้ไหมที่คนเราจะไม่เจ็บ ไม่แก่(มีเซลล์แบบคนหนุ่มสาว) เขาบอกชัดเจนว่า ไม่ใช่ความฝัน เป็นไปได้ และมีการศึกษาวิจัยหลายชิ้นสามารถนำมาใช้ได้กับคนทั่วไป

ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา คุณหันมาวิ่งและปรับเรื่องการกิน การนอน ทำไมสนใจเรื่องการดูแลสุขภาพ

ที่ผ่านมาผมทำงานหนัก ไม่สนใจสุขภาพ คิดว่าร่างกายจะตอบสนองเรา ตอนอายุ 56 ปีสุขภาพไม่ดีเลย อ้วนและไม่สบายปีละ 4-5 ครั้ง ไปหาหมอ ตรวจดีเอ็นเอพบว่า ในอนาคตมีโอกาสเสียชีวิตด้วยเบาหวาน เพราะมีประวัติแม่เป็นเบาหวาน หมอแนะว่า ถ้ากินวิตามินจะช่วยได้ 20 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือ 80 เปอร์เซ็นต์ต้องช่วยตัวเอง ผมจึงเริ่มศึกษาข้อมูลด้านสุขภาพ ทั้งๆ ที่ไม่มีพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์เลย พยายามดูว่า งานวิจัยอะไรเชื่อถือได้หรือเชื่อถือไม่ได้ เมื่อมีข้อมูลก็รู้ว่าต้องเปลี่ยนแปลงชีวิต

 ตอนนั้นหมอแนะนำว่ายังไง

ไม่ต้องกินอาหารเย็น ให้ร่างกายเผาผลาญน้ำตาลและไขมันให้หมด ผมก็ทำตามนั้น ทำมา 6 ปี ตอนนี้น้ำหนักลดลง 12 กิโลกรัม ผมอ่านงานวิจัยของคุณหมอOhsumi ที่ได้รางวัลโนเบล เรื่อง การทำความสะอาดบำรุงรักษาเซลล์ในร่างกาย การอดอาหารเย็นเป็นวิธีหนึ่งในการกระตุ้นให้เซลล์ไม่แก่ และอีกวิธีคือการออกกำลังกาย วิ่ง ทำให้หัวใจเต้นเร็ว สองอย่างนี้ชะลอความแก่ในระดับเซลล์ คนส่วนใหญ่กลัวต้องกินอาหารให้ครบสามมื้อ จำทีมหมูป่าติดถ้ำได้ไหม ไม่ได้กินอาหาร3-4 อาทิตย์ ก็ไม่เป็นไร การอดอาหารในบางครั้งจะทำให้เซลล์ดีและสุขภาพดีด้วย 

 เป็นการอดอาหารเพื่อปรับสภาพเซลล์?

เคยมีการทดลองให้หนูกินอาหารน้อยมาก จำกัดจำนวนแคลอรี่ 30 เปอร์เซ็นต์ ปรากฎว่าอายุยืนขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์ อายุยืนแบบแข็งแรง เพราะฉะนั้นเวลามีคนถามว่า ต้องกินอะไรถึงจะดี ผมบอกว่าอย่ากินเลย หรือกินให้น้อย แต่อย่าอดน้ำ อย่างอิสลามเวลาถือศีลอด ก็ไม่เห็นมีใครเป็นอะไร

เซลล์คนเรา ถ้าถูกกดดันบ้าง โดยการอดอาหารหรือวิ่ง ร่างกายจะแข็งแรง แนวคิดนี้เป็นการรักษาตัวเองในระดับเซลล์ไม่ให้ป่วยด้านใดเลย เพราะผมไม่อยากเป็นสักโรค จึงต้องทำเซลล์ให้หนุ่มสาว

