วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

pw5

'จ่ายเงินยังให้ให้รวยขึ้น ?'

...จ่ายเงินจะรวยได้ไง จ่ายแล้วมีแต่จนลง ...ทันใดนั้นพ่อผมก็สอนว่า จ่ายเงินให้รวยขึ้น คือ จ่ายเงินซื้อสินทรัพย์ไง (Asset)

ปัญหาของคนส่วนใหญ่ที่ยิ่งใช้เงินยิ่งจน ซื้อของยิ่งเป็นขยะ เพราะ

1. เขาแยกไม่ออกว่าอะไรคือ Asset หรืออะไรคือขยะ

2. ไม่กล้าซื้อ Asset เพราะซื้อขยะ มันดูถูกกว่า มันได้จำนวนชิ้นมากกว่า (แต่สุดท้ายขยะมันแพงกว่าเมื่อเวลาผ่านไป)

3. ซื้อขยะมันเท่ห์ มันตามกระแส ..คนซื้อ Asset ต้องไม่ตามกระแส เลยถูกมองว่า ไม่เท่ห์ ไม่แนว (แต่พ่อบอก มันรวยนะ ไม่ต้องตามกระแสก็ได้)

พ่อผมสอนว่า

'บ้านไม่ใช่ Asset สิ่งที่เป็น Asset คือ  ที่ดิน และ ของสะสมในบ้าน ..พ่อบอกว่า บ้านก็เหมือนโกดังใส่ของ อย่าไปทุ่มเงินสร้างบ้าน ให้ทุ่มเงินซื้อที่ดินดี และ ทุ่มเงินในของสะสมที่เป็น Asset ..เมื่อส่งต่อความมั่งคั่งให้ลูก สองสิ่งนี้แหละที่ลูกต้องการ คือ ที่ดิน และ ของสะสม เพราะมันเปลี่ยนเป็นเงินได้ทันที ส่วนบ้านน่ะ ทุบทิ้ง!!'

สิ่งที่พ่อสอนทำให้ผมรู้ว่า 'การที่คนไหนจะรวย ต้องมีวิธีคิดที่ถูกต้องก่อน ..บางคนหาเงินเก่ง แต่ใช้เงินไม่เป็น ซื้อแต่ขยะ ของฟุ่มเฟือย สุดท้ายก็เงินหายหมด ไม่มีอะไรเหลือ'

...นี่แหละวิธีคิดเศรษฐี ขนาดใช้เงิน ยังสามารถใช้เงินให้ตัวเองรวยขึ้นได้เลย ...มันเริ่มที่วิธีคิด!!

pw4

'เรื่องของข้ออ้าง ที่จะไม่ต้องทำ ไม่ต้องสู้'

ลองเอาข้ออ้างที่จะ 'ไม่ทำ' ออก บางทีโอกาสมันก็เปิดขึ้นได้ครับ

ลองศึกษาประวัติ ผู้ก่อตั้ง What's App แล้วจะทึ่งว่า คนเกิดมาติดลบ พ่อแม่ตายตั้งแต่ยังเด็ก ต้องพึ่งเงินเลี้ยงดูของรัฐบาลอเมริกัน วันนี้รวยระดับโลกได้ไง

'ข้ออ้าง คือ อุปสรรค ที่น่ากลัวที่สุดในชีวิต'

- ก็ฉันไม่ได้เกิดมารวย
- ก็ฉันไม่ได้เรียนสูง
- ก็ฉันไม่ได้โชคดีนี่
- ก็นั่นก็นี่ ...

ก็เพราะฉันแค่หาข้ออ้าง ทีจะ 'ไม่ทำ ' ก็เท่านั้นแหละครับ !!

เอาใจช่วยนะครับ ..ผมเชื่อว่า ทุกคนเปลี่ยนตัวเองได้ ให้ดีขึ้น แค่เอาข้ออ้างที่ ไม่ทำออก

ถึงไปไม่ถึงดวงดาว แต่อย่างน้อยมันต้องดีกว่าจุดที่เราเป็นวันนี้ครับ😊

pw3

'เลือกบริษัทที่เลี้ยงเราได้ ทำอย่างไร ?'

อันนี้เป็นส่วนสำคัญของการเป็นนักลงทุนเลย ต้องเลือกบริษัทที่จะลงทุนให้เป็น

หลายคนหลงคิดว่า บริษัทที่ควรเลือกลงทุนคือบริษัทที่อยู่ในกระแสหรือคนพูดถึงเยอะๆ ..จริงๆ ตรงข้ามเลย

ถ้าจะเลือกเทรดหุ้นเก็งกำไรอันนั้นเลือก บริษัทในกระแสถูกแล้ว เพราะการเทรดหุ้นสั้น นักเทรดมีจุด Stop Loss อยู่แล้ว 'ความเสี่ยงของนักลงทุนระยะสั้น ขึ้นกับฝีมือคุมความเสี่ยงของเทรดเดอร์เอง (ถ้ามีจุด Stop Loss แล้วมีวินัย ยังไงก็ไม่เจ๊ง เพราะถ้าพลาดก็เสียหายเท่าจุด Stop Loss แค่นั้น)

แต่นักลงทุนระยะยาว หรือ คนลงทุนแบบออมในหุ้นไม่ใช่เลย ..ความเสี่ยงของนักลงทุนระยะยาว กลับอยู่ที่บริษัทที่เขาเลือกลงทุน ถ้าเลือกของดี ก็เข้าตำราให้เงินทำงาน นั่งเฉยๆ รอรับเงิน แต่ถ้าเลือกผิดก็เสียหาย (ดังนั้นนักลงทุนระยะยาว ใช้วิธีการจายความเสี่ยงช่วยคุมความเสียหายเวลาผิดพลาด)

มาดูหลักการเลือกบริษัทที่เลี้ยงเรา มีดังนี้

1. 'ทำสิ่งดี' ธุรกิจต้องทำสิ่งที่ดี ถึงจะอยู่ได้ยาว เช่น 7-11 ทำให้คนสะดวก , มือถือทำให้การติดต่อสื่อสารง่าย , พลังงานทำให้เราดำเนินชีวิตไม่ติดขัด

2. 'มีกำไร' ถ้าธุรกิจดีต้องทำแล้วมีกำไรด้วย จึงจะถือว่าทำได้ยาวๆ มั่นคง

3. 'แบ่งปันผล' ถ้าธุรกิจดีมีกำไรแต่ไม่แบ่งปันผลเลย นักลงทุนระยะก็ต้องการเงินใช้ด้วย ไม่ใช่มองแต่อนาคตอย่างเดียว ต้องแบ่งเงินให้เราระยะสั้นบ้าง

ถ้าเข้า 3 ข้อนี้ ถือว่า 'ลงทุนยาวๆด้วยได้ครับ'

เชิญชวนมาเจอกันในงาน BLSTALK 'ออมหุ้น ไม่อมหุ้น' (งานสัมมนาหุ้น ที่ขำขำ ฟังสบาย และได้ความรู้)

'เฮฮา แต่มีสาระ' : ปูพื้นความรู้การลงทุน พร้อมเครื่องมือ และ แถมหนังสือเสียงไปฟังฟรีที่บ้าน

pw2 อาชีพที่น่าสนใจ


เก่งจากความเชี่ยวชาญ "นักสะสม" ต้องสะสม Asset

1. สิ่งนั้นมนุษย์ต้องการ (เพิ่มค่าได้จาก Story เรื่องราวของสิ่งนั้น)
2. มีจำนวนจำกัด
3. มูลค่าเพิ่มตามกาลเวลา

หลักการสะสม

1. ชอบสิ่งนั้นมาก (ระดับ Passion)
2. เชี่ยวชาญรู้จริง (แบบ แฟนพันธ์แท้)
3. อยู่ในวงการนั้น (ถ้าเราอยู่ในวงการนั้น เราจะรู้แหล่งซื้อ และ แหล่งขาย "ซื้อได้ ขายเป็น)
4. มี Trust ในวงการ (วงการให้ความเชื่อถือในตัวเรา ว่าเก่งในเรื่องนั้นๆ)
5. เราสะสมสิ่งนั้นเองจริงๆ

pw1 อาชีพสมัยนี้ต้องมืออาชีพ

'อาชีพใหม่ งานชอบ เงินดี มีโอกาส คืออะไร'...