 
เหตุใดการวิ่งทำให้เซลล์ในร่างกายหนุ่มสาวขึ้น

การวิ่งระดับที่เหมาะสมที่สุด คือ 20-30 กิโลเมตรต่อสัปดาห์ วิ่งมากกว่านั้น หรือ น้อยกว่านั้น ไม่ทำให้แข็งแรงเท่าคนที่วิ่ง 20-30 กิโลเมตร แต่ละครั้งวิ่งไม่เกินหนึ่งชั่วโมงประมาณ 5-7 กิโลเมตร สัปดาห์หนึ่งวิ่ง 3-4 ครั้งก็พอแล้ว ช่วงแรกๆ ผมวิ่ง 3 กิโลเมตร เหนื่อยแทบแย่ ตอนนี้สามารถวิ่ง 5-10 กิโลเมตร  เมื่อผมไม่กินข้าวเย็น ผมก็มีเวลาวิ่ง เพราะปกติคนจะคิดว่า หลังทำงานหนัก ต้องกินมื้อเย็นหนักๆ นั่นเป็นสิ่งที่แย่ที่สุด

 
ถ้าอย่างนั้นการวิ่งมาราธอนก็ไม่ได้ทำให้แข็งแรงมากขึ้น ?

  ในฐานะนักเศรษฐศาสตร์ เราจะพยายามคิดเรื่อง ทำในระดับพอดีหรือดีที่สุด ถ้าวิ่งเกินกว่านั้น ไม่มีประโยชน์ ถ้าถามผมว่า เคยคิดจะวิ่งมาราธอนไหม...ไม่จำเป็น แต่ถ้ามีข้อมูลออกมาว่า วิ่งมาราธอนแล้วสุขภาพดีเลิศ ผมก็จะฝึกฝนตัวเองให้วิ่งมาราธอน

 หลายคนบอกว่า วิ่งเยอะๆ ทำให้เข่าเจ็บ ?

  ผมได้ยินเรื่องนี้เยอะ ผมลองอ่านข้อมูลเหล่านี้ ซึ่งมีอยู่จำกัดและไม่ใหม่ มีงานวิจัยเรื่องนี้ช่วง 10 ปีหรือ 3-4 ปีที่แล้ว และก็หยุดวิจัย ไม่เคยมีหลักฐานอะไรที่บอกว่าวิ่งแล้วทำให้เจ็บเข่า ยกเว้นเจ็บเข่าอยู่แล้วไปวิ่ง หรือวิ่งผิดท่าแล้วล้ม ถ้าจะวิ่งก็วิ่งให้ถูกวิธี ใช้รองเท้าให้ถูกต้อง ผมวิ่งมาหลายปี รู้เลยว่า เข่าแข็งแรงขึ้น 

 นอกจากวิ่งและอดอาหาร ยังมีเรื่องอื่นๆ อีกไหม

ผมอ่านทุกอย่างที่เกี่ยวกับการแก่อย่างมีคุณภาพ พูดง่ายๆ เลยครับ คนเรามีเกิด แก่ เจ็บ และตาย กล้าคิดไหมว่า จะทำชีวิตให้มีแค่เกิดและตาย ไม่แก่ ไม่เจ็บ

 แก่อย่างมีคุณภาพ เป็นความท้าทายอีกอย่างในชีวิต ?

  ไม่ใช่สิ่งท้าทาย แต่เพื่อผลประโยชน์ของเรา ผมอ่านข้อมูลเยอะ เชื่อได้ว่ามีหนทางไปสู่ตรงนั้น

 ทำไมคุณเชื่อว่าทำได้

เพราะเทคโนโลยีมาแล้ว แค่เรื่องออกกำลังกาย การวิ่งมีประโยชน์มากที่สุด ทำให้หัวใจเต้นเร็ว เส้นเลือดแข็งแรง อวัยวะที่ใช้เลือดมากที่สุดคือ สมอง และสมองคนเราหนักแค่ 5 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว แต่ใช้แรงงานกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นวิ่งแล้วเลือดสูบฉีด อวัยวะที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือสมอง

สิ่งที่คนเรากลัวมากที่สุดตอนแก่ คือ อัลไซเมอร์ จะแก้ปัญหานี้ต้องวิ่ง เวลาวิ่งสมองจะสั่งการให้วิ่งอย่างสมดุล วิ่งยากกว่าเดินต้องมองซ้าย มองขวา การวิ่งเป็นการออกกำลังสมอง วิ่งแล้วสมองโปร่ง เวลาคิดอะไรไม่ออก วิ่งแล้วจะคิดออก