ก็คุยกันว่า ทุกวันนี้ งานดีๆ หายาก ..เลยมานั่งคุยกันว่า 'งานสุดยอดของโลกอนาคตคืองานอะไร ...ต้องเป็นงานที่ งานชอบ เงินดี มีโอกาส' - ก็นี่เลย อาชีพ Curator

แปลตรงๆ ก็ อาชีพคนดูแลพิพิธภัณฑ์ ...เดี๋ยว!! ไม่ใช่แค่พนักงานทำความสะอาด  หรือ คนเก็บเงินนะ ...แต่ Curator คือ คนที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ อย่างจริงจัง

อย่างเมืองไทยถ้าพูดถึงคนรุ่นใหม่ที่รู้เรื่องพระแบบจริงจัง ก็อย่าง บอย ท่าพระจันทร์ ...เอาแบบเชี่ยวชาญ รู้ราคา รู้คุณค่า รู้จักตลาด ...ใครที่เป็นแบบนี้ บอกตรงๆ ว่า รวยทุกคน แต่ต้องเชี่ยวชาญรู้จริงในเรื่องนั้นๆนะ

ลองดูซิ ประเทศไทยเรามีของสะสมตั้งมากมาย ตั้งแต่ของเก่า , เพชร , อัญมณี , พระเครื่อง , รถยนต์ , มอไซค์ , ตุ๊กตา , สแตมป์ ... เอาว่าคุณเคยดูรายการแฟนพันธ์แท้ ก็นั่นแหละ ทุกเรื่องต้องการ Cutator

ขอให้คุณมีคุณสมบัติดังนี้

1. ชอบสิ่งนั้นมาก (มี Passion)

2. เชี่ยวชาญ รู้จริง ศึกษาเรื่องนั้นแบบรู้ลึก (แฟนพันธ์แท้)

3. อยู่ในวงการนั้นๆ รู้จักแหล่งซื้อ รู้จักแหล่งขาย (เป็นคนในวงการนั้น)

4. มี Trust คือ ในวงการให้การเชื่อถือ ..เราเป็นที่ยอมรับในเรื่องนั้นๆ

5. เราซื้อสิ่งนั้นสะสมเองจริงๆ

ใครมีคุณสมบัติ 5 ข้อนี้ ในเรื่องใดก็ได้ ลองพิจารณา อาชีพอิสระอันนี้ อาชีพ Curator -'อาชีพแนวๆ งานชอบ เงินดี มีโอกาสโต'

จัดไป

วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2559

การบอกที่อยู่ด้วย พิกัดจุด (ตำแหน่ง longtitude,latitude)


การใช้แอปสวัสดีครับ พี่ๆเพื่อนๆ วันนี้ไปช่วยงานบุญมา หลายคนไปไม่ถูกเพราะเส้นทางซับซ้อน หลายบนเลยบอกให้ผมสอนการใช้แผนที่นำทางโดยใช้ app แผนที่ ที่มีมากับโทรศัพท์ทุกเครื่อง เลิกบอกทางแบบเดิมๆที่ยิ่งฟังยิ่งงง ต่อไปบอกแค่พิกัดตัวเลขสองตัวก็พอแล้ว
  ขออธิบายก่อนว่า ระบบเส้นรุ้งเส้นแวงมีใช้กันมานานแล้ว เพื่อบอกตำแหน่งทุกจุดบนผิวโลกใบนี้ ลองนึกดูซิว่า ถ้ามีเส้นแนวตั้งและแนวนอนตัดกันถี่ๆ ยิ่งถี่มากยิ่งละเอียด ดังนั้นตัวเลขพิกัดจุดจึงมีทศนิยมหลายตำแหน่ง สามารถบอกตำแหน่งที่ห่างกันได้เป็นระดับ เมตรด้วยดาวเทียมที่ลอยห่างโลกด้วยระดับคงที่เป็นร้อยๆกิโล
  ก่อนอื่น เราต้องรู้ตำแหน่งพิกัดที่เราต้องการก่อน ด้วยการหาจาก แอปพิเคชั่นหลายแอป สำหรับคนที่ใช้โทรศัพท์ยี่ห้อทุกยี่ห้อ(ยกเว้น apple ใครใช้ iphone ของapple ช่วยบอกด้วยครับว่าใช้ตัวไหนดี  )ที่เป็น android มักจะหาแอปฟรีได้หลายแอป
เรื่องนี้ผมขอแบ่งแนะนำเป็น 2 ภาค คือ
ภาค 1.การหาพิกัดจุด(สำหรับคนที่เป็นเจ้าของตำแหน่ง หรือเจ้าของสถานที่ )
ภาค 2.การใช้แอปแผนที่ เพื่อเดินทางไปยังพิกัดดังกล่าว (สำหรับผู้เดินทาง)
   ภาค 1.การหาพิกัดจุด
        ความจริงแล้วแอปแผนที่ที่ให้มากับเครื่อง ทุกเครื่อง(ที่เป็น smat phone ) สามารถใช้ได้ทั้งหาจุดพิกัด และ บอกเส้นทางเดินทางไป คือได้ทั้ง 2 กรณีย์ ข้างบน แต่ผมเคยใช้ เพื่อหาพิกัด บางครั้งก็ใช้ได้บางครั้งก็ใช้ไม่ได้ บางที่ก็บอกตัวเลข  บางที่ก็ไม่บอก
   แอปบอกพิกัดจุดที่ดีสำหรับผม ต้องสามารถบอกได้ทั้งสองวิธีครับ คือ....
     วิธีที่ 1. บอกด้วยการ หาโดยตรงบนแผนที่ คือ ถ้าเราดูแผนที่เป็น    สมมุติว่าเราจะหา รพ.ศิริราช ถ้าเราหาบนแผนที่เป็น หาจนเจอ เราก็กดแช่ตรง รพ.ศิริราช ตัวเลขบอกพิกัดจุด(เลขสองตัวที่มีทศนิยม 4-6 ตำแหน่ง มีเครื่องหมายลูกน้ำขั้น คือ 13.757643,100.484840 คือ latitude,longtitude )จะปรากฎขึ้นตรงใดตรงหนึ่งบนหน้าจอ
     วิธีที่ 2 หาพิกัดด้วยวิธี พิมพ์ชื่อสถานที่นั้นๆ(ที่มีชื่ออยู่บนแผนที่) เช่น พิมพ์คำว่า" รพ.ศิริราช"แล้วจุดบอกตำแหน่งจะปรากฎบนสถานที่นั้น พร้อมตัวเลขพิกัดปรากฎที่ใดที่หนึ่งบนจอ
  วิธีหาพิกัดด้วย 2 วิธีดังกล่าว ผมพยายามหาและลองใช้มาหลาย แอป.(แอป. ย่อจาก แอปพลิเคชั่น application คือ โปรแกรมที่ใช้งานบนมือถือ ถ้าโปรแกรมใช้งานบนคอมฯ เราเรียกว่า "โปรแกรม "ครับ) ตัวที่บอกว่าใช่เลย ตอบสนองทุกอย่างที่อยากได้ คือ แอปที่ชื่อว่า "Map Coordinares"เป็นแอปฟรีครับ  รูปร่างหน้าตาของแอปนี้ เป็นรูปลูกโลกสีน้ำเงิน ด้านบนเป็นแถบสีแดง มีตัวเลขบอกพิกัดจุดเป็น องศา ลิบดาและฟิลิบดา อยู่ในแถบแดงครับ   ลองโหลดมาเล่นดูนะครับ หรือใครมีตัวอื่นที่ดีอยู่แล้วก็บอกกล่าวกันนะครับ
     ต่อไปเรามาลองใช้แอปตัวนี้หาพิกัดจุดกันนะครับ
  วิธีที่ 1. (เราอยู่ตรงนั้น และต้องเปิด GPS ) ก่อนอื่นลองไปเปิด Gps ของเครื่องเราก่อนนะครับ ใครไม่รู้จักหรือไม่เคยเปิดก็ลองถามลูกหลานดูครับ เมื่อเปิด GPS ของเครื่องเราแล้ว ทีนี้ลองเปิดแอปตัวนี้เล่นเลยครับ
เมื่อเข้าไปแล้ว แอปอาจบอกพิกัดด้วยระบบองศาซึ่งแป้นพิมพ์เราจะไม่มีที่พิมพ์หรือยุ่งยาก แต่ถ้าเป็นเลขจุดทศนิยม(ระบบ decimal degree )น่าจะง่ายกว่า ก็ไปที่ปุ่มที่มีเส้นแนวนอนสามเส้น ซ้ายสุดของแถบเมนู แล้วไปที่ seting >coordinate type>decimal degree เป็นอันเรียบร้อย
   ปุ่มที่ 4 จากซ้าย เป็นรูป วงกลมสองวงซ้อนกัน คือปุ่ม GPS บอกตำแหน่งปัจจุบันของเรา(ต้องเปิด GPS บนเครื่องด้วยนะครับ) ถ้ากดปุ่มนี้เครื่องจะบอก ตัวเลขพิกัดและที่อยู่เราอยู่ปัจจุบัน ถ้าเราเคลื่อนที่อยู่ กดแต่ละครั้งก็เปลี่ยน update ตำแหน่งไปเรื่อยครับ ...ทีนี้ถ้าเราอยู่ที่ไหนก็บอกเพื่อนมาหาเราได้ด้วยการบอกตัวเลขบอกพิกัดปัจจุบัน นี้ไปเลยครับ....หนึ่งวิธีแล้วครับ..
   วิธีที่ 2 (เราไม่ได้อยู่ตรงนั้น ไม่ต้องเปิด GPS) ถ้าเราอยู่บ้านแต่จะบอกเพื่อนให้ไปอีกที่ละ ก็ทำได้อีก 3 วิธีครับ( ตอนนี้ไม่ต้องเปิดGPS ของเครื่องเราเลยครับ)
  1. หาสถานที่นั้นบนแผนที่เลย เจอตรงไหนบนแผนที่ก็กดตรงนั้น ตัวเลขและที่อยู่จะแสดงขึ้นมา
2. ไปที่ขวาสุดของแถบเมนูที่เป็นจุดสามจุดเรียงแนวตั้ง กดปุ่มนี้ จะแสดงตัวเลือก  4 ตัวเลือก คือ  go to address ,go to coordinate, copy address , และ copy coordinate
  ถ้าเราเลือก go to address ก็พิมพ์ชื่อสถานที่ที่ต้องการลงไปในช่องที่แอปให้มา เช่น "รพ.ศิริราช "แล้วกด "ตกลง"เครื่องจะไปบอกตำแหน่งของ รพ.ศิริราช
3.จากข้อ 2. ถ้าเรากด go to coordinate แอปจะส่งช่องให้เราพิมพ์ ตัวเลขพิกัด ที่เรารู้ ลงไปในช่อง เช่น 13.757643,100.484840 แล้วกด "ตกลง" แอปจะบอกตำแหน่ง รพ.ศิริราช ให้เราครับ แล้วเราก็เอาตัวเลขที่ได้มา บอกให้เพื่อนจด เพื่อเอาไปใช้ลงเพื่อเดินทาง
     ภาคแรกนี้เสนอวิธีการ หาพิกัดจุดเพื่อบอกเพื่อน เพื่อเดินทางไปหาสถานที่ที่เราบอกโดยไม่ต้องมาอธิบายเส้นทางกันให้วุ่นวาย
  ภาคที่ 2 ต่อไปจะเป็นวิธีการ ให้แผนที่พาเราไปยังจุดพิกัดที่เราได้มาหรือเรามีอยู่ ....ติดตามตอนต่อไปนะครับ ตอนนี้ไปฝึกวิธีการหาจุดพิกัด ที่แนะนำไปก่อนนะครับ ขอเวลาพิมพ์อีกสักพักครับ..pjmong..
 