คนเราต้องใช้ชีวิตตามวัฏจักรธรรมชาติ หลังพระอาทิตย์ตกต้องหยุดกินและนอน ร่างกายไม่ได้ถูกออกแบบให้กินอาหารตอนดึกๆ ในงานวิจัยคุณหมอที่ได้รางวัลโนเบล มีการทดลองโดยให้หนูสองกลุ่มกินอาหารเหมือนกัน แคลอรี่เท่ากัน กลุ่มหนึ่งให้กินเวลาไหนก็ได้ อีกกลุ่มให้กินวันละ 8 ชั่วโมง หนูกลุ่มแรก น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นกว่ากลุ่มที่สอง 30 เปอร์เซ็นต์ สรุปว่าช่วงเวลาที่คนกินอาหารมีผลต่อน้ำหนักตัว ไม่ใช่แค่แคลอรี่ คนเราควรกินอาหารในช่วง 8 ชั่วโมงจาก 24 ชั่วโมง ถ้าคุณเริ่มทานอาหารตอน 10.00 น.ก็ควรหยุดทานตอน18.00 น.

 
ทำอย่างนั้นเป็นการทรมานร่างกายไหม

ไม่ทรมานเลย ปรับได้ ยังมีอีกกรณีในเรื่องการอดอาหาร ในหนึ่งสัปดาห์มีสูตรที่บอกว่า ให้อดอาหารสองวันคือ อังคารกับพฤหัส อันนี้ยากกว่า ส่วนแนวคิดที่ว่ากินแต่โปรตีน งดแป้ง  ร่างกายจะได้เผาผลาญไขมัน สามวันแรกไม่กินแป้ง วันที่สี่น้ำหนักลงฮวบ หลายคนชอบทำ อันตรายไม่ควรทำ ในระยะยาวจะไม่ดีต่อสุขภาพ ผมแนะนำให้ทานอาหารพอประมาณภายใน 8 ชั่วโมง และตามใจปากได้ระดับหนึ่ง

 

นอกจากออกกำลังกายและกินอาหารให้ถูกต้อง ต้องนอนกี่ชั่วโมงถึงจะดี ?

เรื่องนอนสำคัญกว่าที่หลายคนคิด ถ้านอนไม่พอ โอกาสสูงมากที่จะเป็นอัลไซเมอร์ หัวใจและเบาหวาน น้ำหนักขึ้น และภูมิคุ้มกันต่ำ มีหนังสือเรื่อง Why we sleep ของดร. Matthew Walker เขียนออกมาดีมาก เล่าถึงพิษภัยของการนอนไม่เพียงพอ คนเราควรนอนคืนละ 7-8 ชั่วโมง นอนหลับลึก หรือ deep sleep ประมาณคืนละเกือบ 2 ชั่วโมง หลับตื้น 4 ชั่วโมง และหลับฝันประมาณ 2 ชั่วโมง ถ้าครบสุขภาพจะดี ถ้านอนน้อยจะมีฮอร์โมนที่ทำให้หิว คนที่นอนน้อย ก็เลยกินเยอะและอ้วน ถ้าคุณนอนไม่พอสมองจะรกรุงรัง เรียกว่า beta amyloid จะมีเมือกมาเคลือบสมองเพิ่มขึ้่นเรื่อยๆ ทำให้สมองเสื่อม

 ถ้าจะทำให้เซลล์ไม่แก่ ต้องดูแลร่างกายอย่างไร

นักวิจัยกลุ่มนี้บอกว่ามาทำเซลล์ในร่างกายให้ดี ไม่ป่วยสักโรคดีกว่า แก้ปัญหาเรื่องความแก่ ผมเชื่อแนวนี้มากกว่ารักษาทีละโรค  ไม่อยากเป็นสักโรค ถึงเวลาตายก็ตายเลย อย่างงานวิจัยของดร. Leonard Guerante (MIT) และดร.David Sinclair (มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด)เวลาที่คุณออกกำลังกายและอดอาหาร จะกระตุ้นเซลล์ไม่ให้แก่ 

 
หากไม่ออกกำลังกายและไม่อดอาหาร มีวิธีอื่นที่จะทำให้สุขภาพดีไหม

15 ปีที่แล้ว ดร.David Sinclair ทดลองเอาสาร Resveratrol ในไวน์แดง เอาสารตัวนี้ไปฉีดในหนูทำให้หนูอายุยืน ผู้ศึกษาบอกว่า ถ้าจะทำให้คนอายุยืน ร่างกายต้องได้รับสารResveratrol เพียงพอ ต้องดื่มไวน์แดงวันละ 300 แก้ว ซึ่งเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ทำให้คนจำได้ เพราะสารตัวนี้ไปกระตุ้นโปรตีนที่เรียกว่า circuven ซึ่งจะเข้าไปจัดการให้เซลล์ทำงานได้ดีขึ้น

แต่ปรากฎว่ามีสารอีกตัว NAD+ ซึ่งดีกว่า เป็นตัวที่กระตุ้นยีน circuven คนที่อายุ 20 จะมีอยู่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนคนอายุ 50 จะเหลือแค่ 50 เปอร์เซ็นต์ พบว่าทำให้เซลล์เป็นหนุ่มสาว ตอนนี้มียาที่ผลิตออก ขายที่ฮ่องกงและสิงคโปร์เรียก Niagen กินไปแล้วจะทำให้หลับดี และทำให้ฝัน

ตอนเด็กๆ เราจำได้ว่าเราฝัน เพราะสมองเราพัฒนา แต่พอแก่แล้วทำให้เลิกฝัน เพราะสมองหยุดพัฒนา พอกินยาชนิดนี้แล้วฝันแสดงว่า สมองพัฒนาใหม่ และตื่นขึ้นมาสดใส ถูกรับรองว่าปลอดภัยแล้ว แต่ไม่มีรัฐบาลไหนในโลกนี้ยอมรับว่า ความแก่เป็นโรค รัฐบาลไม่ยอมขึ้นทะเบียนว่าเป็นยารักษาโรคแก่

 
แล้วเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ทำให้เซลล์กลับมาหนุ่มสาวมีอีกไหม

ยังมีอีกสามส่วน อันหนึ่งมีการทดลองอยู่และพบว่า ยารักษาโรคเบาหวาน Metformin กินไปแล้วมีผลข้างเคียงทำให้อายุยืนและแข็งแรง ตอนนี้ทางมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ดกำลังทดลอง อีกอันคือ Target of Rapamycin (TOR) หลักการ คือ ยาที่ช่วยให้คนที่ปลูกถ่ายอวัยวะร่างกายไม่ปฎิเสธ ยานี้ช่วยกดภูมิต้านทานให้ยอมรับ มีผลข้างเคียงทำให้อายุยืน มีการทดลองกับสัตว์เลี้ยงที่ไม่สบายเป็นโรคหัวใจ ทำให้ฟื้นตัวและอายุยืน ตอนนี้มีการศึกษาวิจัยที่พบว่า บางทีเซลล์ในร่างกายเราตาย แบบไม่ตาย กลายเป็นเซลล์ซอมบี้ และเซลล์ส่วนนี้ทำให้เซลล์อื่นเป็นซอมบี้ไปด้วย มีบริษัทสตาร์อัพสามสี่แห่งกำลังหายาฆ่าซอมบี้เซลล์ ถ้าฆ่าได้ เซลล์ในร่างกายจะกลับมาหนุ่มสาว

 ดูมีความหวังที่จะทำให้คนป่วยน้อยลง?

ยังมีงานวิจัยเป็นสิบๆ เรื่องที่นักวิจัยพยายามทดลอง อย่างดร.David Sinclair นอกจากงานวิจัยที่กล่าวมา เขายังได้เงินจากนาซ่าให้วิจัยต่อ เพื่อผลิตยาให้นักบินขึ้นยานไปดาวอังคาร โดยไม่เป็นมะเร็งตายก่อน เพราะระหว่างทางนักบินต้องโดนกัมมันตภาพรังสีตลอดทาง ถ้าทำกินยาที่สามารถป้องกันมะเร็งได้ ก็ไม่ต้องสร้างยานหนักๆ โดยดร.David ร่วมมือกับโรงพยาบาลที่ญี่ปุ่นทำการทดลองผลิตยา  NMN ออกมาขายแพงมาก ผมกำลังติดตามการวิจัยเหล่านี้ มันมีอนาคต ผมเดาว่าอีกยี่สิบปี คงต้องมียาที่ได้รับการรับรองในระดับเซลล์