  

  

Live ไม่ใส่สูท ตอนที่ 6' : ...เรื่อง 'อาชีพแนวใหม่ ไม่ต้องใช้ปริญญา เริ่มพัฒนาจากความเชี่ยวชาญ ทำงานที่รัก เงินดี อนาคตไปไกล กำหนดเอง'
มาละ !! -- 'ภาววิทย์ Facebook Live ไม่ใส่สูท ตอนที่ 6' : ...เรื่อง 'อาชีพแนวใหม่ ไม่ต้องใช้ปริญญา เริ่มพัฒนาจากความเชี่ยวชาญ ทำงานที่รัก เงินดี อนาคตไปไกล กำหนดเอง'
มาคุย ดิบๆ ถามได้ ตอบไป ..กับ 'ภาววิทย์ Live ไม่ใส่สูท ครั้งที่ 6'

เก่งจากความเชี่ยวชาญ "นักสะสม" ต้องสะสม Asset

1. สิ่งนั้นมนุษย์ต้องการ (เพิ่มค่าได้จาก Story เรื่องราวของสิ่งนั้น)
2. มีจำนวนจำกัด
3. มูลค่าเพิ่มตามกาลเวลา

หลักการสะสม

1. ชอบสิ่งนั้นมาก (ระดับ Passion)
2. เชี่ยวชาญรู้จริง (แบบ แฟนพันธ์แท้)
3. อยู่ในวงการนั้น (ถ้าเราอยู่ในวงการนั้น เราจะรู้แหล่งซื้อ และ แหล่งขาย "ซื้อได้ ขายเป็น)
4. มี Trust ในวงการ (วงการให้ความเชื่อถือในตัวเรา ว่าเก่งในเรื่องนั้นๆ)
5. เราสะสมสิ่งนั้นเองจริงๆ