 คุณวางเป้าหมายว่า จะมีชีวิตอยู่ถึงอายุเท่าไหร่

ผมไม่รู้ ไม่ได้สนใจ แต่อยากสุขภาพดีจนถึงวันสุดท้าย ถึงเวลาต้องตายก็ตายเลย

 
ฝันไปหรือเปล่า

ไม่ใช่ความฝัน เป็นความจริง และมีความเป็นไปได้มากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากออกกำลังกายและทำแบบที่ผมพูด 6 ปีผ่านมา ผมสุขภาพดีขึ้น ผมเดินทางไปไหนก็ได้ ไม่ปวดหลัง ไม่เจ็บเข่า  และปรากฎว่าเวลาผมพูดหรือบรรยายเรื่องสุขภาพ คนสนใจมากกว่าเรื่องเศรษฐกิจ เพราะเรื่องสุขภาพไม่มีคนเรียบเรียงและวิเคราะห์ข้อมูลแบบนี้ออกมา  ผมต้องค่อยๆ แกะงานวิชาการภาษาอังกฤษใช้เวลาเป็นปีๆ

 
ถ้าอายุยืนมากๆ ต้องเตรียมเรื่องการเงินอย่างไร

แนวทางนี้ไม่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจครอบครัวและคนใกล้ชิด ใช้เงินน้อย แต่ต้องลงมือทำด้วยตัวเอง ผมคิดว่าแนวคิดนี้จะถูกต้องในระยะยาว ดิสรัประบบสาธารณสุข ถ้าทำได้โรงพยาบาลจะว่าง

 คนในโลกนี้ ควรมีอายุขัยเท่าไหร่

ไม่ว่าประเทศพัฒนาหรือไม่พัฒนา จะมีช่วงที่คนอายุยืน 75-85 ปี พอถึงจุดหนึ่งสุขภาพเริ่มเสื่อม ป่วยและเจ็บก่อนตายนาน 6-10 ปี แก่แบบไม่แข็งแรง แต่สิ่งที่ผมศึกษาคือ ถ้าแก่แล้วใช้ชีวิตได้ปกติ จะตายเมื่อไหร่ ไม่ว่ากัน แต่ต้องไม่เจ็บไม่ป่วย สมมติว่าผมอายุยืนถึง 85 ปี ถ้าไม่สบายก็อยากให้เป็นช่วงอายุ 84 ปี 11 เดือน 29 วัน ไม่สบายวันเดียวตายเลย ช่วงที่แก่แล้วเจ็บป่วยสั้นที่สุด ถ้าป่วยนานๆ มีผลต่อเศรษฐกิจ และเป็นภาระสำหรับคนรอบข้างและลูกหลาน

ในงานวิจัยปี 2018 ในประเทศไทยคนอายุ 60 ปีกว่าๆ มีอยู่ 12 ล้านคน ปี 2040 คนกลุ่มนี้จะเพิ่มเป็น 20 กว่าล้าน ผมอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย ต่อไปจะเป็นภาระทางเศรษฐกิจ ส่วนคนวัยทำงาน ช่วงอายุ 25-44 ปีในช่วงปีเดียวกัน จะลดปริมาณจาก 20 ล้านคนเหลือ 15 ล้านคน และคนช่วงอายุ 45-54 ปี จะลดลงจาก 11 ล้านคนเหลือ 9 ล้านคน

คนวัยทำงานกลุ่มนี้จะหายไป 7 ล้านคน คนสูงวัยกลุ่มนี้จะเพิ่มขึ้น 8 ล้านคน จะทำให้รัฐบาลคงต้องเก็บภาษีคนวัยทำงานเยอะขึ้น เพื่อมาเลี้ยงคนไม่ทำงาน และคนป่วย แต่

แก่แล้วต้องสุขภาพดี ไม่อย่างนั้นเป็นภาระทางเศรษฐกิจ ? 

 ย้ำนะครับไม่ต้องการ 30 บาทรักษาทุกโรค เพราะไม่อยากเป็นสักโรค

วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2563

สวย(เพราะ) กับ เก่ง.....

    เนื่องจากตัวผมเอง ทำกิจกรรมหลายอย่างมากมายตั้งแต่

วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

จากโต๊ะกาแฟ ถึงวันแห่งความรัก 2

  จากโต๊ะกาแฟถึงวันแห่งความรัก บทที่ 2
      จากโพสก่อนคุยเล่นๆถึงวันต่างๆของฝรั่งที่เราเอามาเล่นกับเขา เลยนั่งคิดเล่นๆว่า ทำไมประเทศเราต้องเป็นผู้ตามเสมอไป เขาน่าจะเอาวันลอยกระทง วันสงกรานต์ ของเราไปเล่นบ้างนะ เอาแบบนิยมเล่นกันทั้งประเทศเลยนะ..!! หรือเอาเต้นรำจังหวะตลุง รำวงของเราไปทำเป็นจังหวะมาตรฐาน ระดับโลกใช้แข่งใช้โชว์ มันคงจะดีนะ..?? 
    ถ้าประเทศเราคิดวันพิเศษสักวันขึ้นมาบ้าง เช่น .""วันแห่งการหาเงิน.."" เด็กๆอายุตั้งแต่ 10ปีขึ้นไป ต้องหาเงินเข้ากระเป๋าแบบสุจริตนะครับ สักวันละอย่างน้อย 100 บาท ในหนึ่งวันพิเศษวันนี้ ส่วนผู้ใหญ่ก็ต้องทำแต่เงินที่ว่าต้องไม่ใช่เงินประจำที่ได้ ต้องเป็นเงินพิเศษที่ได้มาจากงานที่ไม่ใช่งานที่ทำประจำอยู่  คนทั้งประเล่นเกมนี้ในวันนี้คงคึกคักสนุก ได้ถึงบ้างไม่ถึงบ้าง ได้เกินบ้าง แต่ที่แน่ๆ เป็นการฝึกให้คนหาวิธีทำมาหากิน อย่างเช่นลูกรับจ้างทำงานบ้านให้พ่อแม่ คนทำงานออฟฟิต รับจ้างพิเศษชงกาแฟให้เพื่อนร่วมงาน ถ้วยละ 5 บาท 20ถ้วยก็ได้แระ 100นึง..!! 
   สิ่งที่ตามมาเป็นผลพลอยได้คือ ความผูกพันธ์กันมากขึ้น มีการให้มีการรับ หนุกหนาน..ๆ..!! pjmong

จากโต๊ะกาแฟกับวันแห่งความรัก.1.

จากโต๊ะกาแฟกับวันแห่งความรักบทความที่ 1
      วันนี้ตื่นขึ้นมา เข้าวันที่ 14 กพ. 2563   ดู TV เมื่อเช้า เขาว่าเป็นวันแห่งความรัก...เพิ่งนึกขึ้นได้จริงๆถึงแม้ว่าเคยมีคนพูดถึงวันนี้เมื่อหลายวันก่อน แต่ด้วยความไม่สนใจกับวันที่ฝรั่งมันมีแต่เราลากเข้ามาเล่นกับเขาด้วย บางวันก็ดีมีสาระ บางวันก็สนุกอย่างเดียว อย่างวันฮาโลวีนของเขา  
  ส่วนตัวแล้วผมแค่ไม่ให้ความสนใจเท่านั้นเอง ไม่ถึงขั้นต่อต้านกับวันต่างๆอย่างนี้ เพราะถ้าแสดงออกถึงการต่อต้าน มันจะไปโดนว่าว่าเป็นพวกสายเกรียนทันที...!!  ก็...ไม่อยากโดนขนาดนั้น อันนี้เป็นนิสัยส่วนตัวเลย แม้กระทั้งวันเกิดของตัวเอง ยังกำชับเพื่อนๆสนิทว่าไม่ให้ลงอวยพรอะไร เพราะไม่อยากให้ความสำคัญอะไรมากมาย
   วันแห่งความรัก วันพ่อ วันแม่ วันครอบครัว ฯลฯ ทำไมต้องมี..?? เพราะคนไทยละเลยเรื่องเหล่านี้หรือ..?? ความรักควรมีให้กันทุกวัน รักพ่อแม่ทุกวัน รักตัวเอง ทำบุญให้ตัวเองทุกวัน ทั้งปีไม่เคยทำบุญให้ตัวเองเลย ไม่เคยทำดีๆให้ตัวเอง แล้วมาทำเป็นพิเศษในวันเกิด มันจะได้สักกี่มากน้อย ?? ความรักความดีมีให้พ่อให้แม่่ให้ครอบครัวทุกๆวัน วันพิเศษเหล่านี้ก็คงไม่ต้องมี..(คิดเองนะครับ) แต่ถ้าคิดว่า จัดพิเศษสักวันนึงให้มากกว่าวันอื่นทั้งปี ก็....ไม่ว่ากัน..!! แต่สำหรับผม คิดว่าทำดีที่สุดในแต่ละเรื่องในแต่ละวันแล้ว  ก็เลย เฉยๆ  
   เจ้าวันแห่งความรัก ที่ว่าจัดพิเศษนี่แหละ จากหนุ่มสาวจีบกันมาทั้งปี มาถึงวันนี้เลยจัดให้กันเป็นพิเศษมากกว่าความรักที่มีมาสักหน่อย เลยจัดพิเศษไปให้กันใน โรงแรม.ซะเลย....!! สมเหตุสมผลที่วันนี้เป็นวันแห่งความรัก  กะว่าจะเก็บความสาวไว้เล่นตัวได้นานๆ ก็มาตังมาเสียตัวเพราะต้องจัดให้เขาไปในวันนี้แหละ..หมดกัน..!!   ดังนั้นวันนี้จึงเป็นวันที่ธุรกิจโรงแรมคึกคักเป็นพิเศษ 
   ส่วนความรักอื่นๆ รักพ่อรักแม่รักเพื่อนรักครอบครัว ผมว่าสำหรับวันนี้ จัดพิเศษกว่าวันไหน ก็เติมกันได้ไม่กี่มากนัอยไปจากเดิมสักเท่าไหร่ มีให้กันทุกๆวัน รักษาความมั่นคงให้เหนียวแน่นเข้าไว้ด้วยการทำทุกวัน ไม่ต้องมากแต่รักษาความต่อเนื่องไว้ น่าจะดีกว่า  แต่สาวๆที่เพิ่งมีความรัก รับรองได้ว่า วันนี้ถูกพาเรียงตัวเข้าม่านรูดกันเยอะเลย ทั่วไปเทศ   ตกลงบวกลบคูณหารแล้ว มันได้มากกว่าเสียหรือเสียมากกว่าได้กันนะ..???? สำหรับวันพิเศษวันนี้..pjmong..

วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

ล้างพิษในเส้นเลือดฝอย

#ได้อะไรดีฯมาบอกต่อกันค่ะเผื่อเป็นประโยชน์กับหลายฯท่านค่ะ
👉อ้อยดำ 7ข้อ ใบเตย3ใบ ล้างพิษในเส้นเลือดฝอย  เส้นเลือดฝอยของคนเราเมื่อใช้ไปนานๆก็ย่อมมีอาการตีบตัน ทั้งจากอาการไขมัน ของหวาน หรือสารพิษต่างๆ สะสมจนกลายเป็นขยะพิษ ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก แขนขาชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง #วันนี้จึงนำสูตรล้างพิษเส้นเลือดฝอยมาฝากกัน

  โดยนำอ้อยดำมาสับเป็นท่อนๆเติมน้ำสะอาดพอท่วมอ้อย ใส่ใบเตยลงไปต้มจนเดือดสักพักประมาณ30นาที (ห้ามใส่น้ำตาลโดยเด็ดขาด) ดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น ดื่มติดต่อกัน7วันจะรู้สึกว่าตัวเบาโล่งสบาย สูตรนี้ป้องกันอัมพฤกษ์ อัมพาตได้ดีเยี่ยม

🙏อย่าลืมแบ่งปันเรื่องราวดีๆไปให้คนที่คุณรักเราจะมีสุขภาพดีไปด้วย

วันพุธที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2563

เรื่องแปลกระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์

   ถ้าในอดีตมีพระเจ้าจริง ที่สร้างโลกขึ้นมา แล้วจงใจสร้างมนุษย์ขึ้นมาให้อ่อนแอที่สุดในบรรดาสัตว์ทั้งหมด ไม่มีความอดทน ไม่มีขน ไม่มีหนังหนาๆ ไม่มีเกร็ด ไม่มีเขี้ยวเล็บ ตัวก็เล็กนิดเดียว ให้ hardware ที่ได้เปรียบมนุษย์มากับสัตว์ทุกชนิด  แต่ให้ solf ware ที่จับต้องไม่ได้กับมนุษย์มาอย่างเดียว คือ คือ..""ความคิด..""  ที่มีมากกว่าสัตว์ชนิดอื่น ..
   แต่ไม่น่าเชื่อ